ต้นกำเนิดสแกมเมอร์มาจากไหน? ย้อนเส้นทางกลโกงก่อนพัฒนาเป็นอาชญากรรมออนไลน์
ต้นกำเนิดสแกมเมอร์มาจากไหน? ย้อนเส้นทางกลโกงก่อนพัฒนาเป็นอาชญากรรมออนไลน์
คำว่า สแกมเมอร์ (Scammer) หรือนักต้มตุ๋นที่ใช้กลอุบายหลอกเอาเงินและข้อมูลจากผู้อื่น ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแห่งเดียวครับ
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ จะพบว่า “การหลอกลวง” มีมานานก่อนการเกิดอินเทอร์เน็ต เพียงแต่รูปแบบและช่องทางเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี จากจดหมายส่งถึงบ้าน โทรศัพท์ อีเมล จนกลายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอปหาคู่ และเว็บลงทุนปลอมในปัจจุบัน
ยุคก่อนอินเทอร์เน็ต จุดเริ่มต้นของกลโกงทางจดหมาย
ก่อนมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต การหลอกลวงมักเกิดจากการพบเจอตัวต่อตัว หรือส่งจดหมายไปหาเหยื่อโดยตรง
หนึ่งในกลโกงเก่าแก่ที่ถูกพูดถึงมาก คือ The Spanish Prisoner หรือ “นักโทษชาวสเปน” ซึ่งมีหลักฐานบันทึกถึงรูปแบบใกล้เคียงกันอย่างน้อยตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19
วิธีการคือ มิจฉาชีพจะส่งจดหมายไปหาเหยื่อ โดยอ้างว่าตนเป็นบุคคลมั่งคั่งหรือมีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก แต่กำลังถูกคุมขังและต้องการเงินช่วยเหลือ
หากเหยื่อยอมส่งเงินไปเป็นค่าไถ่หรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ผู้ส่งจดหมายจะสัญญาว่า เมื่อได้รับอิสรภาพแล้วจะแบ่งทรัพย์สินหรือมอบผลตอบแทนจำนวนมากให้
แต่หลังจากเหยื่อจ่ายเงิน มิจฉาชีพมักเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือหายเข้ากลีบเมฆ
แนวคิดของกลโกงนี้มีส่วนคล้ายกับสแกมยุคใหม่หลายประเภท โดยเฉพาะการหลอกให้จ่ายเงินล่วงหน้า หรือ Advance-fee Scam รวมถึงกลโกงที่สร้างเรื่องราวให้เหยื่อเกิดความสงสาร ความหวัง หรือความไว้วางใจ
Charles Ponzi กับที่มาของคำว่า Ponzi Scheme
ในช่วงทศวรรษ 1920 ชื่อของ ชาร์ลส์ พอนซี (Charles Ponzi) ชาวอิตาลีที่อพยพไปสหรัฐอเมริกา กลายเป็นที่รู้จักจากคดีฉ้อโกงการลงทุนครั้งใหญ่
รูปแบบคือ นำเงินจากนักลงทุนรายใหม่มาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับนักลงทุนรายเก่า ทำให้ดูเหมือนว่าการลงทุนสามารถสร้างกำไรได้จริง ทั้งที่ไม่ได้มีรายได้เพียงพอจากธุรกิจหรือการลงทุนตามที่กล่าวอ้าง
แม้ชาร์ลส์ พอนซีจะไม่ใช่คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้กลโกงลักษณะนี้ แต่ชื่อของเขากลายเป็นคำเรียกการฉ้อโกงรูปแบบดังกล่าวว่า Ponzi Scheme
กลโกงประเภทนี้มักต้องอาศัยเงินจากสมาชิกใหม่เข้ามาหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีเงินใหม่เข้ามา ระบบก็อาจล้มลง และผู้ลงทุนจำนวนมากอาจไม่ได้รับเงินคืน
ยุคเริ่มต้นอินเทอร์เน็ต และอีเมลหลอกลวง 419 Scam
เมื่ออินเทอร์เน็ตและอีเมลเริ่มแพร่หลาย กลโกงแบบเดิมก็ถูกนำมาปรับใช้บนโลกออนไลน์
หนึ่งในรูปแบบที่โด่งดังมาก คือ Nigerian Prince Scam หรือ 419 Scam ซึ่งมักถูกเชื่อมโยงกับอีเมลหลอกลวงจากประเทศไนจีเรีย
มิจฉาชีพจะส่งอีเมลจำนวนมากไปยังผู้ใช้งานทั่วโลก โดยอ้างว่าเป็นเจ้าชาย ข้าราชการ นักธุรกิจ หรือทายาทเศรษฐีที่มีเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ถูกอายัดไว้
จากนั้นจะขอให้เหยื่อช่วยรับหรือโอนเงินออกนอกประเทศ พร้อมสัญญาว่าจะแบ่งค่าตอบแทนจำนวนมากให้
แต่ก่อนจะได้รับเงิน เหยื่อต้องจ่าย “ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า” เช่น ค่าดำเนินการ ค่าภาษี หรือค่าปลดล็อกบัญชี
หลังจากเหยื่อโอนเงิน มิจฉาชีพอาจเรียกเงินเพิ่มโดยอ้างว่ามีปัญหาใหม่เกิดขึ้น หรือหยุดการติดต่อไป
คำว่า 419 มักใช้เรียกกลโกงประเภทนี้ตามมาตราเกี่ยวกับการฉ้อโกงในกฎหมายอาญาของไนจีเรีย
อย่างไรก็ตาม การหลอกให้จ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไนจีเรีย และไม่ควรเหมารวมว่าผู้คนจากประเทศใดประเทศหนึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทั้งหมด
