เตือนภัยคนขับรถเที่ยวเมืองหนาว ติดพายุหิมะห้ามสตาร์ทรถทิ้งไว้เด็ดขาด
ช่วงนี้ใครมีแพลนเช่ารถขับเที่ยวต่างประเทศที่หิมะตกหนักๆ อย่างเกาะฮอกไกโด หรือแถบยุโรป อเมริกา มีเรื่องนึงที่อยากหยิบมาเตือนกันไว้ก่อน เพราะมันคือเรื่องความเป็นความตายที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไปในเสี้ยววินาทีที่สติหลุด นั่นคือสถานการณ์ที่รถของเราบังเอิญติดหล่มหิมะ หรือเจอพายุหิมะพัดถล่มอย่างหนักจนรถขยับไปไหนไม่ได้ ต้องติดแหงกอยู่กลางถนนที่ขาวโพลน
เวลาที่อากาศข้างนอกติดลบ หิมะตกหนักจนเริ่มทับถมรอบคันรถ สัญชาตญาณแรกของคนส่วนใหญ่คือการรีบสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วเปิดฮีตเตอร์ให้แรงที่สุดเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย พร้อมกับปิดกระจกทุกบานให้สนิทเพื่อไม่ให้ลมหนาวเข้ามา ฟังดูเป็นวิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้องใช่ไหมครับ เพราะใครๆ ก็อยากอยู่ในที่อุ่นๆ แต่ความจริงแล้วนี่คือการกระทำที่อันตรายถึงชีวิต และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วนับไม่ถ้วนในทุกๆ ปีที่มีพายุฤดูหนาว
สาเหตุหลักของการเสียชีวิตไม่ได้มาจากความหนาวเย็นหรือการถูกแช่แข็ง แต่มาจาก "ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์" ที่ย้อนกลับเข้ามาในห้องโดยสาร
เวลาที่หิมะตกลงมาทับถมรอบตัวรถจนสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือโดนรถกวาดหิมะดันกองหิมะมาสุมที่ท้ายรถ หิมะหนาเตอะเหล่านั้นจะเข้าไปอุดตันปลายท่อไอเสียด้านหลัง เมื่อท่อไอเสียถูกปิดกั้น ควันและก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะไม่สามารถระบายออกสู่อากาศภายนอกได้ตามปกติ ก๊าซเหล่านี้จะลอยวนสะสมอยู่ใต้ท้องรถ และหาทางแทรกซึมกลับเข้ามาในห้องโดยสารผ่านทางช่องแอร์หรือรอยต่อต่างๆ ของตัวถังรถ
ความน่ากลัวของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์คือ มันเป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ เราจะไม่มีทางรู้ตัวเลยว่ากำลังสูดดมมัจจุราชเงียบขวดนี้เข้าไป อาการเริ่มต้นจะเริ่มจากปวดหัว อ่อนเพลีย คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าตัวเองแค่เหนื่อยจากการเดินทาง หรืออาจจะแค่เมารถ ประกอบกับความอบอุ่นจากฮีตเตอร์ที่เป่าออกมา จะทำให้เรารู้สึกง่วงนอนอย่างรวดเร็ว และเมื่อเผลอหลับไปพร้อมกับสูดดมก๊าซพิษนี้ในปริมาณเข้มข้น ร่างกายจะขาดออกซิเจนจนนำไปสู่การหมดสติ โคม่า และเสียชีวิตอย่างสงบโดยที่ไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาขอความช่วยเหลือเลย
ถ้าบังเอิญซวยเจอแจ็คพอตติดพายุหิมะในรถจริงๆ วิธีเอาชีวิตรอดที่หน่วยงานกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำ มีขั้นตอนที่ต้องจำให้ขึ้นใจดังนี้ครับ
อันดับแรกและสำคัญที่สุด ถ้าต้องการสตาร์ทรถเพื่อใช้ฮีตเตอร์ ต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาๆ แล้วลงไปเคลียร์หิมะที่อุดตันบริเวณท่อไอเสียออกให้หมดก่อน และต้องหมั่นลงไปตรวจเช็กเรื่อยๆ เพราะหิมะที่ตกหนักสามารถพัดพามาพูนปิดท่อได้ตลอดเวลา อย่าขี้เกียจเด็ดขาดเพราะนี่คือจุดชี้เป็นชี้ตาย
ข้อต่อมาคือ "ห้ามสตาร์ทรถทิ้งไว้ตลอดเวลาเด็ดขาด" กฎเหล็กที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดคือ ให้สตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดฮีตเตอร์เพียงแค่ 10 นาที ต่อ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ระยะเวลานี้เพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิในห้องโดยสารอุ่นขึ้นมาอยู่ในระดับที่ร่างกายทนไหว เมื่อครบ 10 นาทีให้ดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าทีมกู้ภัยจะเข้ามาถึงเมื่อไหร่ อาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมง หรือเป็นวัน ถ้าดันทุรังเปิดจนน้ำมันหมด ทีนี้ล่ะของจริงเลย
