ทำไมคนเราถึงถนัดซ้ายหรือขวา? วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความถนัดของมือ
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมประชากรโลกส่วนใหญ่ราว 90% จึงถนัดขวา ขณะที่มีเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่ถนัดซ้าย?
ความถนัดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการจับปากกา ใช้ช้อนส้อม หรือเตะลูกบอล แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง พันธุกรรม พัฒนาการ และปัจจัยแวดล้อมหลายด้านที่ทำงานร่วมกัน
แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาความถนัดของมนุษย์มานาน แต่คำถามว่า “ทำไมคนหนึ่งจึงถนัดซ้าย ขณะที่อีกคนถนัดขวา” ยังไม่มีคำตอบจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความถนัดซ้ายและขวากันครับ
วิทยาศาสตร์ของการทำงานของสมอง
สมองมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ซีก ได้แก่ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา โดยการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนใหญ่เป็นแบบ “ไขว้กัน”
กล่าวคือ สมองซีกซ้ายควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายฝั่งขวา ส่วนสมองซีกขวาควบคุมร่างกายฝั่งซ้าย
สำหรับคนถนัดขวา สมองซีกซ้ายมักมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียดและซับซ้อน รวมถึงการประมวลผลภาษาในคนส่วนใหญ่ ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสื่อสาร การเขียน และการสร้างเครื่องมือ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคนถนัดขวาจะใช้เฉพาะสมองซีกซ้าย หรือคนถนัดซ้ายจะใช้เฉพาะสมองซีกขวา เพราะกิจกรรมแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก
ในคนถนัดซ้าย รูปแบบการแบ่งหน้าที่ของสมองอาจมีความหลากหลายมากขึ้น บางคนยังคงประมวลผลภาษาโดยใช้สมองซีกซ้ายเหมือนคนถนัดขวา ขณะที่บางคนอาจใช้สมองทั้งสองซีก หรือมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างออกไป
งานศึกษาด้านสมองยังพบความแตกต่างโดยเฉลี่ยบางประการระหว่างคนถนัดซ้ายและถนัดขวา แต่ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้ใช้ตัดสินความฉลาด ความสามารถ หรือบุคลิกของแต่ละคนได้โดยตรง
อะไรเป็นตัวกำหนดความถนัดของมือ?
ความถนัดไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่
พันธุกรรม
พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับความถนัด แต่ไม่ได้มียีนเพียงตัวเดียวที่กำหนดว่าใครจะต้องถนัดซ้ายหรือถนัดขวา
หากพ่อแม่ถนัดซ้ายทั้งคู่ ลูกอาจมีโอกาสถนัดซ้ายเพิ่มขึ้น โดยมีการกล่าวถึงตัวเลขประมาณ 25% ในบางข้อมูล แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกันตามประชากรและวิธีการศึกษา
สิ่งสำคัญคือ แม้พ่อแม่จะถนัดซ้าย ลูกก็ยังมีโอกาสถนัดขวาได้ แสดงให้เห็นว่าพันธุกรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
พัฒนาการและสภาพแวดล้อมก่อนเกิด
นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาว่าปัจจัยระหว่างอยู่ในครรภ์อาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสมองและความถนัดของมือหรือไม่
ระดับฮอร์โมน เช่น เทสโทสเตโรน เคยถูกเสนอเป็นหนึ่งในสมมติฐานที่อาจเกี่ยวข้อง แต่กลไกที่แท้จริงยังมีความซับซ้อน และยังไม่ควรสรุปว่าฮอร์โมนเพียงอย่างเดียวเป็นตัวกำหนดความถนัด
การเรียนรู้และสภาพแวดล้อม
วัฒนธรรม การเลี้ยงดู และการฝึกใช้มืออาจมีผลต่อพฤติกรรมการใช้มือ โดยเฉพาะในอดีตที่เด็กถนัดซ้ายบางคนถูกบังคับให้เขียนหนังสือด้วยมือขวา
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมือที่ใช้เขียนไม่ได้หมายความว่าความถนัดตามธรรมชาติของสมองจะเปลี่ยนไปทั้งหมด เพราะคนหนึ่งอาจเขียนด้วยมือขวา แต่ยังเลือกใช้มือซ้ายทำกิจกรรมอื่น เช่น โยนลูกบอล เปิดฝาขวด หรือถืออุปกรณ์
ทฤษฎีวิวัฒนาการ: ทำไมคนถนัดซ้ายจึงยังคงมีอยู่?
