เปิด 5 สายพันธุ์องุ่นขึ้นชื่อเรื่องความหวาน มีพันธุ์ไหนบ้าง?
หากพูดถึงผลไม้ที่ทั้งอร่อยและรับประทานง่าย “องุ่น” คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของหลายคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า องุ่นแต่ละสายพันธุ์มีระดับความหวาน กลิ่น และเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน บางพันธุ์หวานหอมจนหลายคนเปรียบว่าเหมือนกำลังกินลูกอมหรือสายไหมเลยทีเดียว
หนึ่งในค่าที่นิยมใช้ประเมินความหวานของผลไม้คือ องศาบริกซ์ (°Brix) ซึ่งใช้บอกปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำผลไม้ โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำตาล ยิ่งค่า Brix สูง ผลไม้มักมีแนวโน้มให้รสหวานมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่า Brix ไม่ได้เป็นตัวกำหนดรสชาติทั้งหมด เพราะความเปรี้ยว กลิ่นหอม ความกรอบ และความสุกของผล ก็มีผลต่อความรู้สึกหวานเมื่อรับประทานเช่นกัน
ต่อไปนี้คือ 5 สายพันธุ์องุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องรสหวานและได้รับความนิยมในหลายประเทศ
อันดับ 1 Cotton Candy — องุ่นรสสายไหม
หากหลับตาชิม หลายคนอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือองุ่น เพราะมีรสหวานหอมที่ชวนให้นึกถึงสายไหม ทั้งที่ไม่ได้เติมน้ำตาลหรือแต่งกลิ่นลงในผลองุ่น
Cotton Candy เป็นองุ่นสีเขียวแบบไม่มีเมล็ด เนื้อค่อนข้างกรอบและฉ่ำน้ำ จุดเด่นไม่ได้มีเพียงความหวาน แต่ยังมีกลิ่นและรสเฉพาะตัวที่ทำให้หลายคนนึกถึงขนมสายไหม
ความหวานอาจอยู่ในช่วงประมาณ 18–24 °Brix ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูก ระดับความสุก และช่วงเวลาเก็บเกี่ยว
จุดเด่น
-
ไม่มีเมล็ด
-
เนื้อกรอบ ฉ่ำน้ำ
-
มีกลิ่นและรสคล้ายสายไหม
-
ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา
จึงไม่น่าแปลกที่ Cotton Candy จะกลายเป็นองุ่นที่ครองใจคนรักของหวานในหลายประเทศ
อันดับ 2 Shine Muscat — ราชาแห่งองุ่นญี่ปุ่น
Shine Muscat เป็นองุ่นพรีเมียมที่โด่งดังจากญี่ปุ่น มีผลขนาดใหญ่ สีเขียวอมเหลือง เปลือกค่อนข้างบาง และสามารถรับประทานได้ทั้งเปลือกเมื่อผ่านการเพาะปลูกและดูแลอย่างเหมาะสม
จุดเด่นคือเนื้อกรอบ กลิ่นหอมแบบมัสกัต และรสหวานที่สมดุล จึงนิยมรับประทานสด รวมถึงมอบเป็นของขวัญในญี่ปุ่น
ความหวานประมาณ 18–22 °Brix
จุดเด่น
-
ผลใหญ่
-
เนื้อกรอบ
-
มีกลิ่นหอมแบบมัสกัต
-
รับประทานได้ทั้งเปลือก
-
นิยมใช้เป็นผลไม้พรีเมียมและของขวัญ
แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่หลายคนยอมจ่าย เพราะทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น และเนื้อสัมผัสมีเอกลักษณ์แตกต่างจากองุ่นทั่วไป
อันดับ 3 Kyoho — เม็ดโต หวานฉ่ำเต็มคำ
Kyoho เป็นองุ่นสีม่วงเข้มที่มีผลขนาดใหญ่ เนื้อแน่นและฉ่ำน้ำ มีรสหวานเข้มข้น จึงได้รับความนิยมในญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอีกหลายประเทศในเอเชีย
องุ่นพันธุ์นี้มักมีเปลือกค่อนข้างหนาและแยกออกจากเนื้อได้ง่าย หลายคนนิยมลอกเปลือกก่อนรับประทาน
ความหวานประมาณ 18–20 °Brix โดยระดับความหวานอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ปลูกและความสุกของผล
