หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมกฎหมายจึงลดโทษให้คนที่กระทำผิดเพราะบันดาลโทสะ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนได้ยินคำว่า “บันดาลโทสะ” แล้วรู้สึกว่ากฎหมายกำลังเปิดทางให้คนโมโหทำร้ายคนอื่นแล้วอ้างว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ผู้กระทำยังมีความผิดและยังต้องรับโทษ เพียงแต่กฎหมายยอมให้ศาลลงโทษต่ำกว่าอัตราปกติได้ เมื่อพิสูจน์ว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยไม่เป็นธรรมและตอบโต้ผู้ข่มเหงในช่วงที่อารมณ์โกรธยังครอบงำอยู่จริง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 บัญญัติว่า “ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้” ถ้อยคำสั้น ๆ นี้มีเงื่อนไขหลายชั้น ไม่ใช่แค่ผู้กระทำบอกว่าตัวเองโกรธแล้วจะได้รับการลดโทษทันที

เหตุผลที่กฎหมายยอมลดโทษ

กฎหมายอาญาไม่ได้ดูเฉพาะผลที่เกิดขึ้น แต่ดูสภาพเหตุการณ์และระดับความน่าตำหนิของผู้กระทำด้วย คนที่วางแผนล่วงหน้า เตรียมอาวุธ ดักรอ และลงมือด้วยความแค้น มีระดับการควบคุมและการตัดสินใจต่างจากคนที่เพิ่งถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงแบบฉับพลันจนเกิดความโกรธรุนแรงแล้วตอบโต้ทันที แม้ผลลัพธ์อาจร้ายแรงเหมือนกัน แต่ที่มาและภาวะจิตใจในขณะลงมือไม่เหมือนกัน

กฎหมายจึงยอมรับข้อจำกัดของมนุษย์ว่า เมื่อถูกกระทำอย่างรุนแรงหรือเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมแบบทันทีทันใด ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจอาจลดลง ผู้กระทำยังรู้ว่ากำลังทำอะไรและยังต้องรับผิด แต่ความน่าตำหนิอาจน้อยกว่าคนที่ลงมืออย่างเยือกเย็น การลดโทษจึงไม่ใช่รางวัลของความโกรธ แต่เป็นการปรับโทษให้สัมพันธ์กับเหตุที่ก่อให้เกิดการกระทำ

แนวคิดนี้ยังป้องกันไม่ให้การลงโทษแข็งทื่อเกินไป หากกฎหมายใช้โทษระดับเดียวกันกับทุกคนโดยไม่ดูว่าใครเป็นฝ่ายเริ่ม ใครถูกข่มเหง และเหตุการณ์เกิดติดกันเพียงใด คดีที่มีพื้นหลังต่างกันมากอาจได้รับผลแบบเดียวกัน ศาลจึงต้องฟังพยานหลักฐานแล้วประเมินเป็นรายคดี ไม่ได้ลดโทษตามคำกล่าวอ้างของจำเลยฝ่ายเดียว

ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

เงื่อนไขแรก ต้องมีการข่มเหงจากอีกฝ่าย ไม่ใช่ผู้กระทำหงุดหงิดเอง หึงเอง ไม่พอใจเอง หรือโกรธเพราะถูกทวงหนี้ตามปกติ การข่มเหงอาจเป็นการทำร้ายร่างกาย การคุกคาม หรือการกระทำอื่นที่กระทบอย่างรุนแรง แต่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด คำพูดไม่สุภาพทุกคำไม่ได้ร้ายแรงพอสำหรับมาตรา 72

เงื่อนไขที่สอง การข่มเหงต้อง “อย่างร้ายแรง” ศาลไม่ได้ดูเฉพาะความรู้สึกของผู้กระทำ แต่ดูระดับความรุนแรงในสายตาคนทั่วไปด้วย การล้อเลียนเล็กน้อย การวิจารณ์ การพูดไม่ถูกใจ หรือการทะเลาะธรรมดา มักไม่พอ ส่วนการถูกทำร้ายอย่างหนัก ถูกคุกคามร้ายแรง หรือพบเหตุที่กระทบสิทธิและศักดิ์ศรีอย่างมาก อาจเข้าข่ายได้เมื่อมีหลักฐานรองรับ