นักมานุษยวิทยาพบหลักฐานที่สะท้อนว่ามนุษย์มีแนวโน้มถนัดขวามาเป็นเวลานาน รวมถึงหลักฐานจากการใช้เครื่องมือของมนุษย์ยุคโบราณ
แต่หากคนถนัดซ้ายต้องใช้ชีวิตในสังคมที่คนส่วนใหญ่ถนัดขวา ทำไมวิวัฒนาการจึงไม่ทำให้ความถนัดซ้ายหายไป?
หนึ่งในคำอธิบายคือ “ความได้เปรียบจากการเป็นคนส่วนน้อย”
ในอดีต คนถนัดซ้ายอาจได้เปรียบในการต่อสู้ระยะประชิด เนื่องจากคู่ต่อสู้ที่ถนัดขวามักคุ้นเคยกับการรับมือคนถนัดขวาด้วยกันมากกว่า การโจมตีจากมุมที่ต่างออกไปจึงอาจสร้างความได้เปรียบในบางสถานการณ์
แนวคิดนี้ยังถูกนำมาอธิบายกีฬาที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งโดยตรง เช่น มวย ฟันดาบ เทนนิส หรือกีฬาใช้ไม้บางประเภท ซึ่งผู้เล่นอาจไม่คุ้นเคยกับจังหวะและทิศทางของคู่แข่งถนัดซ้าย
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรือทุกชนิดกีฬา เพราะความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อม ทักษะ สมรรถภาพ และปัจจัยอื่นอีกมาก
ความร่วมมือทางสังคมกับมาตรฐานเดียวกัน
ในอีกด้านหนึ่ง สังคมมนุษย์ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน การที่คนส่วนใหญ่ถนัดมือด้านเดียวกันอาจช่วยให้การออกแบบเครื่องมือ การแบ่งปันทักษะ และการทำงานร่วมกันมีความสะดวกมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น เครื่องมือบางชนิดถูกออกแบบให้จับหรือควบคุมด้วยมือขวา หรือการทำงานร่วมกัน เช่น การเลื่อยไม้ อาจง่ายขึ้นเมื่อผู้ใช้มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่คล้ายกัน
จึงมีทฤษฎีเสนอว่าสัดส่วนคนถนัดขวาและถนัดซ้ายอาจสะท้อนสมดุลระหว่างประโยชน์จากการใช้มาตรฐานร่วมกัน กับข้อได้เปรียบจากการมีรูปแบบที่แตกต่าง
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังเป็นคำอธิบายทางวิวัฒนาการ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าธรรมชาติกำหนดสัดส่วน 90:10 ไว้อย่างตายตัว
คนถนัดซ้ายมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าจริงหรือ?
