หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เตือนภัยคนขับรถเที่ยวเมืองหนาว ติดพายุหิมะห้ามสตาร์ทรถทิ้งไว้เด็ดขาด

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ช่วงนี้ใครมีแพลนเช่ารถขับเที่ยวต่างประเทศที่หิมะตกหนักๆ อย่างเกาะฮอกไกโด หรือแถบยุโรป อเมริกา มีเรื่องนึงที่อยากหยิบมาเตือนกันไว้ก่อน เพราะมันคือเรื่องความเป็นความตายที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไปในเสี้ยววินาทีที่สติหลุด นั่นคือสถานการณ์ที่รถของเราบังเอิญติดหล่มหิมะ หรือเจอพายุหิมะพัดถล่มอย่างหนักจนรถขยับไปไหนไม่ได้ ต้องติดแหงกอยู่กลางถนนที่ขาวโพลน

เวลาที่อากาศข้างนอกติดลบ หิมะตกหนักจนเริ่มทับถมรอบคันรถ สัญชาตญาณแรกของคนส่วนใหญ่คือการรีบสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้วเปิดฮีตเตอร์ให้แรงที่สุดเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย พร้อมกับปิดกระจกทุกบานให้สนิทเพื่อไม่ให้ลมหนาวเข้ามา ฟังดูเป็นวิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้องใช่ไหมครับ เพราะใครๆ ก็อยากอยู่ในที่อุ่นๆ แต่ความจริงแล้วนี่คือการกระทำที่อันตรายถึงชีวิต และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วนับไม่ถ้วนในทุกๆ ปีที่มีพายุฤดูหนาว

สาเหตุหลักของการเสียชีวิตไม่ได้มาจากความหนาวเย็นหรือการถูกแช่แข็ง แต่มาจาก "ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์" ที่ย้อนกลับเข้ามาในห้องโดยสาร

เวลาที่หิมะตกลงมาทับถมรอบตัวรถจนสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือโดนรถกวาดหิมะดันกองหิมะมาสุมที่ท้ายรถ หิมะหนาเตอะเหล่านั้นจะเข้าไปอุดตันปลายท่อไอเสียด้านหลัง เมื่อท่อไอเสียถูกปิดกั้น ควันและก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะไม่สามารถระบายออกสู่อากาศภายนอกได้ตามปกติ ก๊าซเหล่านี้จะลอยวนสะสมอยู่ใต้ท้องรถ และหาทางแทรกซึมกลับเข้ามาในห้องโดยสารผ่านทางช่องแอร์หรือรอยต่อต่างๆ ของตัวถังรถ

ความน่ากลัวของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์คือ มันเป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ เราจะไม่มีทางรู้ตัวเลยว่ากำลังสูดดมมัจจุราชเงียบขวดนี้เข้าไป อาการเริ่มต้นจะเริ่มจากปวดหัว อ่อนเพลีย คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าตัวเองแค่เหนื่อยจากการเดินทาง หรืออาจจะแค่เมารถ ประกอบกับความอบอุ่นจากฮีตเตอร์ที่เป่าออกมา จะทำให้เรารู้สึกง่วงนอนอย่างรวดเร็ว และเมื่อเผลอหลับไปพร้อมกับสูดดมก๊าซพิษนี้ในปริมาณเข้มข้น ร่างกายจะขาดออกซิเจนจนนำไปสู่การหมดสติ โคม่า และเสียชีวิตอย่างสงบโดยที่ไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาขอความช่วยเหลือเลย

ถ้าบังเอิญซวยเจอแจ็คพอตติดพายุหิมะในรถจริงๆ วิธีเอาชีวิตรอดที่หน่วยงานกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำ มีขั้นตอนที่ต้องจำให้ขึ้นใจดังนี้ครับ

อันดับแรกและสำคัญที่สุด ถ้าต้องการสตาร์ทรถเพื่อใช้ฮีตเตอร์ ต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาๆ แล้วลงไปเคลียร์หิมะที่อุดตันบริเวณท่อไอเสียออกให้หมดก่อน และต้องหมั่นลงไปตรวจเช็กเรื่อยๆ เพราะหิมะที่ตกหนักสามารถพัดพามาพูนปิดท่อได้ตลอดเวลา อย่าขี้เกียจเด็ดขาดเพราะนี่คือจุดชี้เป็นชี้ตาย

ข้อต่อมาคือ "ห้ามสตาร์ทรถทิ้งไว้ตลอดเวลาเด็ดขาด" กฎเหล็กที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดคือ ให้สตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดฮีตเตอร์เพียงแค่ 10 นาที ต่อ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ระยะเวลานี้เพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิในห้องโดยสารอุ่นขึ้นมาอยู่ในระดับที่ร่างกายทนไหว เมื่อครบ 10 นาทีให้ดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าทีมกู้ภัยจะเข้ามาถึงเมื่อไหร่ อาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมง หรือเป็นวัน ถ้าดันทุรังเปิดจนน้ำมันหมด ทีนี้ล่ะของจริงเลย

