นักชีววิทยาจีนศึกษาแนวคิดลดประจำเดือนเหลือปีละ 4 ครั้ง หวังชะลอวัยรังไข่
ตลอดชีวิต ผู้หญิงจำนวนมากอาจมีประจำเดือนหลายร้อยครั้ง ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยหมดประจำเดือน แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากในอนาคตมนุษย์สามารถลดจำนวนรอบเดือนจากเดือนละครั้ง เหลือเพียงประมาณปีละ 4 ครั้งได้?
นี่คือแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจจากงานศึกษาของ ดร. หงเม่ย หวัง (Hongmei Wang) นักชีววิทยาชาวจีน ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์ต้นกำเนิด ระบบสืบพันธุ์ และการทำงานของรังไข่ โดยเธอตั้งคำถามว่า
“การมีประจำเดือนทุกเดือนจำเป็นต่อสุขภาพเสมอไปหรือไม่ และมนุษย์อาจปรับจังหวะการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพื่อชะลอการเสื่อมของรังไข่ได้หรือไม่?”
แนวคิดดังกล่าวยังอยู่ในขั้นการศึกษาและตั้งสมมติฐาน ไม่ใช่วิธีรักษาที่ได้รับการยืนยัน หรือเทคโนโลยีที่ผู้หญิงทั่วไปสามารถนำมาใช้ได้ในขณะนี้
“ประจำเดือนน้อยลง” อาจช่วยรักษารังไข่ได้นานขึ้น?
แนวคิดหนึ่งที่ดร. หวังสนใจ คือการปรับรอบเดือนให้เกิดขึ้นประมาณทุก 3 เดือน หรือราวปีละ 4 ครั้ง โดยตั้งสมมติฐานว่า หากลดความถี่ของการทำงานเป็นรอบของรังไข่ อาจช่วยชะลอการลดลงของจำนวนฟอลลิเคิลหรือถุงไข่ และอาจยืดช่วงวัยเจริญพันธุ์ออกไปได้
เหตุผลสำคัญคือ ผู้หญิงเกิดมาพร้อมจำนวนฟอลลิเคิลในรังไข่ที่มีจำกัด และปริมาณดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดลงตามอายุ ต่างจากระบบสร้างอสุจิของผู้ชายที่สามารถผลิตเซลล์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
ในแต่ละรอบเดือน ฟอลลิเคิลหลายกลุ่มอาจเริ่มเข้าสู่กระบวนการพัฒนา แม้โดยทั่วไปจะมีไข่ตกเพียงหนึ่งใบ ขณะที่ฟอลลิเคิลจำนวนมากจะหยุดพัฒนาและเสื่อมไปตามกระบวนการธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งคำถามว่า หากสามารถปรับจังหวะการทำงานของรังไข่ได้ จะช่วยรักษาปริมาณไข่และชะลอการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม สมมติฐานนี้ยังต้องผ่านการศึกษาอีกมาก เพราะการลดจำนวนครั้งที่มีเลือดประจำเดือน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าจะสามารถหยุดการลดลงของจำนวนไข่ หรือทำให้รังไข่อ่อนวัยลงได้
ธรรมชาติของผู้หญิงยุคใหม่แตกต่างจากอดีต
ในอดีต ผู้หญิงจำนวนมากมีช่วงเวลาที่ไม่มีประจำเดือนจากการตั้งครรภ์และการให้นมบุตรหลายครั้ง ทำให้จำนวนรอบเดือนตลอดชีวิตอาจน้อยกว่าผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน
แต่ทุกวันนี้ ผู้หญิงจำนวนมากมีรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น
-
มีบุตรน้อยลง
-
เริ่มมีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น
-
มีช่วงเวลาห่างระหว่างการตั้งครรภ์มากขึ้น
-
ใช้ชีวิตหลายสิบปีโดยมีรอบเดือนอย่างต่อเนื่อง
จึงเกิดคำถามว่า ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงยุคใหม่กำลังทำงานเป็นรอบบ่อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในวิถีชีวิตของมนุษย์ในอดีตหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการมีบุตรไม่ได้หมายความว่าการมีประจำเดือนทุกเดือนเป็นสิ่งผิดปกติ แต่เป็นบริบทหนึ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษาว่า สามารถปรับการทำงานของระบบสืบพันธุ์อย่างปลอดภัยได้มากเพียงใด
หากทำสำเร็จ อาจลดผลกระทบจากประจำเดือนในชีวิตประจำวัน
หากในอนาคตพบวิธีลดความถี่ของรอบเดือนที่ปลอดภัยและเหมาะสม การมีประจำเดือนน้อยลงอาจช่วยลดภาระของผู้ที่เผชิญปัญหา เช่น
-
อาการปวดประจำเดือนรุนแรง
-
ภาวะเลือดออกมาก
-
อาการก่อนมีประจำเดือน หรือ PMS
-
ภาวะอ่อนเพลียจากการเสียเลือด
-
ผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิต
ในทางการแพทย์ปัจจุบัน การลดหรือกดประจำเดือนด้วยฮอร์โมนมีใช้อยู่แล้วในบางกรณี เช่น เพื่อช่วยควบคุมอาการปวดหรือภาวะเลือดออกมาก โดยต้องเลือกวิธีให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละคน การมีประจำเดือนน้อยลงจากวิธีดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกับการชะลอวัยรังไข่หรือยืดอายุการเจริญพันธุ์
สิ่งที่มักเข้าใจผิด: “ไม่มีประจำเดือน” ไม่ได้แปลว่า “เก็บไข่ไว้ได้ทั้งหมด”
ประเด็นสำคัญที่ควรแยกให้ออกคือ ประจำเดือน การตกไข่ และจำนวนไข่สำรองในรังไข่ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
เลือดประจำเดือนเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอก ขณะที่การลดลงของจำนวนฟอลลิเคิลในรังไข่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและสัมพันธ์กับอายุ พันธุกรรม ฮอร์โมน และสภาพแวดล้อมภายในรังไข่
ดังนั้น การทำให้ประจำเดือนไม่มา หรือมาน้อยลง ไม่ได้เป็นหลักฐานว่ารังไข่จะเสื่อมช้าลง หรือวัยทองจะมาช้าลงโดยอัตโนมัติ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด “มีประจำเดือนปีละ 4 ครั้งเพื่อยืดวัยเจริญพันธุ์” ยังต้องผ่านการทดลองและการติดตามผลในระยะยาว ก่อนจะสรุปได้ว่ามีประโยชน์จริงหรือไม่
รังไข่ไม่ได้มีหน้าที่แค่ผลิตไข่
รังไข่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างและปล่อยไข่ แต่ยังผลิตฮอร์โมนสำคัญ เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายระบบของร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็น
-
ความแข็งแรงของกระดูก
-
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
-
สมองและอารมณ์
-
ผิวหนังและเนื้อเยื่อต่าง ๆ
-
สุขภาพของระบบสืบพันธุ์
งานศึกษาของทีมดร. หวังเองให้ความสำคัญกับทั้งจำนวนไข่ การทำงานของรังไข่ และการผลิตฮอร์โมน ไม่ใช่เพียงการหยุดประจำเดือน โดยงานวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิดของทีมในสัตว์ทดลองพบผลที่น่าสนใจต่อการทำงานของรังไข่สูงวัย แต่ยังไม่สามารถนำผลดังกล่าวมาสรุปเป็นวิธีรักษาสำหรับมนุษย์ทั่วไปได้
แนวคิดนี้ยังไม่ใช่ “สูตรชะลอวัย”
แม้แนวคิดการมีประจำเดือนเพียงปีละ 4 ครั้งจะฟังดูน่าสนใจ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่า วิธีดังกล่าวจะทำให้ผู้หญิงแก่ช้าลง ยืดวัยทอง หรือรักษาความสามารถในการตั้งครรภ์ได้นานขึ้นจริง
คำว่า “ชะลอวัย” ในกรณีนี้จึงควรหมายถึงการศึกษากระบวนการเสื่อมของรังไข่ ไม่ใช่การทำให้ร่างกายทั้งระบบหยุดแก่ และไม่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนเป็นร้อยหรือเป็นพันปี
นอกจากนี้ การควบคุมหรือกดการทำงานของรังไข่อาจมีผลแตกต่างกันในแต่ละคน จึงต้องพิจารณาทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง อายุ โรคประจำตัว และเป้าหมายด้านการมีบุตร
ผู้ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง เลือดออกมาก หรือมีความต้องการลดจำนวนรอบเดือน ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ ไม่ควรใช้ฮอร์โมนหรือยาปรับรอบเดือนด้วยตนเอง
จากแนวคิดสู่อนาคตของการแพทย์
ปัจจุบัน แนวคิดของดร. หงเม่ย หวัง ยังอยู่ในเส้นทางของการวิจัย ไม่ใช่วิธีที่ผู้หญิงทั่วไปสามารถนำมาใช้เพื่อชะลอวัยหรือเลื่อนวัยทองได้ทันที
แต่สิ่งที่งานศึกษานี้สะท้อน คือคำถามใหญ่ของวงการแพทย์ยุคใหม่ว่า
“มนุษย์จะสามารถควบคุมจังหวะการเสื่อมของรังไข่ และยืดช่วงสุขภาพที่ดีของระบบสืบพันธุ์ได้มากเพียงใด?”
บางทีในอนาคต การมีประจำเดือนทุกเดือนอาจไม่ใช่รูปแบบเดียวสำหรับผู้หญิงทุกคน แต่อาจมีทางเลือกที่ออกแบบให้เหมาะกับสุขภาพ การใช้ชีวิต และความต้องการของแต่ละบุคคลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรจำในวันนี้คือ การลดจำนวนประจำเดือน การชะลอวัยรังไข่ และการยืดวัยเจริญพันธุ์ยังเป็นคนละประเด็นกัน ส่วนแนวคิดปีละ 4 ครั้งยังเป็นความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องมีหลักฐานรองรับเพิ่มเติม ก่อนจะกลายเป็นการรักษาที่ใช้ได้จริง
อ้างอิง:
https://english.elpais.com/science-tech/2026-01-07/what-if-you-got-your-period-every-three-months-hongmei-wang-the-biologist-investigating-how-to-extend-fertility.html
https://www.nature.com/articles/s41421-024-00726-4
https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/clinical-consensus/articles/2022/09/general-approaches-to-medical-management-of-menstrual-suppression
อยากมีอาชีพเสริม เริ่มจากอะไรดีถ้ามีเวลาว่างวันละไม่กี่ชั่วโมง?
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
นาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก ปี 2026
โชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"
ทำไมบางคนยิ่งเครียดหนัก ความต้องการทางเพศกลับยิ่งพุ่งสวนทางกับความรู้สึก
คีธ มาร์ติน ชายหนัก 444 กิโลกรัม กับวันที่ร่างกายเริ่มรับภาระไม่ไหว
ทำไมยิ่งกินของหวานแก้เครียด ร่างกายกลับยิ่งเพลีย นอยด์ และหมดแรง หลังระดับน้ำตาลแกว่งลง
คนไทยอายุยืนถึง 80 ปีจริงไหม ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ถูกก่อนเชื่อ