อังกฤษปะทะอาร์เจนตินา ย้อนรอยคู่ปรับข้ามทวีป ก่อนชิงตั๋วฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงฯ
เมื่อฟุตบอลโลก 2026 นำพาให้ “สิงโตคำราม” อังกฤษ และ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ต้องโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบ 4 ทีมสุดท้าย หรือรอบรองชนะเลิศ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา เกมนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการแย่งชิงตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเท่านั้น
เบื้องหลังการพบกันยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความขัดแย้ง และปมดราม่าที่สะสมมานานกว่า 6 ทศวรรษ ตั้งแต่เหตุการณ์ในสนามฟุตบอล ไปจนถึงบริบททางการเมืองนอกสนาม จนทำให้การดวลแข้งของทั้งสองชาติถูกมองว่าเป็นมากกว่าเกมกีฬา แต่ยังเป็นการพิสูจน์ศักดิ์ศรีของสองมหาอำนาจลูกหนังจากต่างทวีป
วันนี้ผู้เขียนจะพาไปย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้อังกฤษและอาร์เจนตินากลายเป็นหนึ่งใน “คู่ปรับข้ามทวีป” ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
จากการพบกันปี 1962 สู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ในปี 1966
อังกฤษและอาร์เจนตินาเคยพบกันในฟุตบอลโลกปี 1962 ก่อนที่ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1966 ซึ่งอังกฤษเป็นเจ้าภาพ
เกมรอบก่อนรองชนะเลิศครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของความบาดหมาง เมื่อ อันโตนิโอ รัตติน กัปตันทีมอาร์เจนตินา ถูกผู้ตัดสินสั่งให้ออกจากสนาม ท่ามกลางความสับสนและการประท้วง ส่งผลให้การแข่งขันหยุดชะงักเป็นเวลาหลายนาที
หลังจบการแข่งขัน อัลฟ์ แรมซีย์ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของนักเตะอาร์เจนตินา และสั่งไม่ให้ลูกทีมแลกเสื้อกับคู่แข่ง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันระหว่างสองชาติเริ่มมีความหมายมากกว่าผลแพ้ชนะในสนาม
ปี 1986 “หัตถ์พระเจ้า” กับเกมที่โลกไม่เคยลืม
ความขัดแย้งถูกสุมไฟขึ้นอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 1986 ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ยังตึงเครียดจากสงครามฟอล์กแลนด์ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการแข่งขันเพียงไม่กี่ปี
ดิเอโก มาราโดน่า กลายเป็นวีรบุรุษของอาร์เจนตินา หลังทำสองประตูพาทีมเอาชนะอังกฤษ 2-1 โดยประตูแรกเป็นเหตุการณ์ที่ต่อมาถูกเรียกว่า “หัตถ์พระเจ้า” หลังมาราโดน่าใช้มือสัมผัสบอลก่อนส่งเข้าสู่ประตู แต่ผู้ตัดสินยังคงให้เป็นประตู
หลังจากนั้นไม่นาน มาราโดน่ายังเลี้ยงบอลผ่านนักเตะอังกฤษหลายคนก่อนยิงประตูที่สอง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
เกมดังกล่าวจึงกลายเป็นทั้งความทรงจำอันยิ่งใหญ่ของแฟนบอลอาร์เจนตินา และหนึ่งในบาดแผลที่แฟนบอลอังกฤษยังคงพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน
ปี 1998 ใบแดงของเบ็คแฮม และความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ
ฟุตบอลโลกปี 1998 ความบาดหมางของทั้งสองชาติปะทุขึ้นอีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เดวิด เบ็คแฮม ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังมีจังหวะตอบโต้ ดิเอโก ซิเมโอเน ขณะนอนอยู่บนพื้น ส่งผลให้อังกฤษต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน ก่อนจะพ่ายอาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษ
ภายหลัง ซิเมโอเนยอมรับว่าเขาแสดงปฏิกิริยาเกินจริง เพื่อดึงความสนใจจากผู้ตัดสินและทำให้เบ็คแฮมได้รับบทลงโทษ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เบ็คแฮมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในอังกฤษ และกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของการแข่งขันระหว่างสองชาติ
ปี 2002 เบ็คแฮมพาอังกฤษชำระแค้น
อีก 4 ปีต่อมา อังกฤษได้โอกาสพบอาร์เจนตินาอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 2002 รอบแบ่งกลุ่ม
ครั้งนี้ เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งเคยกลายเป็นผู้ถูกวิจารณ์จากเหตุการณ์ใบแดงเมื่อปี 1998 เป็นผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และยิงประตูชัยช่วยให้อังกฤษเอาชนะอาร์เจนตินาไปได้ 1-0
ชัยชนะครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นการล้างแค้นของอังกฤษ และเป็นช่วงเวลาแห่งการไถ่ตัวของเบ็คแฮม หลังต้องแบกรับแรงกดดันจากเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกครั้งก่อนมานานหลายปี
ทำไมอังกฤษ–อาร์เจนตินาจึงไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล
แม้นักเตะทีมชาติอังกฤษและอาร์เจนตินาชุดปัจจุบันจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ในอดีต แต่เรื่องราวจากฟุตบอลโลกหลายยุค ทั้งการไล่ออกของรัตติน ประตู “หัตถ์พระเจ้า” ใบแดงของเบ็คแฮม และเกมล้างแค้นในปี 2002 ได้กลายเป็นมรดกทางฟุตบอลที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
สิ่งที่ทำให้คู่นี้แตกต่างจากคู่แข่งทั่วไป คือทุกครั้งที่ทั้งสองทีมพบกัน มักมีเรื่องราวจากอดีตถูกนำกลับมาพูดถึงเสมอ ทั้งในหมู่แฟนบอล สื่อ และอดีตนักเตะ
อย่างไรก็ตาม นักเตะชุดปัจจุบันยังมีเป้าหมายสำคัญอยู่ตรงหน้า นั่นคือการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 มากกว่าการชำระความแค้นแทนนักเตะรุ่นก่อน
บทสรุปก่อนศึกแห่งศักดิ์ศรี
การผ่านนอร์เวย์ของอังกฤษ และการฝ่าด่านสวิตเซอร์แลนด์ของอาร์เจนตินา ทำให้ทั้งสองทีมได้กลับมาพบกันบนเวทีฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังการดวลกันครั้งล่าสุดในรายการนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2002
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การพบกันของทั้งสองชาติเต็มไปด้วยใบแดง ประตูปัญหา การดวลจุดโทษ และเหตุการณ์ “หัตถ์พระเจ้า” จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 4 ทีมสุดท้าย จึงอาจเป็นเวทีสำหรับการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หรือกลายเป็นอีกหนึ่งบทที่ตอกย้ำว่า อังกฤษและอาร์เจนตินา ยังคงเป็นคู่ปรับข้ามทวีปที่เรื่องราวไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา
อ้างอิง:
https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/england-v-argentina-live-stream-team-news-tickets-and-more
https://www.reuters.com/sports/soccer/rivalry-revenge-long-bitter-relationship-between-england-argentina-2026-07-13/
https://apnews.com/article/9a9fa6e87a4404aff63582b80e0ddd94
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ฝรั่งเศสพลาดชิงฟุตบอลโลก 2026 เอ็มบัปเป้ยอมรับ “เราไม่สมควรเข้ารอบ”
"ทำไมเราต้องรับคุณเข้าทำงาน?" คำถามยอดฮิตจาก HR สรุปแล้ว HR ต้องการคำตอบแบบไหน?
เปิดเบื้องหลังวงการ AV อีกด้านที่ไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงและรายได้
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาทสองสี” จากเงินตราในกระเป๋า สู่สุดยอดของสะสมมูลค่าหลักล้าน
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
8 อาหารแปลกที่สุดในโลก ที่หลายคนอาจไม่กล้าลอง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
จัดอันดับ 5 แอปออมเงินและบริหารค่าใช้จ่าย ใช้งานง่ายในปี 2026
Why Treat Calories Add Up So Fast
8 อาหารแปลกที่สุดในโลก ที่หลายคนอาจไม่กล้าลอง
เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาทสองสี” จากเงินตราในกระเป๋า สู่สุดยอดของสะสมมูลค่าหลักล้าน
พืชที่ใช้บรรเทาอาการคัน






