ทำไมบางคนยิ่งดึกยิ่งมีไฟในการทำงาน ทั้งที่คนอื่นแทบลืมตาไม่ขึ้น
หลายคนคงเคยเจอคนประเภทนี้ พอตกกลางคืนแทนที่จะง่วง พวกเขากลับเริ่มมีแรงบันดาลใจ สมองแล่น ความคิดสร้างสรรค์พรั่งพรู จนสามารถทำงานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ขณะที่คนส่วนใหญ่เริ่มปิดคอม เตรียมเข้านอน หรือแทบลืมตาไม่ขึ้น บางคนถึงกับบอกว่า "งานที่ทำตอนตีหนึ่ง ดีกว่างานที่ทำตอนสิบโมงเช้าเสียอีก" เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงความเคยชินหรือการนอนดึกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวภาพ พันธุกรรม ฮอร์โมน และวิธีการทำงานของสมองอีกด้วย
ทุกคนมี "นาฬิกาชีวภาพ" เป็นของตัวเอง
ภายในร่างกายของมนุษย์มีระบบที่เรียกว่า "นาฬิกาชีวภาพ" (Circadian Rhythm) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการตื่น การนอน อุณหภูมิร่างกาย การหลั่งฮอร์โมน และระดับพลังงานในแต่ละช่วงของวัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะตื่นตัวในช่วงเช้าและง่วงในช่วงกลางคืน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีจังหวะชีวิตเหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์แบ่งคนออกเป็นหลายลักษณะตามช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานได้ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า Chronotype โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
-
คนตื่นเช้า (Morning Type)
-
คนกลาง ๆ (Intermediate Type)
-
คนนอนดึก (Evening Type)
สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่ม Evening Type สมองและร่างกายจะค่อย ๆ ตื่นตัวเมื่อเวลาผ่านไป จึงรู้สึกมีพลังในช่วงค่ำหรือดึกมากกว่าตอนเช้า
พันธุกรรมมีส่วนกำหนด
หลายคนคิดว่าการนอนดึกเป็นนิสัยที่สร้างขึ้นเอง แต่ความจริงแล้ว งานวิจัยพบว่าพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ ยีนบางชนิดเกี่ยวข้องกับการกำหนดว่าแต่ละคนจะเป็น "คนตื่นเช้า" หรือ "คนนอนดึก" นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนพยายามเข้านอนเร็วแค่ไหน ก็ยังรู้สึกตาสว่างตอนกลางคืนอยู่ดี ขณะเดียวกัน หากต้องตื่นเช้าเป็นประจำ ก็อาจรู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนครบชั่วโมงแล้วก็ตาม
กลางคืนมีสิ่งรบกวนน้อยกว่า
เหตุผลหนึ่งที่หลายคนทำงานได้ดีตอนดึก ไม่ได้เกี่ยวกับร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ "สภาพแวดล้อม" ในช่วงกลางคืน
-
โทรศัพท์เงียบลง
-
ไม่มีประชุม
-
ไม่มีข้อความเข้าตลอดเวลา
-
ไม่มีคนเดินมาถามงาน
-
โซเชียลมีเดียเคลื่อนไหวน้อยลง
สมองจึงสามารถจดจ่อกับงานได้ง่ายกว่า หลายคนที่ทำงานสายสร้างสรรค์ เช่น นักเขียน นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ หรือคนทำคอนเทนต์ จึงมักเลือกใช้เวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาหลักในการทำงาน
สมองอาจคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
งานวิจัยบางชิ้นพบว่า เมื่อสมองอยู่ในช่วงที่ไม่ตื่นตัวเต็มร้อย การควบคุมความคิดอย่างเข้มงวดจะลดลง ผลที่ตามมาคือ สมองเชื่อมโยงข้อมูลที่ดูไม่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันได้ง่ายขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเกิดไอเดียใหม่ ๆ ตอนอาบน้ำ ก่อนนอน หรือหลังเที่ยงคืน สำหรับงานที่ต้องใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ หรือการแก้ปัญหาแบบนอกกรอบ ช่วงเวลาดึกอาจกลายเป็นเวลาที่ดีที่สุด
ความเงียบช่วยให้มีสมาธิ
ลองสังเกตดูว่า เวลากลางคืนเสียงต่าง ๆ รอบตัวลดลงอย่างชัดเจน ไม่มีเสียงรถติด ไม่มีเสียงคนคุย ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากออฟฟิศ ความเงียบเหล่านี้ทำให้สมองใช้พลังงานกับสิ่งรบกวนน้อยลง และสามารถโฟกัสกับงานตรงหน้าได้เต็มที่ หลายคนจึงรู้สึกว่า "เวลาตีสอง ทำงานหนึ่งชั่วโมง เหมือนทำงานตอนกลางวันได้สองชั่วโมง"
แรงกดดันจากเวลาอาจช่วยกระตุ้นสมอง
บางคนมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อใกล้ถึงกำหนดส่งงาน สมองจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอลมากขึ้น ทำให้รู้สึกตื่นตัว หลายครั้งจึงเกิดภาพที่คุ้นเคย คือ นั่งทำงานอย่างจริงจังตอนสี่ทุ่ม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้แตะงานเลย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจใช้ได้ในระยะสั้น แต่หากทำบ่อย ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ
แล้วการทำงานดึกดีต่อสุขภาพหรือไม่
แม้หลายคนจะทำงานได้ดีที่สุดในเวลากลางคืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการนอนดึกเป็นเรื่องดีเสมอไป หากต้องนอนดึกแต่ยังต้องตื่นเช้า ร่างกายจะสะสม "หนี้การนอน" (Sleep Debt) ผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
-
สมาธิลดลง
-
ความจำแย่ลง
-
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
-
อารมณ์แปรปรวน
-
เสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคเรื้อรัง
-
ประสิทธิภาพการทำงานลดลงในระยะยาว
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การนอนดึกหรือการตื่นเช้า แต่คือการนอนให้เพียงพอและมีเวลานอนที่สม่ำเสมอ
คนทำงานกลางคืนควรดูแลตัวเองอย่างไร
หากคุณเป็นคนที่มีพลังในช่วงกลางคืน ไม่จำเป็นต้องฝืนเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด แต่ควรจัดสมดุลให้เหมาะสม เช่น
-
นอนให้ได้อย่างน้อย 7–9 ชั่วโมงต่อวัน
-
เข้านอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน
-
ลดการดื่มกาแฟในช่วงดึกมากเกินไป
-
เปิดไฟให้สว่างระหว่างทำงานเพื่อช่วยให้ร่างกายตื่นตัว
-
พักสายตาและลุกเดินเป็นระยะ
-
หากต้องตื่นเช้าประจำ ค่อย ๆ ปรับเวลานอนทีละ 15–30 นาที แทนการเปลี่ยนทันที
แล้วคนตื่นเช้ากับคนนอนดึก ใครทำงานเก่งกว่ากัน
คำตอบคือ ไม่มีฝ่ายไหนเหนือกว่า คนตื่นเช้าอาจเหมาะกับงานที่ต้องประชุม ติดต่อผู้คน หรือทำงานตามเวลาราชการ ส่วนคนนอนดึกอาจทำผลงานได้ดีกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง ความคิดสร้างสรรค์ หรือการทำงานคนเดียว ประสิทธิภาพจึงขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนได้ทำงานในช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อมที่สุดหรือไม่ มากกว่าจะขึ้นอยู่กับเวลาบนนาฬิกา
สรุป
การที่บางคนยิ่งดึกยิ่งมีไฟในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเป็นสัญญาณของความขี้เกียจ แต่เป็นผลมาจากนาฬิกาชีวภาพ พันธุกรรม สภาพแวดล้อม และรูปแบบการทำงานของสมองที่แตกต่างกันในแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม ต่อให้คุณเป็นคนที่ทำงานได้ดีที่สุดในตอนกลางคืน การพักผ่อนให้เพียงพอก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะประสิทธิภาพในการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณนอนดึกหรือตื่นเช้า แต่อยู่ที่การได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองมากที่สุด
ที่มา : www.chatgpt.com
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ทำไมชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ชอบ Donald Trump? เปิด 5 เหตุผลสำคัญ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
10 เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุดในโลก เมืองน่าอยู่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เลขเด็ด "แพนแพนพารวย" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..สูตรหวยเด็ด รวยก่อนใคร!
ทำไม Ibanez Musician Series ถึงยังเป็นกีตาร์วินเทจที่นักสะสมตามหา
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
"นางแบบสาวรัสเซีย" ถอดแบบ "ฮาแลนด์" มาเป๊ะๆ..นึกว่าฝาแฝดที่พลัดพรากมานาน
4 นักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง
ปริศนาไวรัสโบราณอายุ 30,000 ปี จากชั้นดินเยือกแข็งไซบีเรีย
4 เพลงที่แฟนตัวจริงของ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ จะต้องฟัง
สื่อนอกตีข่าวไฟไหม้ผับกรุงเทพฯ เสียชีวิต 27 ราย ย้อนโศกนาฏกรรมสถานบันเทิงในไทย
Why Pet Fountains Need More Cleaning Than Owners Realize
ทำไมชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ชอบ Donald Trump? เปิด 5 เหตุผลสำคัญ
10 เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุดในโลก เมืองน่าอยู่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม



