ความจริงของการกระโดดในลิฟต์เพื่อเอาตัวรอดตอนลิฟต์ตก
หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่า หากวันหนึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ลิฟต์ค้างหรือลิฟต์ตกลงมา ให้ลองกระโดดขึ้นในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลิฟต์จะกระแทกพื้นเพื่อให้เราลอยตัวเหนือพื้นและลดแรงกระแทกได้
วิธีคิดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลในเชิงฟิสิกส์พื้นฐาน เพราะการที่ตัวเราลอยอยู่เหนือพื้นในขณะที่พื้นลิฟต์กระทบกับพื้นดินก็น่าจะช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับแรงปะทะโดยตรงเหมือนตอนยืนอยู่เฉยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ความคิดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้และไม่ได้ช่วยชีวิตเราได้จริงอย่างที่หลายคนเข้าใจ ความยากแรกเริ่มตั้งแต่วินาทีที่ลิฟต์เริ่มดิ่งลงจากที่สูง
น้ำหนักและความเร็วในการตกนั้นสูงมากจนร่างกายมนุษย์ไม่มีทางตอบสนองได้ทันท่วงที การจะกะจังหวะให้แม่นยำระดับเสี้ยววินาทีเพื่อกระโดดในตอนที่ลิฟต์กำลังจะหยุดนิ่งหรือสัมผัสกับพื้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งกว่านึก
เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าลิฟต์จะหยุดหรือกระแทกพื้นเมื่อไหร่ อีกทั้งแรงดึงดูดขณะร่วงหล่นจะทำให้ร่างกายเราสัมผัสกับพื้นลิฟต์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
การพยายามกระโดดในขณะที่ลิฟต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนั้นถือเป็นเรื่องที่แทบทำไม่ได้จริง นอกจากเรื่องของจังหวะแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญในเรื่องของความเร็วสัมพัทธ์
ลิฟต์ที่ตกจากอาคารสูงมักจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มหาศาล การที่เรากระโดดขึ้นเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ไม่ได้ช่วยลดความเร็วรวมที่ร่างกายได้รับจากการกระแทกอย่างมีนัยสำคัญ
แรงกระแทกจากการตกจากที่สูงส่งผลต่อร่างกายมนุษย์อย่างรุนแรงเกินกว่าที่การกระโดดเล็กน้อยจะช่วยบรรเทาได้ ต่อให้เราสามารถกะจังหวะได้แม่นยำจริงๆ
แรงกระแทกที่ลิฟต์หยุดนิ่งกะทันหันจะส่งพลังงานมหาศาลผ่านพื้นลิฟต์เข้าสู่ร่างกายอยู่ดี ไม่ต่างกับการที่เรายืนอยู่บนพื้นลิฟต์แล้วถูกกระแทกเข้าอย่างจัง
คำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นสากลสำหรับสถานการณ์นี้คือการหาจุดที่ปลอดภัยที่สุดภายในลิฟต์ นั่นคือการนอนราบไปกับพื้นลิฟต์เพื่อกระจายแรงกระแทกไปทั่วทั้งร่างกาย
การนอนราบจะช่วยให้ร่างกายไม่จดจ่อแรงปะทะไว้ที่จุดเดียวเหมือนการยืนหรือนั่ง ทั้งยังช่วยป้องกันอวัยวะภายในจากการกระชากอย่างรุนแรงและลดความเสี่ยงต่อกระดูกหักได้ดีกว่าการพยายามกระโดดอยู่กับที่
หากพื้นที่ในลิฟต์แคบเกินกว่าจะนอนราบได้ ให้ใช้วิธีนั่งย่อเข่าลงกับพื้นเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายลง ไม่ใช่การพยายามกระโดด เพราะความปลอดภัยคือเรื่องของการกระจายแรงปะทะออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ใช่การพยายามเอาชนะแรงโน้มถ่วงด้วยแรงกระโดดเพียงชั่วครู่ ซึ่งสุดท้ายแล้ววิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุดคือการหมั่นตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ในอาคารและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การตั้งสติและจัดระเบียบร่างกายให้มั่นคงตามหลักที่เหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการคุ้มครองตัวเราเองให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
นอกเหนือจากแบมฟ์ แคนาดายังมี 3 ดินแดนธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่คนไทยอาจยังรู้จักน้อย
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
5 ประโยคที่ไม่ควรพูดกับตัวเองซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้ชีวิตติดอยู่กับความคิดเดิม
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
7 บัตรเครดิตสะสมแต้ม–Cashback สำหรับมนุษย์เงินเดือน เลือกแบบไหนให้คุ้ม
5 เรื่องราวของผู้กล้า ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
อะมีบากินสมอง เพชฌฆาตจิ๋วในสายน้ำอุ่น เมื่อโลกที่ร้อนขึ้นอาจพามันเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น
รู้จัก 10 นามสกุลพระราชทาน ชื่อคุ้นหูที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ไทย
LINE VOOM ยุติให้บริการในไทย 28 กันยายน 2569 ใครใช้รีบเก็บข้อมูลด่วน
