7 วิธีเอาตัวรอดทางการเงินในยุคที่ของแพงค่าแรงเท่าเดิม
ในยุคที่เดินเข้าซ้ายเจอข้าวแกงจานละ 60 บาท เดินเข้าขวาเจอชานมไข่มุกแก้วละ 80 บาท แต่หันไปมองสลิปเงินเดือนกลับยังคงแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว การใช้ชีวิตในปัจจุบันจึงไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมโหมดฮาร์ดคอร์ที่ค่าครองชีพพุ่งทะยานสวนทางกับรายได้อย่างน่าใจหาย การบ่นกับโชคชะตาไม่ได้ช่วยให้เงินในบัญชีเพิ่มขึ้น สิ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดได้คือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารเงินส่วนบุคคลอย่างจริงจังและเท่าทันสถานการณ์
อันดับ 7 คือการปรับ Mindset และยอมรับความจริงเป็นอันดับแรก หลายคนยังคงติดอยู่กับไลฟ์สไตล์เดิมๆ ยอมจ่ายเงินซื้อความสุขชั่วคราวเพราะคิดว่า "ทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือนขอเปย์ตัวเองหน่อย" แต่ในยุคที่เงินเฟ้อรุนแรงแบบนี้ การยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปและพร้อมที่จะลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นลงคือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด
อันดับ 6 การทำบัญชีรายจ่ายเฉพาะกิจเพื่ออุดรูรั่วซึมทางการเงิน หลายคนละเลยการจดบันทึกเพราะคิดว่ายุ่งยาก แต่ลองเปลี่ยนมาจับตาดูเฉพาะ "รายจ่ายยิบย่อย" เช่น ค่ากาแฟแบรนด์ดัง ค่าน้ำอัดลม ค่าสมัครสมาชิกสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ดู หรือค่าส่งอาหารเดลิเวอรี สิ่งเหล่านี้รวมกันต่อเดือนอาจสูงถึงหลักพัน การมองเห็นตัวเลขจริงจะช่วยให้เราตัดใจจากค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
อันดับ 5 ปฏิวัติพฤติกรรมการกินอยู่ด้วยเทคนิค "ทำกินเองและพกกล่องข้าว" อาหารนอกบ้านคือตัวการใหญ่ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋า การหันมาวางแผนซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดสัปดาห์ละครั้งเพื่อทำอาหารทานเอง หรือทำเผื่อไว้เป็นข้าวกล่องมื้อกลางวันไปทำงาน นอกจากจะช่วยประหยัดค่าอาหารลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ยังมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดและโภชนาการอีกด้วย
อันดับ 4 เลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะและคาร์พูลในวันทำงาน ค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถยนต์ส่วนบุคคลเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสในยุคนี้ การหันมาวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ใช้รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือสลับกันนั่งรถไปทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่เส้นทางเดียวกัน จะช่วยลดต้นทุนคงที่ในชีวิตประจำวันลงไปได้มหาศาล
อันดับ 3 ช้อปปิ้งอย่างมีสติด้วย "กฎ 48 ชั่วโมง" ก่อนจะกดจ่ายเงินซื้อสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง หรือของเล่นไอทีในแอปพลิเคชัน ให้กดใส่ตะกร้าไว้ก่อนแล้วปิดแอปไป 2 วันเต็มๆ เมื่อเวลาผ่านไป ความอยากได้ที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบมักจะลดลง ทำให้เราตระหนักได้ว่าของสิ่งนั้นไม่ได้จำเป็น และช่วยให้เรารอดพ้นจากการตลาดที่คอยกระตุ้นความอยากตลอดเวลา
อันดับ 2 บริหารหนี้สินที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดและรีไฟแนนซ์ การมีหนี้ในยุคของแพงคือสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจที่สุด หากคุณมีหนี้บ้านหรือหนี้รถที่ผ่อนมาเกิน 3 ปี ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อขอเจรจาลดดอกเบี้ย (Retention) หรือยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินอื่นทันทีเพื่อลดค่างวดต่อเดือนลง และห้ามสร้างหนี้บริโภคใหม่ๆ เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ผ่อนของเด็ดขาด
อันดับ 1 ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเร่งสร้าง "ทักษะที่สอง" เพื่อเพิ่มช่องทางรายรับ ในเมื่อค่าแรงขั้นต่ำหรือเงินเดือนประจำไม่ขยับ การนั่งรอความหวังไม่ใช่ทางออก เราต้องดึงศักยภาพที่มีออกมาแปลงเป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นการรับงานฟรีแลนซ์ การขายของออนไลน์ หรือการนำความรู้เฉพาะทางไปสร้างสรรค์ผลงาน การมีรายได้จากช่องทางเดียวในยุคนี้คือความเสี่ยงที่สุด การเพิ่มทักษะและหาเงินเพิ่มจึงเป็นทางรอดที่ยั่งยืนที่สุดในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
กรุงมะนิลา สุสานที่ชีวิตไม่เคยหลับใหล
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
3 บุคคลหที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในโลก
เจาะเลข "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
4 อันดับพายุที่สร้างความเสียหายและคร่าชีวิตมากที่สุดในโลก
5 อันดับสิ่งที่ควรซื้อเป็น "มือสอง" เท่านั้น ประหยัดเงินได้มากกว่าครึ่งและคุ้มค่าที่สุด
5 สายพันธุ์วัวทรงสวย ราคาแรงที่สุดในประเทศไทย
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
3 ประเทศที่ผู้หญิงมีความเครียดสูง
กรุงมะนิลา สุสานที่ชีวิตไม่เคยหลับใหล
เจอร้านใช้ "ถังสี" ใส่อาหารให้ลูกค้ากิน แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไหม?
ปล่อยมาแล้ว! เลขเด็ด "ดุ่ย ภรัญฯ" งวด 16 ก.ค. 69 คอหวยห้ามพลาด จัดเต็มเน้น ๆ ทั้ง 2 ตัว 3 ตัว
จังหวัดที่ผู้หญิงสวยที่สุด มีสเน่ห์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากที่สุด
5 หนังสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดในโลก!!
หุ่นยนต์ (Robot) มีที่มาจากคำว่า "แรงงานทาส"




