หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไซนัสอักเสบต่างจากหวัดอย่างไรและเมื่อไรควรพบแพทย์

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ไซนัสคือโพรงอากาศที่อยู่รอบจมูก หน้าผาก โหนกแก้ม และระหว่างดวงตา ภายในบุด้วยเยื่อเมือกและมีทางระบายเล็ก ๆ เชื่อมกับโพรงจมูก เมื่อเยื่อบุบวม ทางระบายแคบลง เมือกจึงค้างอยู่ เกิดแรงดัน ปวดตื้อ และมีน้ำมูกข้น ภาวะนี้เรียกว่าไซนัสอักเสบ หรือถ้าพูดให้ครบคือจมูกและไซนัสอักเสบ เพราะสองบริเวณนี้มักอักเสบพร้อมกัน

อาการที่พบได้บ่อย

อาการหลักคือคัดจมูก หายใจทางจมูกไม่สะดวก มีน้ำมูกไหลออกด้านหน้าหรือไหลลงคอ รู้สึกหนักหรือปวดบริเวณหน้าผาก ระหว่างตา โหนกแก้ม และรอบจมูก การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น บางคนปวดฟันกรามบน หูอื้อ ไอ มีกลิ่นปาก อ่อนเพลีย หรือมีไข้ร่วมด้วย

อาการปวดอาจชัดขึ้นตอนก้มหน้า แต่การปวดศีรษะทุกครั้งไม่ได้แปลว่าเป็นไซนัส ไมเกรนสามารถทำให้ปวดใบหน้า คัดจมูก หรือน้ำตาไหลได้เช่นกัน การวินิจฉัยจึงดูอาการหลายอย่างรวมกัน ไม่ได้ตัดสินจากตำแหน่งปวดเพียงจุดเดียว

ไซนัสอักเสบเฉียบพลันมักเริ่มจากหวัด

กรณีเฉียบพลันจำนวนมากเริ่มจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เยื่อบุจมูกบวมและปิดทางระบายของไซนัส ช่วงแรกจึงคล้ายหวัดมาก ได้แก่ จาม เจ็บคอ น้ำมูก และคัดจมูก ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นแบคทีเรีย สีอาจเกิดจากเซลล์ภูมิคุ้มกันและสารต่าง ๆ ในเมือกระหว่างที่ร่างกายกำลังตอบสนองต่อไวรัส การซื้อยาปฏิชีวนะกินทันทีจึงอาจไม่ได้ช่วย แถมเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยา

แพทย์จะนึกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้นเมื่ออาการต่อเนื่องเกินประมาณ 10 วันโดยไม่ดีขึ้น มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงร่วมกับน้ำมูกเป็นหนองหรือปวดใบหน้าชัด หรืออาการเหมือนจะดีแล้วกลับแย่ลงอีกครั้ง เกณฑ์เหล่านี้ใช้ประกอบการตรวจ ไม่ควรใช้เลือกยากินเอง เพราะอายุ โรคประจำตัว การแพ้ยา และความรุนแรงมีผลต่อการรักษา

แบบเรื้อรังไม่ใช่แค่หวัดที่นานขึ้น

ถ้าคัดจมูก มีน้ำมูก ปวดแน่นหน้า หรือรับกลิ่นลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป จะเข้าข่ายที่ต้องประเมินไซนัสอักเสบเรื้อรัง สาเหตุอาจเกี่ยวกับภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก โครงสร้างช่องจมูก การอักเสบต่อเนื่อง ควันบุหรี่ หรือปัญหาทางทันตกรรมบางชนิด ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียอย่างเดียว

คนที่เป็นซ้ำบ่อยหรือเรื้อรังอาจต้องพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อตรวจในโพรงจมูก ประเมินภูมิแพ้ หรือพิจารณาภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การทำ CT ไม่จำเป็นสำหรับอาการเฉียบพลันธรรมดาทุกราย มักใช้เมื่ออาการซับซ้อน เรื้อรัง เป็นซ้ำ หรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน

ดูแลตัวเองในช่วงอาการไม่รุนแรง

พักผ่อน ดื่มน้ำตามปกติ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น หรือสิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยพาเมือกและสารก่อภูมิแพ้ออกได้ แต่ต้องใช้น้ำกลั่น น้ำปราศจากเชื้อ หรือน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็น ห้ามใช้น้ำประปาจากก๊อกล้างจมูกโดยตรง และต้องล้างอุปกรณ์ให้สะอาดหลังใช้

ยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอลอาจช่วยลดปวดและไข้ได้เมื่อใช้ตามฉลาก ผู้ที่มีโรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์มาก ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาอื่นอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์อาจช่วยลดการอักเสบ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิแพ้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีและต่อเนื่องตามคำแนะนำ

ยาพ่นลดคัดจมูกทำให้โล่งเร็ว แต่ถ้าใช้ติดต่อกันนานเกินกำหนดอาจเกิดอาการจมูกตันย้อนกลับ จึงควรใช้ช่วงสั้นตามฉลาก ยาลดคัดจมูกชนิดกินอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีความดันสูง โรคหัวใจ ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้ใช้ยาบางชนิด ควรถามเภสัชกรก่อนซื้อ

ไอน้ำอุ่นอาจทำให้รู้สึกสบายชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อและไม่ควรก้มหน้าเหนือภาชนะน้ำร้อน เพราะมีความเสี่ยงถูกลวก การหยอดน้ำมันหอมระเหย สมุนไพร หรือน้ำยาที่ไม่ได้ผลิตสำหรับใช้ในจมูก อาจทำให้เยื่อบุระคายเคืองมากขึ้น

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นเกิน 10 วัน อาการดีขึ้นแล้วกลับหนักกว่าเดิม ปวดใบหน้ารุนแรง มีไข้ต่อเนื่อง เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการยาวหลายสัปดาห์ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ มีโรคประจำตัวสำคัญ ตั้งครรภ์ หรือเป็นเด็กเล็ก ควรขอคำแนะนำเร็วกว่าปกติ

ถ้ามีเปลือกตาหรือรอบตาบวมแดง ปวดตา กลอกตาแล้วเจ็บ มองเห็นภาพซ้อน สายตาลดลง ตาโปน ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ คอแข็ง สับสน ซึม แขนขาอ่อนแรง หรือใบหน้าบวมมาก ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าการอักเสบลุกลามไปบริเวณรอบดวงตาหรือภายในกะโหลก แม้ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบไม่บ่อย แต่รอรักษาเองไม่ได้

ไซนัสอักเสบเองไม่ได้แพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งเสมอไป แต่ไวรัสที่เป็นต้นเหตุของหวัดสามารถแพร่ได้ การล้างมือ ปิดปากเวลาไอจาม และไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกันจึงยังช่วยลดการส่งต่อเชื้อ ส่วนการรักษาที่เหมาะสมต้องดูว่าเป็นเฉียบพลัน เรื้อรัง เกิดจากไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ หรือมีปัญหาโครงสร้างร่วมด้วย ไม่ควรเหมารวมว่าน้ำมูกข้นทุกครั้งต้องจบด้วยยาปฏิชีวนะ

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.nhs.uk/conditions/sinusitis-sinus-infection/
https://www.entnet.org/health-information/sinusitis/
https://www.cdc.gov/antibiotic-use/

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 82 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้วเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6หมาไทยทำไมต้องหลังอาน5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้จอมขมังเวทย์มาแล้ว! งวด 1/9/69 ส่องเลขเด่นบน 6 เด่นล่าง 9ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ฟังเพลงบรรเลง…ช่วยอะไรเราได้บ้าง? บางทีการพักใจ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย10 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ควรรู้จักเล่นมือถือในรถกลางแดดเสี่ยงร้อนเกินไปท่านอนตะแคงและนอนหงายมีความเสี่ยงต่างกัน
ตั้งกระทู้ใหม่