เงื่อนไขที่สาม เหตุนั้นต้องไม่เป็นธรรม หากเจ้าหน้าที่จับกุมตามกฎหมาย ครูตักเตือนตามสมควร เจ้าหนี้เรียกชำระหนี้โดยชอบ หรืออีกฝ่ายป้องกันตัวจากการทำร้ายของผู้กระทำเอง ผู้กระทำจะนำความไม่พอใจของตนมาอ้างว่าเป็นการถูกข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรมไม่ได้

เงื่อนไขที่สี่ ต้องกระทำต่อ “ผู้ข่มเหง” หากโกรธนายจ้างแล้วกลับไปทำร้ายลูกของนายจ้าง หรือถูกคนหนึ่งทำร้ายแต่หันไปลงกับคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ย่อมไม่ตรงกับเงื่อนไขของมาตรา 72 แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักว่าผู้ที่จะอ้างเหตุนี้ได้ต้องกระทำต่อผู้ที่ข่มเหงตน

เงื่อนไขสุดท้าย ต้องลงมือ “ในขณะนั้น” หมายถึงช่วงเวลาต่อเนื่องที่โทสะจากการถูกข่มเหงยังครอบงำอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นวินาทีเดียวกันเสมอไป แต่ถ้าเหตุการณ์จบแล้ว ผู้กระทำกลับบ้าน ไปหาอาวุธ นัดพวก วางแผน หรือตามไปทำร้ายในภายหลัง พฤติการณ์ยิ่งห่างจากบันดาลโทสะและเข้าใกล้การแก้แค้น

แค่โกรธมากยังไม่พอ

คำว่าโทสะในชีวิตประจำวันกว้างกว่าความหมายตามมาตรา 72 คนอาจโมโหเพราะรถถูกปาด ถูกมองหน้า ถูกด่าในเกม ถูกปฏิเสธความรัก หรือทะเลาะเรื่องเงิน แต่การจะได้รับประโยชน์ตามกฎหมายต้องพิสูจน์การข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมให้ได้ ความโกรธง่าย อารมณ์ร้อน เมาสุรา หรือมีนิสัยใช้ความรุนแรงไม่ใช่เหตุลดโทษชนิดนี้

การสมัครใจทะเลาะวิวาทก็เป็นปัญหา หากทั้งสองฝ่ายท้าทาย ด่าทอ และเข้าต่อสู้กันโดยสมัครใจ ฝ่ายหนึ่งจะหยิบเหตุที่เกิดระหว่างการวิวาทมาอ้างว่าตนถูกข่มเหงฝ่ายเดียวได้ยาก ตัวอย่างจากแนวคำพิพากษามีทั้งกรณีที่การท้าชกกันไม่ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรง และกรณีที่ต่างฝ่ายสมัครใจด่าทอกัน ศาลไม่รับว่าเป็นบันดาลโทสะตามมาตรา 72

ต่างจากการป้องกันตัวอย่างไร

การป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 ใช้เมื่อมีภยันตรายจากการประทุษร้ายที่ผิดกฎหมายกำลังใกล้จะถึง และผู้ถูกคุกคามจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อหยุดอันตรายโดยพอสมควรแก่เหตุ หากเข้าเงื่อนไขครบ การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด เพราะกฎหมายรับรองสิทธิในการป้องกันตนเองหรือผู้อื่น

บันดาลโทสะใช้ในจังหวะที่การกระทำเป็นความผิดอยู่ แต่เหตุข่มเหงทำให้ความน่าตำหนิลดลง เช่น ภยันตรายอาจผ่านพ้นไปแล้วจนไม่ใช่การป้องกัน แต่ผู้ถูกข่มเหงตอบโต้ในช่วงต่อเนื่องที่ยังตกอยู่ใต้อำนาจความโกรธ ศาลฎีกาเคยอธิบายว่าการกระทำเดียวกันไม่อาจเป็นทั้งการป้องกันโดยชอบและบันดาลโทสะพร้อมกัน เพราะอย่างแรกเป็นเหตุยกเว้นความผิด ส่วนอย่างหลังเป็นเหตุให้ลดโทษ