จากสแกมรายบุคคล สู่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ในช่วงทศวรรษ 2010–2020 รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์มีความซับซ้อนมากขึ้น และบางเครือข่ายพัฒนาเป็นองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่
รูปแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่
-
การปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ หรือธนาคาร
-
Romance Scam ผ่านแอปหาคู่และโซเชียลมีเดีย
-
เว็บไซต์และแอปลงทุนปลอม
-
การหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
-
กลโกงแบบ Pig Butchering ที่ใช้เวลาสร้างความไว้ใจก่อนชักชวนให้ลงทุน
องค์กรระหว่างประเทศรายงานว่า ศูนย์หลอกลวงออนไลน์จำนวนหนึ่งเคยกระจุกตัวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนขยายตัวไปยังภูมิภาคอื่น และหลายกรณีมีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือการบังคับให้ผู้เสียหายทำงานหลอกลวงออนไลน์
พื้นที่ชายแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พื้นที่บางส่วนบริเวณชายแดนของ กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว ถูกกล่าวถึงในหลายคดีว่าเป็นที่ตั้งของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์
พื้นที่อย่างท่าขี้เหล็ก เมียวดี ปอยเปต และเขตเศรษฐกิจพิเศษบางแห่ง เคยถูกเชื่อมโยงกับปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือธุรกิจผิดกฎหมายบางประเภท
เครือข่ายเหล่านี้อาจมีการแบ่งหน้าที่เป็นระบบ ตั้งแต่กลุ่มที่จัดหาบัญชีธนาคาร กลุ่มสร้างเว็บไซต์และแอปปลอม ไปจนถึงผู้ที่โทรหรือแชทหาเหยื่อ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าธุรกิจหรือประชาชนทั้งหมดในพื้นที่เหล่านี้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพราะการดำเนินคดีต้องพิจารณาจากหลักฐานและผู้กระทำเป็นรายกรณี
ยุโรปตะวันออกกับอาชญากรรมไซเบอร์
เครือข่ายอาชญากรรมบางกลุ่มในยุโรปตะวันออกเคยถูกเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางเทคนิค เช่น
-
การโจมตีด้วยมัลแวร์
-
การเรียกค่าไถ่ด้วย Ransomware
-
การขโมยข้อมูลบัญชีและบัตรเครดิต
-
การเจาะระบบคอมพิวเตอร์
แต่อาชญากรรมไซเบอร์เป็นปัญหาข้ามพรมแดน ผู้ก่อเหตุอาจอยู่คนละประเทศกับเซิร์ฟเวอร์ ผู้รับเงิน และเหยื่อ จึงไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดจากประเทศใดประเทศหนึ่งได้ทั้งหมด
อินเดียกับกลโกง Tech Support
สแกมอีกประเภทที่ถูกพูดถึงมาก คือ Tech Support Scam หรือการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนด้านเทคโนโลยี
มิจฉาชีพอาจโทรหาเหยื่อ หรือสร้างข้อความแจ้งเตือนปลอมบนเว็บไซต์ โดยอ้างว่าคอมพิวเตอร์ติดไวรัสหรือมีปัญหาร้ายแรง
จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อซื้อโปรแกรม จ่ายค่าซ่อม หรือดาวน์โหลดแอปที่เปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกล
หากมิจฉาชีพสามารถเข้าควบคุมเครื่องได้ อาจพยายามขโมยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือหลอกให้เหยื่อทำธุรกรรมทางการเงิน
สิ่งที่สแกมเมอร์ทุกยุคมักใช้เหมือนกัน
แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่กลโกงหลายรูปแบบยังอาศัยหลักจิตวิทยาคล้ายเดิม ได้แก่
-
เสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง
-
สร้างเรื่องให้เหยื่อรู้สึกสงสาร
-
ทำให้เกิดความกลัวหรือความกังวล
-
อ้างว่าต้องรีบตัดสินใจ
-
ขอค่าธรรมเนียมหรือเงินล่วงหน้า
-
ขอข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP
-
พยายามไม่ให้เหยื่อปรึกษาคนอื่น
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อความจากเจ้าชายต่างประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร คนรู้จัก หรือผู้ชักชวนลงทุน หากมีการเร่งให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
สรุปแล้ว ต้นกำเนิดสแกมเมอร์มาจากที่ไหน?
หากพูดถึง “แนวคิดและกลโกง” การหลอกลวงมีมานานหลายร้อยปี และไม่ได้เกิดจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
หากพูดถึงสแกมออนไลน์ยุคแรก อีเมลหลอกลวงแบบ 419 Scam จากไนจีเรียเป็นหนึ่งในรูปแบบที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ส่วนสแกมเมอร์แบบองค์กรในช่วงหลัง เครือข่ายจำนวนหนึ่งเคยมีฐานปฏิบัติการสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนขยายตัวเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงอาจไม่ใช่หลักการของกลโกง แต่เป็น “ช่องทาง” และ “ขนาดของเครือข่าย” จากจดหมายหนึ่งฉบับในอดีต กลายเป็นข้อความ โทรศัพท์ แอป และระบบหลอกลวงที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบเชื่อเพียงเพราะอีกฝ่ายมีข้อมูลส่วนตัวของเรา พูดจาน่าเชื่อถือ หรือเสนอผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจ ควรหยุด ตรวจสอบ และไม่โอนเงินก่อนยืนยันตัวตนและข้อเท็จจริงให้ชัดเจน
REFERENCES:
https://www.interpol.int/News-and-Events/News/2025/INTERPOL-releases-new-information-on-globalization-of-scam-centres
https://www.unodc.org/roseap/en/2024/10/cyberfraud-industry-expands-southeast-asia/story.html
https://www.investor.gov/protect-your-investments/fraud/types-fraud/ponzi-scheme
เผยเคล็ดลับนำ "กางเกงยีนส์" แช่ช่องฟรีซข้ามคืน..ไม่ไร้สาระ แถมประโยชน์เกินคาด
ซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำ
สถิติเลขคนถามหาทุกแผง งวดที 16 ส.ค. 69
เสื้อขาวจั๊วะหลังซัก เพราะสะอาดจริง หรือสารเรืองแสงกำลังแต่งภาพให้ตาเรากันแน่
77 ปีโค้กในไทย จากขวด 6.5 ออนซ์ สู่เรื่องราว “ซ่าอยู่ในใจคนไทย”
เปิดแนวทาง! เลขปฏิทินจีน ครอบครัวข่าว 3 16 ส.ค. 69
ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
เจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69
ไม้เดียวในตำนาน กว่าจะเรียนจบ..เฝ้าโต๊ะสนุกกี่ชั่วโมง
กดชักโครกไม่ปิดฝา ละอองจากโถพุ่งสูงถึงระดับหน้าได้จริงหรือ
ช็อกซ้ำ! พบศพปู่ย่าในบ้าน คาดมือกราดยิงก่อเหตุในครอบครัวก่อนบุกโรงเรียน
5 รถมือสองที่คนไทยยกให้ "ซื้อแล้ว จบ" ขับทนอะไหล่หาง่าย ขายต่อยังได้ราคา
สัตว์ทะเลน้ำลึกทนแรงดันมหาศาลได้ยังไง ทั้งที่เหล็กยังยุบได้ในพริบตา
77 ปีโค้กในไทย จากขวด 6.5 ออนซ์ สู่เรื่องราว “ซ่าอยู่ในใจคนไทย”
ไม้เดียวในตำนาน กว่าจะเรียนจบ..เฝ้าโต๊ะสนุกกี่ชั่วโมง
เผยเคล็ดลับนำ "กางเกงยีนส์" แช่ช่องฟรีซข้ามคืน..ไม่ไร้สาระ แถมประโยชน์เกินคาด