ระหว่างที่สตาร์ทเครื่องยนต์ 10 นาทีนั้น ให้แง้มหน้าต่างรถลงมาเล็กน้อยประมาณ 1-2 นิ้วในฝั่งที่หลบจากทิศทางลมด้วย เพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไหลเวียนเข้ามา และช่วยระบายก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อาจจะหลุดรอดเข้ามาให้ออกไป แม้ลมหนาวจะพัดเข้ามาบ้างแต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมแลกเพื่อความปลอดภัยของลมหายใจตัวเอง พอครบ 10 นาทีตอนที่จะดับเครื่อง ค่อยปิดกระจกให้สนิทเหมือนเดิมเพื่อเก็บกักความร้อน
แล้วเวลาที่ดับเครื่องยนต์อีก 50 นาทีที่เหลือจะทำยังไงไม่ให้หนาวตาย? คำตอบคือต้องใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ในรถมาสร้างความอบอุ่นครับ เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ถุงมือ หมวกไหมพรม แผ่นแปะความร้อน เอามาใช้ให้หมด หรือถ้ามีผู้ร่วมเดินทางมาด้วยก็ให้นั่งเบียดกันเพื่อใช้ความร้อนจากอวัยวะของแต่ละคนช่วยกันรักษาอุณหภูมิร่างกาย อย่าลืมขยับแขนขาบ่อยๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้า ป้องกันภาวะหิมะกัด
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การทำให้รถของเราเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน พยายามหาผ้าสีสดๆ อย่างสีแดง หรือสีสะท้อนแสง ไปผูกไว้ที่เสาอากาศ หรือหนีบไว้ที่ประตูรถฝั่งที่เห็นได้ชัดเจน ถ้าเป็นตอนกลางคืน ช่วงที่สตาร์ทรถ 10 นาทีก็ให้เปิดไฟโดมในห้องโดยสารไว้ด้วย เพื่อให้แสงสว่างลอดออกไปให้ทีมกู้ภัยหรือรถคันอื่นที่ผ่านมามองเห็นว่ามีคนติดอยู่ข้างใน
ใครที่กำลังจะจัดทริปไปล่าหิมะ หรือขับรถลุยเส้นทางที่มีอากาศหนาวจัด ลองเซฟข้อมูลพวกนี้เก็บไว้เตือนใจตัวเองและคนร่วมทริปกันไว้นะครับ เรื่องพวกนี้อาจจะดูเหมือนไกลตัวสำหรับคนที่อยู่ในเมืองร้อน แต่พอไปอยู่หน้างานจริง ท่ามกลางความตื่นตระหนกและความเหน็บหนาว สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรคือข้อห้ามเด็ดขาด จะช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และกลับมาเล่าประสบการณ์ระทึกขวัญให้เพื่อนๆ ฟังได้อย่างปลอดภัยครับ
อ้างอิงข้อมูล
https://www.weather.gov/safety/winter-during
https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/00039929.htm
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
วัดเจดีย์หอย วัดกลางทุ่งปทุมธานีที่ซ่อน “เจดีย์เปลือกหอย” อายุนับล้านปี
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
ตำแหน่งสูงขึ้น เงินเพิ่มขึ้นอย่างไร? เปิดเส้นทางรายได้จากอาจารย์ → คณบดี → อธิการบดี
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
หมอช้างเปิดดวงเดือนตุลาคม 2569 ดาวพฤหัสขยับ หลายราศีมีเกณฑ์ดวงดีขึ้น
ส่องแนวทาง @ใต้ฟ้า งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลข 4 พร้อม 444
เยียวยาน้ำท่วม 2569 ทางรัฐทะลุ 7 แสนราย อัปเดต 4 ต.ค. เช็กสิทธิ 9,000 บาท และฝนระลอกใหม่
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
สถิติหวยออก 16 ตุลาคม เพื่อเป็นแนวทาง 16/10/69
วัดเจดีย์หอย วัดกลางทุ่งปทุมธานีที่ซ่อน “เจดีย์เปลือกหอย” อายุนับล้านปี
5 อุปกรณ์ในบ้านสุดสกปรก แหล่งสะสมเชื้อโรคที่คนมักมองข้ามไม่ได้ทำความสะอาด
เยียวยาน้ำท่วม 2569 ทางรัฐทะลุ 7 แสนราย อัปเดต 4 ต.ค. เช็กสิทธิ 9,000 บาท และฝนระลอกใหม่
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ต้นไม้เงินแห่งสกอตแลนด์ ต้นไม้ที่ไม่ได้ออกผลเป็นใบ แต่กลับมีเหรียญงอกเต็มลำต้น
ตำแหน่งสูงขึ้น เงินเพิ่มขึ้นอย่างไร? เปิดเส้นทางรายได้จากอาจารย์ → คณบดี → อธิการบดี
เช็กสัญญาณ "สมองล้า" (Brain Fog) จากการทำงานหนัก พร้อมวิธีฟื้นฟูให้กลับมาไบร์ท