ป๊อปคอร์นมีต้นกำเนิดก่อนโรงภาพยนตร์หลายพันปี
ถ้าถามว่าป๊อปคอร์นมาจากไหน ภาพแรกที่โผล่ขึ้นมาคงเป็นหน้าโรงหนัง เครื่องทำป๊อปคอร์นสีแดง และกลิ่นเนยที่ลอยมาตั้งแต่ยังไม่ซื้อตั๋ว แต่ต้นกำเนิดของมันเก่ากว่าโรงภาพยนตร์หลายพันปี และคนที่ค้นพบวิธีทำให้เมล็ดข้าวโพดระเบิดเป็นดอกสีขาวก็ไม่ใช่เจ้าของโรงหนังหรือบริษัทขนม หากเป็นผู้คนในทวีปอเมริกาที่ปลูกและใช้ข้าวโพดมาตั้งแต่โลกยังไม่มีคำว่าป๊อปคอร์น
เรื่องต้องเริ่มจากข้าวโพดก่อน หลักฐานทางพันธุกรรมและโบราณคดีชี้ว่าข้าวโพดถูกทำให้เป็นพืชเพาะปลูกจากบรรพบุรุษที่เป็นหญ้าป่าในบริเวณประเทศเม็กซิโกปัจจุบันเมื่อประมาณ 9,000 ปีก่อน จากนั้นข้าวโพดค่อย ๆ แพร่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของทวีปอเมริกา ผู้คนเลือกเก็บเมล็ดจากต้นที่มีลักษณะต้องการมาปลูกต่อ จนเกิดข้าวโพดหลายชนิดสำหรับต้ม บดเป็นแป้ง หมักเป็นเครื่องดื่ม เลี้ยงสัตว์ และชนิดที่เหมาะกับการนำไปคั่วให้แตก
ป๊อปคอร์นจึงไม่ได้ทำจากข้าวโพดหวานที่ซื้อมาเป็นฝักแล้วแกะเมล็ดใส่หม้อ ข้าวโพดคั่วเป็นพันธุ์ที่มีเปลือกเมล็ดแข็งและปิดสนิท ภายในมีแป้งกับน้ำอยู่เล็กน้อย เมื่อได้รับความร้อน น้ำกลายเป็นไอแต่หนีผ่านเปลือกออกมาไม่ได้ ความดันจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับทำให้แป้งด้านในนิ่ม พอเปลือกรับไม่ไหวก็แตกออก เนื้อแป้งพองตัวและกลับด้านอย่างรวดเร็ว แล้วเย็นลงเป็นดอกสีขาวที่เรากินกัน
ยังไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนแรกที่พบว่าเมล็ดชนิดนี้แตกได้ บางทีเมล็ดอาจตกใกล้กองไฟแล้วระเบิดขึ้นมา หรืออาจเกิดจากการทดลองคั่วเมล็ดแห้งเพื่อกิน สิ่งที่บอกได้คือความรู้นี้มีอายุเก่าแก่มาก นักโบราณคดีพบซังและชิ้นส่วนข้าวโพดตามแหล่งโบราณคดีในทวีปอเมริกา รวมถึงที่ Paredones และ Huaca Prieta บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของเปรู
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ศึกษาซัง เปลือก และส่วนต่าง ๆ ของข้าวโพดจากสองแหล่งดังกล่าว โดยตัวอย่างครอบคลุมช่วงเวลาหลายพันปีก่อน นักวิจัยพบลักษณะข้าวโพดหลายแบบ รวมถึงชนิดที่สัมพันธ์กับการคั่วให้แตก หลักฐานนี้บอกว่าข้าวโพดไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักแบบเดียว แต่ผู้คนในพื้นที่รู้จักนำมันไปเตรียมอาหารหลายวิธี ทั้งบด ทำแป้ง หมัก และคั่ว
ที่ Bat Cave ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกา นักโบราณคดียังพบซังข้าวโพดขนาดเล็กและหลักฐานข้าวโพดคั่วที่มีอายุหลายพันปี เรื่องนี้ทำให้คำกล่าวว่าป๊อปคอร์นเป็นขนมสมัยใหม่ฟังไม่ขึ้น เพราะก่อนมีถุงกระดาษ เตาไมโครเวฟ และผงรสชีส ผู้คนรู้จักเลือกเมล็ดแห้งและใช้ความร้อนทำให้มันพองกินกันมานานแล้ว
ในวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองอเมริกา ข้าวโพดคั่วไม่ได้มีสถานะเป็นขนมดูหนัง มันเป็นทั้งอาหารและส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต มีบันทึกจากยุคหลังที่กล่าวถึงการนำข้าวโพดคั่วไปใช้ประดับหรือเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมในบางชุมชน แต่รายละเอียดของแต่ละชนเผ่าและแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรรวมว่า “ชาวอินเดียนแดง” ทุกกลุ่มกินและใช้ป๊อปคอร์นแบบเดียวกันทั้งหมด
หลังชาวยุโรปเดินทางเข้าสู่ทวีปอเมริกา พวกเขาได้รู้จักข้าวโพดและวิธีนำเมล็ดมาคั่ว ความนิยมของป๊อปคอร์นในสหรัฐฯ ค่อย ๆ ขยายตัว โดยเฉพาะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการขายตามงานเทศกาล งานแสดง และพื้นที่สาธารณะ จุดเปลี่ยนของการขายเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นเมื่อเครื่องทำป๊อปคอร์นช่วยให้คั่วได้ต่อเนื่องและควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าการเขย่าตะแกรงเหนือไฟ
Charles Cretors ช่างทำขนมในชิคาโกพัฒนาเครื่องคั่วที่ใช้พลังงานไอน้ำในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เครื่องของเขาคั่วเมล็ดในน้ำมันพร้อมเครื่องปรุงและเคลื่อนย้ายไปขายตามถนนได้ การนำเครื่องไปแสดงในงาน World's Columbian Exposition ที่ชิคาโกในปี 1893 ช่วยให้รูปแบบรถเข็นป๊อปคอร์นเป็นที่รู้จัก เครื่องจักรไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดป๊อปคอร์น แต่มันเปลี่ยนอาหารโบราณให้กลายเป็นของกินที่ผลิตร้อน ๆ ได้ครั้งละมากและขายได้ทั่วเมือง
ส่วนความสัมพันธ์กับโรงหนังเกิดขึ้นทีหลัง โรงภาพยนตร์ยุคแรกบางแห่งไม่ต้อนรับป๊อปคอร์น เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์หรูหราและไม่อยากให้เศษอาหารกับน้ำมันเลอะพรม เสียงเคี้ยวก็ถูกมองว่ารบกวนการชม แต่พ่อค้าเร่สามารถตั้งเครื่องขายอยู่ใกล้ทางเข้าได้ กลิ่นหอมและราคาที่ไม่แพงทำให้คนดูซื้อแล้วถือเข้าไปเอง
เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930 โรงหนังต้องหารายได้เพิ่ม ขณะที่ป๊อปคอร์นเป็นของกินต้นทุนไม่สูงและขายได้กำไรดี เจ้าของโรงหนังจึงเริ่มยอมให้ผู้ขายเข้ามาเช่าพื้นที่ บางแห่งซื้อเครื่องมาตั้งขายเอง รายได้จากของกินช่วยพยุงกิจการได้ ความผูกพันระหว่างหนังกับป๊อปคอร์นจึงไม่ได้เกิดจากธรรมเนียมเก่าแก่ แต่เกิดจากเศรษฐศาสตร์ของโรงภาพยนตร์อย่างชัดเจน
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง น้ำตาลถูกจำกัดและขนมหวานบางประเภททำได้ยากขึ้น ป๊อปคอร์นที่ไม่ต้องพึ่งน้ำตาลจึงยิ่งได้เปรียบ ต่อมาโรงภาพยนตร์ทำจุดขายขนมเป็นส่วนหนึ่งของกิจการเต็มตัว ขนาดถุงใหญ่ขึ้น มีการเติมเนย เกลือ คาราเมล และรสต่าง ๆ จนกลิ่นป๊อปคอร์นกลายเป็นสัญญาณว่าการฉายหนังกำลังจะเริ่ม
หลังจากนั้นป๊อปคอร์นเข้าไปอยู่ในบ้านผ่านเมล็ดบรรจุถุง เครื่องคั่วไฟฟ้า และป๊อปคอร์นสำหรับไมโครเวฟ แม้รูปลักษณ์การขายจะเปลี่ยนไปไกล แต่หลักการในเมล็ดยังเหมือนที่ผู้คนโบราณเคยเห็น คือเปลือกแข็งกักไอน้ำไว้จนความดันทำให้เมล็ดแตก ของกินหนึ่งถังหน้าโรงหนังจึงมีประวัติซ้อนกันอยู่สองช่วง ช่วงแรกคือภูมิปัญญาการเพาะปลูกและปรุงอาหารของผู้คนในทวีปอเมริกา อีกช่วงคือเครื่องจักร พ่อค้าริมถนน และธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ทำให้มันเดินทางไปทั่วโลก
อ้างอิงข้อมูล
https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.1120270109
https://www.smithsonianmag.com/science-nature/ancient-popcorn-unearthed-in-peru-3345219/
https://www.cretors.com/history/
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
อาการหัวร้อนมีจริงไหม? และร่างกายเป็นอย่างไรตอนที่เราโกรธ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
สมองส่วนไหนผ่าตัดออกได้ และทำไมคนบางคนยังใช้ชีวิตต่อได้
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ทำไมแมงมุมเดินบนใยเหนียวของตัวเองแล้วไม่ติดอยู่ตรงนั้น
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
กลิ่นฉี่เกิดจากอะไร และกลิ่นแบบไหนไม่ควรปล่อยผ่าน
รับของโจร ไม่ได้ขโมยเองก็มีความผิดได้
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
😃 ชวนลองเข้ามาดูคนที่มองเห็นสิ่งผิดปกติจนหน้าพิศวงบ่อยเท่ากับที่พวกเขาเห็นภาพตัวเองในกระจก 😁
