ข้อเสนอลาออกโดยสมัครใจ ตรวจสอบสิทธิก่อนเซ็น
หลายคนที่ทำงานมานานอาจเคยได้ยินหรือประสบพบเจอสถานการณ์ที่บริษัทมีข้อเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจ ซึ่งมักจะเป็นทางเลือกที่ผู้บริหารนำมาใช้เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร ลดค่าใช้จ่าย หรือในบางกรณีก็เพื่อเลี่ยงการเลิกจ้าง ที่ฟังดูเหมือนเป็นโอกาสดีให้ได้พักหรือไปหาเส้นทางใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันซับซ่อนกว่าที่คิดเยอะครับ การตัดสินใจรับหรือไม่รับข้อเสนอแบบนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมันเกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเงินและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เราควรจะได้รับ
สิ่งแรกที่เราต้องทำเมื่อได้รับข้อเสนอคือ อย่าเพิ่งตกกระไดพลอยโจนหรือรีบร้อนเซ็นเอกสาร เพราะกลัวว่าถ้าไม่เซ็นตอนนี้จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ความจริงคือเรามีสิทธิ์ที่จะขอเวลาในการพิจารณาเอกสารและรายละเอียดต่างๆ ก่อน บริษัทที่ดีและโปร่งใสควรให้เวลาพนักงานทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ควรเอาไปปรึกษาผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน หรือปรึกษาทนายความแรงงาน เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรากำลังจะเซ็นนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และเราไม่เสียเปรียบ
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดคือ ‘ค่าชดเชย’ กฎหมายแรงงานกำหนดไว้ชัดเจนว่าพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน แต่สำหรับแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจ บริษัทมักจะเสนอค่าชดเชยที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดเล็กน้อย เพื่อจูงใจให้เรายอมรับข้อเสนอ สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณให้ดีว่าจำนวนเงินที่เสนอมานั้นคุ้มค่าหรือไม่ ควรนำค่าจ้างสุดท้ายคูณกับจำนวนปีที่ทำงาน และบวกเพิ่มตามเงื่อนไขพิเศษที่บริษัทเสนอมา หากบริษัทเสนอจำนวนที่น้อยกว่าที่ควรได้รับตามกฎหมายหรือน้อยกว่าที่เราคาดหวังไว้ ก็มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้
ถัดมาคือเรื่อง ‘ประกันสุขภาพ’ และ ‘สวัสดิการพนักงาน’ อื่นๆ ที่เราได้รับระหว่างทำงาน หลายบริษัทมีสวัสดิการดีๆ เช่น ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต โบนัสประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือสิทธิในการลาพักร้อนที่ยังไม่ได้ใช้ สิ่งเหล่านี้จะสิ้นสุดลงทันทีที่เราพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเราจะได้รับเงินคืนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อไหร่ ได้รับค่าชดเชยวันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ครบถ้วนหรือไม่ และประกันสุขภาพของเราจะครอบคลุมถึงเมื่อไหร่ หากมีแผนจะเปลี่ยนงานใหม่ทันที ก็ต้องวางแผนเรื่องประกันสุขภาพหลังจากออกจากงานด้วย
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ภาษี’ เงินค่าชดเชยหรือเงินก้อนพิเศษที่ได้รับจากการลาออกโดยสมัครใจบางส่วนอาจจะต้องถูกนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก หากไม่วางแผนให้ดี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อหาวิธีจัดการภาษีให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด เพื่อไม่ให้เงินก้อนที่ได้มาต้องหดหายไปกับค่าภาษีโดยไม่จำเป็น รวมถึงควรสอบถามรายละเอียดจากฝ่ายบุคคลให้ชัดเจนว่าเงินส่วนไหนบ้างที่ต้องเสียภาษีและส่วนไหนที่ได้รับยกเว้น
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือ ‘สิทธิอื่นๆ ที่อาจเสียไป’ เช่น สิทธิในการรับเงินได้จากบริษัท ถ้ามีการลงทุนในบริษัท เช่น หุ้นพนักงาน หรือเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ สิทธิในการใช้บริการคลับเฮาส์ หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ผูกพันธ์กับการเป็นพนักงาน รวมถึงประวัติการทำงาน ก็ควรพิจารณาผลกระทบเหล่านี้ด้วย การลาออกโดยสมัครใจไม่ถือว่าเป็นการถูกเลิกจ้าง แต่เป็นการตกลงร่วมกัน ซึ่งอาจมีผลต่อการสมัครงานในอนาคต หากว่าที่นายจ้างโทรมาสอบถามจากบริษัทเดิม ก็ต้องมั่นใจว่าการพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของเราเป็นการจากกันด้วยดี
การตัดสินใจรับแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจควรพิจารณาจากสถานการณ์ส่วนตัว แผนการใช้ชีวิตในอนาคต และความพร้อมทางการเงินของเรา ถ้าพิจารณาดีแล้วว่าคุ้มค่าและเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้ายังไม่มั่นใจหรือมีข้อกังวล ก็ควรหาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้รอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเองครับ
วิธีละลายเนื้อแช่แข็งอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อสุขภาพ
ทำไมแผ่นกรองแอร์ตันถึงทำให้เปลืองค่าไฟและเกิดกลิ่นเหม็น
วิธีเช็คลมยางให้ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานยางรถยนต์
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
ทำไมหลอดไฟ LED ในโคมปิดทึบถึงอายุสั้นกว่ากำหนด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
5 ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จากโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกในประวัติศาสตร์
เปิดตู้เย็นทิ้งไว้ให้ห้องเย็น ความเข้าใจผิดที่ควรเลิกทำ