จุดเด่น
-
ผลขนาดใหญ่
-
เนื้อแน่นและฉ่ำน้ำ
-
รสหวานเข้ม
-
มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
อันดับ 4 Muscat — หอมหวานแบบธรรมชาติ
Muscat เป็นกลุ่มสายพันธุ์องุ่นเก่าแก่ที่มีประวัติการเพาะปลูกมายาวนาน จุดเด่นคือกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ น้ำผึ้ง และผลไม้สุก
คำว่า “Muscat” ไม่ได้หมายถึงองุ่นเพียงพันธุ์เดียว แต่ครอบคลุมองุ่นหลายสายพันธุ์ที่มีลักษณะกลิ่นหอมใกล้เคียงกัน จึงอาจมีระดับความหวาน สี และขนาดแตกต่างกัน
องุ่นกลุ่ม Muscat นิยมนำไปรับประทานสด ผลิตไวน์ รวมถึงใช้ทำลูกเกดในบางพื้นที่
เสน่ห์สำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ความหวานเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่กลิ่นหอมซึ่งโดดเด่นและจดจำได้ง่าย
อันดับ 5 Sweet Sapphire หรือ Moon Drops — รูปร่างแปลกตา แต่หวานกรอบ
Sweet Sapphire เป็นองุ่นสีม่วงเข้มเกือบดำ มีผลเรียวยาวคล้ายนิ้วมือ จึงแตกต่างจากองุ่นทรงกลมที่หลายคนคุ้นเคย
จุดเด่นคือเนื้อกรอบ ไม่มีเมล็ด และมีรสหวาน เหมาะสำหรับรับประทานสดหรือแช่เย็นก่อนรับประทาน
ระดับความหวานที่เหมาะสมขององุ่นสายพันธุ์นี้อาจอยู่ราว 18–20 °Brix ขณะที่ผลจากบางแหล่งปลูกอาจเก็บเกี่ยวเมื่อมีค่า Brix สูงกว่านั้น
จุดเด่น
-
ผลเรียวยาว รูปร่างสะดุดตา
-
สีม่วงเข้มเกือบดำ
-
เนื้อกรอบ
-
ไม่มีเมล็ด
-
รสหวาน รับประทานง่าย
ทำไมองุ่นแต่ละพันธุ์จึงหวานไม่เท่ากัน?
นอกจากพันธุกรรมของแต่ละสายพันธุ์แล้ว ความหวานขององุ่นยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
-
ปริมาณแสงแดด
-
อุณหภูมิในพื้นที่ปลูก
-
ชนิดและคุณภาพของดิน
-
ปริมาณน้ำที่ต้นได้รับ
-
จำนวนผลในแต่ละช่อ
-
ระยะเวลาที่ปล่อยให้ผลสุกบนต้น
-
ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว
โดยทั่วไป องุ่นที่ได้รับแสงอย่างเหมาะสมและสุกเต็มที่ มักสะสมน้ำตาลได้มากขึ้น แต่หากปล่อยไว้นานเกินไป เนื้อสัมผัส ความสด และอายุการเก็บรักษาก็อาจเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน
ค่า Brix สูงกว่า ไม่ได้แปลว่าอร่อยกว่าสำหรับทุกคน
หลายคนอาจเข้าใจว่าองุ่นที่มีค่า Brix สูงที่สุดต้องอร่อยที่สุด แต่ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนชอบองุ่นหวานจัด ขณะที่บางคนชอบรสหวานอมเปรี้ยว เพราะให้ความรู้สึกสดชื่นมากกว่า นอกจากนี้ กลิ่นหอม ความกรอบ ความฉ่ำน้ำ และความหนาของเปลือก ก็มีผลต่อรสชาติโดยรวม
ดังนั้น ค่า Brix ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินรสชาติทั้งหมด
วิธีเลือกองุ่นหวานเมื่อซื้อรับประทาน
หากต้องการเลือกองุ่นที่มีแนวโน้มหวานและสด ลองสังเกตเบื้องต้นดังนี้
-
เลือกผลที่สีสม่ำเสมอตามลักษณะของสายพันธุ์
-
ผลควรเต่ง ไม่เหี่ยว และไม่มีรอยช้ำมาก
-
ขั้วองุ่นควรยังดูสด ไม่แห้งกรอบจนเกินไป
-
ลองตรวจสอบชื่อสายพันธุ์บนบรรจุภัณฑ์
-
หากมีการระบุค่า Brix สามารถใช้เปรียบเทียบความหวานได้
-
ควรเลือกตามรสชาติที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องเลือกพันธุ์ที่หวานที่สุดเสมอไป
สรุป 5 องุ่นขึ้นชื่อเรื่องความหวาน
อันดับ 1 Cotton Candy — หวานหอมคล้ายสายไหม
อันดับ 2 Shine Muscat — หวานหอม เนื้อกรอบ รับประทานได้ทั้งเปลือก