ระหว่างที่สตาร์ทเครื่องยนต์ 10 นาทีนั้น ให้แง้มหน้าต่างรถลงมาเล็กน้อยประมาณ 1-2 นิ้วในฝั่งที่หลบจากทิศทางลมด้วย เพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไหลเวียนเข้ามา และช่วยระบายก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อาจจะหลุดรอดเข้ามาให้ออกไป แม้ลมหนาวจะพัดเข้ามาบ้างแต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมแลกเพื่อความปลอดภัยของลมหายใจตัวเอง พอครบ 10 นาทีตอนที่จะดับเครื่อง ค่อยปิดกระจกให้สนิทเหมือนเดิมเพื่อเก็บกักความร้อน

แล้วเวลาที่ดับเครื่องยนต์อีก 50 นาทีที่เหลือจะทำยังไงไม่ให้หนาวตาย? คำตอบคือต้องใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ในรถมาสร้างความอบอุ่นครับ เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ถุงมือ หมวกไหมพรม แผ่นแปะความร้อน เอามาใช้ให้หมด หรือถ้ามีผู้ร่วมเดินทางมาด้วยก็ให้นั่งเบียดกันเพื่อใช้ความร้อนจากอวัยวะของแต่ละคนช่วยกันรักษาอุณหภูมิร่างกาย อย่าลืมขยับแขนขาบ่อยๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้า ป้องกันภาวะหิมะกัด

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การทำให้รถของเราเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน พยายามหาผ้าสีสดๆ อย่างสีแดง หรือสีสะท้อนแสง ไปผูกไว้ที่เสาอากาศ หรือหนีบไว้ที่ประตูรถฝั่งที่เห็นได้ชัดเจน ถ้าเป็นตอนกลางคืน ช่วงที่สตาร์ทรถ 10 นาทีก็ให้เปิดไฟโดมในห้องโดยสารไว้ด้วย เพื่อให้แสงสว่างลอดออกไปให้ทีมกู้ภัยหรือรถคันอื่นที่ผ่านมามองเห็นว่ามีคนติดอยู่ข้างใน

ใครที่กำลังจะจัดทริปไปล่าหิมะ หรือขับรถลุยเส้นทางที่มีอากาศหนาวจัด ลองเซฟข้อมูลพวกนี้เก็บไว้เตือนใจตัวเองและคนร่วมทริปกันไว้นะครับ เรื่องพวกนี้อาจจะดูเหมือนไกลตัวสำหรับคนที่อยู่ในเมืองร้อน แต่พอไปอยู่หน้างานจริง ท่ามกลางความตื่นตระหนกและความเหน็บหนาว สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรคือข้อห้ามเด็ดขาด จะช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และกลับมาเล่าประสบการณ์ระทึกขวัญให้เพื่อนๆ ฟังได้อย่างปลอดภัยครับ

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.weather.gov/safety/winter-during
https://www.cdc.gov/mmwr/preview/mmwrhtml/00039929.htm

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 47 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดYouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยฟองน้ำล้างจานธรรมดา ซ่อนโครงสร้างสามมิติสุดซับซ้อนที่ตาเปล่าไม่มีวันเห็นน้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง ต่างกันแค่สีหรือมีอะไรมากกว่านั้นเปลือกไข่ไก่ไม่ได้ตันอย่างที่คิด แต่เต็มไปด้วยรูจิ๋วนับพันรูเพื่อการหายใจล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกละอองเกสรดอกไม้จิ๋วแค่ไหน ทำไมแต่ละเม็ดถึงมีรูปร่างไม่เหมือนกันใต้หมวกเห็ดซ่อนโรงงานสร้างสปอร์จิ๋วเอาไว้แน่นจนแทบไม่น่าเชื่อคมมีดโกนที่เห็นเรียบกริบ พอส่องใกล้กลับขรุขระกว่าที่หลายคนคิดประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยไวรัล 4.7 ล้านวิว สาวไทยใส่ชุดไทยย่อไหว้ทหารม้ารักษาพระองค์ คนทั่วโลกชม "งดงามและให้เกียรติสุดๆเข้าใจผิดมาตลอด CMYK ใช้ตัว M แต่ร้านกลับเรียกว่า "สีแดง"?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศนำเข้ายางพาราไทยมาก ที่สุดของโลกเรื่องราวของ Angus Barbieri ชายผู้ไม่กินอาหาร 382 วัน กับสถิติการอดอาหารที่น่าทึ่งที่สุดในโลกพริกไม่ใช่พืชไทย เรื่องจริงที่หลายคนเพิ่งรู้ ทั้งที่กินทุกวัน5 ประเทศที่ส่งออกลำไยมากที่สุดของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่