ถ้าป้องกันตัวจริงแต่ใช้กำลังเกินสมควรหรือเกินความจำเป็น อาจต้องพิจารณามาตรา 69 ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การเลือกใช้คำให้ถูกจึงสำคัญ เพราะ “ป้องกันตัว” “ป้องกันเกินกว่าเหตุ” และ “บันดาลโทสะ” มีองค์ประกอบและผลทางกฎหมายไม่เหมือนกัน

ศาลต้องลดโทษทุกครั้งหรือไม่

ไม่ใช่ มาตรา 72 ใช้คำว่า “ศาลจะลงโทษน้อยกว่า...เพียงใดก็ได้” หมายความว่าศาลมีอำนาจกำหนดโทษให้เหมาะกับข้อเท็จจริงเมื่อรับฟังได้ว่าเข้าองค์ประกอบ การลดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับการข่มเหง การตอบโต้ อาวุธที่ใช้ บาดแผล พฤติกรรมก่อนและหลังเหตุ รวมถึงรายละเอียดอื่นในสำนวน

บันดาลโทสะก็ไม่ใช่การยกฟ้อง ผู้กระทำยังถูกตัดสินว่ากระทำความผิดฐานเดิม เช่น ทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่น เพียงนำมาตรา 72 มาประกอบการกำหนดโทษ และยังอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่ผู้เสียหายหรือทายาทด้วย

ผู้กล่าวอ้างต้องมีข้อเท็จจริงสนับสนุน เช่น พยานในเหตุการณ์ ภาพจากกล้อง ข้อความสนทนา บาดแผล ประวัติการคุกคาม ระยะเวลาระหว่างการข่มเหงกับการตอบโต้ และพฤติกรรมหลังเกิดเหตุ หากหลักฐานแสดงว่ามีเวลาสงบสติหรือเตรียมการ การอ้างว่าโกรธจนขาดการยับยั้งมักมีน้ำหนักลดลง

กฎหมายลดโทษเพราะมองว่าความผิดซึ่งเกิดทันทีจากการถูกข่มเหงร้ายแรงมีระดับความน่าตำหนิต่างจากความผิดที่วางแผนไว้ ไม่ได้หมายความว่าความโกรธทำให้การทำร้ายคนกลายเป็นเรื่องถูก ผู้ถูกข่มเหงที่ยังหนี ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งตำรวจได้ควรเลือกทางนั้นก่อน เพราะท้ายที่สุดคำว่า “บันดาลโทสะ” ต้องพิสูจน์ในศาล และถึงพิสูจน์ได้ก็ยังมีความผิดติดตัวอยู่

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.parliament.go.th/aseanrelated_law/files/file_20170817114308_0.pdf
https://library.coj.go.th/pdf-view.html?fid=46350&table=files_biblio
https://dunlaphaha.coj.go.th/upload/2555/3/2555_3_a10.pdf
https://deka.in.th/deka/2537-3861
https://deka.in.th/deka/2541-3089

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
น้ำแร่มีแร่อะไรอยู่ข้างใน4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยเจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?6 พืชกินสัตว์สุดแปลก ที่ไม่ใช่หม้อข้าวหม้อแกงลิงสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.ถ้ำเบนเดอร์ สุสานสัตว์ยุคน้ำแข็งใต้สายน้ำ แห่งพื้นที่เท็กซัสยาคุมฉุกเฉินทำงานยังไงและทำไมต้องใช้ให้เร็ว10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุดพระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.ยาคุมฉุกเฉินทำงานยังไงและทำไมต้องใช้ให้เร็ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สะเดาะกุญแจได้อย่างไรเมื่อข้างในไม่มีระบบจำเจ้าของ10 สถานที่ในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดทำไมปลาหมอคางดำถึงน่ากลัวทั้งที่เป็นแค่ปลาตัวเล็กทำไมคนไทยนำผ้าสามสีไปผูกต้นไม้ใหญ่
ตั้งกระทู้ใหม่