อันดับ 3 Kyoho — ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ รสหวานเข้ม
อันดับ 4 Muscat — กลิ่นหอมละมุน มีเอกลักษณ์
อันดับ 5 Sweet Sapphire — ผลเรียวยาว เนื้อกรอบ หวาน และไม่มีเมล็ด
ทั้งนี้ ยังไม่มีมาตรฐานสากลที่จัดอันดับว่าองุ่นพันธุ์ใด “หวานที่สุดในโลก” แบบตายตัว เพราะค่า Brix สามารถเปลี่ยนไปตามพื้นที่ปลูก สภาพอากาศ ความสุก และช่วงเวลาเก็บเกี่ยว รายชื่อนี้จึงเป็นการรวบรวมสายพันธุ์ยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องรสหวานและมีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกัน
ครั้งหน้าที่เลือกซื้อองุ่น ลองสังเกตชื่อสายพันธุ์ กลิ่น เนื้อสัมผัส และระดับความหวานดู คุณอาจได้พบรสชาติใหม่ที่ถูกใจ และเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดองุ่นบางสายพันธุ์จึงมีราคาสูง แต่ยังได้รับความนิยมในหลายประเทศ
อ้างอิง:
https://www.ifg.world/index.php/grapes/sweet-sapphire
https://www.fao.org/4/x6897e/x6897e07.htm
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9407084/
ข้อมูลจากแหล่งตรวจสอบสนับสนุนว่า Sweet Sapphire มีค่า Brix เป้าหมายราว 18–20 องศา ขณะที่ค่าเฉลี่ยของ Kyoho อาจอยู่ราว 17–18 Brix ในข้อมูลการผลิตของญี่ปุ่น และระดับความหวานขององุ่นสามารถเปลี่ยนแปลงตามการสุกและสภาพการเพาะปลูกได้ จึงไม่ควรตีความลำดับดังกล่าวเป็นการจัดอันดับสากลแบบตายตัว
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
ญี่ปุ่นยุคโบราณ: ทำไม “ฟันดำ” จึงเคยเป็นสัญลักษณ์ความงามและฐานะของหญิงผู้ดี
ทำไมทางเท้าต้องมีปุ่มนูนสีเหลือง? ลายปุ่มกับลายเส้นมีความหมายต่างกัน
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เมื่อ “เท้าเล็ก” คือความงาม เปิดค่านิยมการรัดเท้าที่ผู้หญิงจีนต้องแลกด้วยความเจ็บปวด
โอซาก้าเตือน พบเห็ดพิษ “โอชิโระคาราคาซาตาเกะ” ขึ้นจำนวนมากในสวนสาธารณะ
ทำความรู้จัก “ดอกรักซ้อน” ไม้มงคลกลีบสวย ความหมายดี และปลูกไม่ยาก
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เลขเด็ดปฏิทินจีนช่อง 3 งวด 16 ก.ค. นี้ ซูมชัดๆ มีเลขอะไรเด็ดบ้าง?
แนวทางเลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว ไว้เพียบ!
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ทำไมทางเท้าต้องมีปุ่มนูนสีเหลือง? ลายปุ่มกับลายเส้นมีความหมายต่างกัน
ชวนมาดูสิ่งก่อสร้างและวัตถุชวนงงที่จะทำให้คุณต้องถอนหายใจด้วยความละเหี่ยใจจนตัองขอคำตอบจากชาวเน็ต
กบลูกศรพิษสีน้ำเงิน หนึ่งในกบที่สวยที่สุดในโลก สีสดสะดุดตาแต่มีพิษซ่อนอยู่
ญี่ปุ่นยุคโบราณ: ทำไม “ฟันดำ” จึงเคยเป็นสัญลักษณ์ความงามและฐานะของหญิงผู้ดี
โอซาก้าเตือน พบเห็ดพิษ “โอชิโระคาราคาซาตาเกะ” ขึ้นจำนวนมากในสวนสาธารณะ
ทำความรู้จัก “ดอกรักซ้อน” ไม้มงคลกลีบสวย ความหมายดี และปลูกไม่ยาก
ยังจำกันได้ไหม? 10 ของเล่นวัยเด็กยอดฮิตแห่งยุค 90 ที่เห็นแล้วต้องร้องว่า “เคยเล่น!”
6 วิธีเช็กก่อนให้เพื่อนยืมเงิน ดูสัญญาณว่าใครมีแนวโน้มคืน หรือใครอาจเบี้ยวหนี้
5 ข้อผิดพลาดทางการเงินในวัย 20 ที่อาจส่งผลยาวถึงอายุ 40
7 นิสัยใช้เงินแบบ “เศรษฐีติดดิน” เรียบง่ายแต่ช่วยรักษาความมั่งคั่ง