หลายคนเชื่อว่าคนถนัดซ้ายมักเก่งศิลปะ มีจินตนาการสูง หรือมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนถนัดขวา
ส่วนหนึ่งของความเชื่อนี้มาจากแนวคิดที่ว่าคนถนัดซ้ายมีรูปแบบการแบ่งหน้าที่ของสมองที่หลากหลาย และอาจใช้สมองทั้งสองซีกในการประมวลผลบางอย่างมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น เลโอนาร์โด ดา วินชี ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าใช้มือซ้าย รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกหลายคนที่ถนัดซ้ายหรือมีความถนัดแบบผสม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าคนถนัดซ้ายทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า หรือมีทักษะ Divergent Thinking สูงกว่าโดยอัตโนมัติ เพราะความคิดสร้างสรรค์ได้รับอิทธิพลจากหลายด้าน ทั้งประสบการณ์ การศึกษา บุคลิก การฝึกฝน และสภาพแวดล้อม
ความคิดที่ว่า “คนถนัดซ้ายใช้สมองซีกขวาจึงสร้างสรรค์กว่า” ยังเป็นการอธิบายที่ง่ายเกินไป เนื่องจากสมองทั้งสองซีกทำงานเชื่อมโยงกันตลอดเวลา ไม่ได้แยกเป็นด้านเหตุผลและด้านศิลปะอย่างเด็ดขาด
ถนัดมือไหน สังเกตได้จากหลายกิจกรรม
ความถนัดไม่ได้ดูจากมือที่ใช้เขียนเพียงอย่างเดียว ลองสังเกตว่าคุณเลือกใช้มือใดโดยอัตโนมัติเมื่อทำกิจกรรมเหล่านี้
-
โยนลูกบอล
-
ใช้กรรไกร
-
ถือแปรงสีฟัน
-
เปิดฝาขวด
-
ใช้ช้อนหรือส้อม
-
จับไม้กีฬา
-
ใช้ไขควงหรือเครื่องมือ
บางคนอาจใช้มือขวาเขียนหนังสือ แต่ใช้มือซ้ายเล่นกีฬา หรือสลับมือได้ดีในบางกิจกรรม ลักษณะนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นความถนัดแบบผสม ซึ่งแตกต่างจากการใช้ทั้งสองมือได้คล่องเท่ากันอย่างแท้จริง
ไม่ควรบังคับเด็กให้เปลี่ยนมือเพียงเพราะถนัดซ้าย
ในอดีต เด็กถนัดซ้ายหลายคนเคยถูกบังคับให้ใช้มือขวา เนื่องจากความเชื่อทางสังคมหรือเพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบสำหรับคนถนัดขวา
ปัจจุบัน การปล่อยให้เด็กใช้มือที่ถนัดตามธรรมชาติมักเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า หากเด็กสามารถเขียน ทำกิจกรรม และพัฒนาทักษะได้ตามวัย ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับเปลี่ยนมือ
หากเด็กมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การเขียน หรือพัฒนาการด้านอื่นร่วมด้วย ควรพิจารณาปรึกษาครู ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ หรือบุคลากรทางสุขภาพ แทนการสรุปว่าปัญหาเกิดจากการถนัดซ้าย
สรุป
ไม่ว่าคุณจะถนัดซ้ายหรือถนัดขวา ความถนัดของมือเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของพันธุกรรม พัฒนาการของสมอง และปัจจัยแวดล้อม ไม่ได้เกิดจากสมองซีกใดซีกหนึ่งเพียงอย่างเดียว
คนถนัดซ้ายไม่ได้ฉลาดกว่า สร้างสรรค์กว่า หรือมีความสามารถมากกว่าคนถนัดขวาโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับที่คนถนัดขวาไม่ได้มีรูปแบบสมองเหมือนกันทุกคน
สิ่งที่น่าสนใจคือ สมองมนุษย์มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ขณะที่อุปกรณ์และสังคมเริ่มรองรับคนถนัดซ้ายมากขึ้น ทำให้หลายคนไม่จำเป็นต้องฝืนความถนัดตามธรรมชาติของตัวเองเหมือนในอดีต
แล้วคุณล่ะ ถนัดข้างไหน? เคยเจออุปสรรค หรือเคยรู้สึกว่าความถนัดของตัวเองช่วยให้ได้เปรียบในบางสถานการณ์หรือไม่? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ!
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
แนวทางเลขเด็ด 16 สิงหาคม 2569 เปิดสถิติย้อนหลัง ค้นหา 2 ตัว 3 ตัว
เขียงไม้เก่าไม่ได้มีแค่รอยมีด แต่ซ่อนร่องสะสมเชื้อโรคที่หลายบ้านมองข้าม
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้ง
ส่องภัยมรณะ "เถ้าภูเขาไฟ" หลังฟูเอโกระเบิดวิกฤต ฝุ่นพิษที่เปลี่ยนปอดเป็นคอนกรีต!
5 อันดับพืชผักที่ปลูกแล้วเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุด
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
แกนขาวขุ่นกลางก้อนน้ำแข็ง เกิดจากอะไร ทำไมขอบนอกกลับใสแจ๋ว
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
ชนกันจังๆ "ม้าสีหมอก vs เสือตกถัง" งวด 16 ส.ค. 69 สำนักไหนเด็ด มาเทียบกันชัดๆ!
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก



