ตำนานเกาะหนูเกาะแมวสงขลา
ถ้าเดินทางไปสงขลาแล้วมองออกไปทางทะเลใกล้เขาตังกวน หลายคนคงเคยเห็นเกาะเล็ก ๆ สองแห่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง ชื่อของมันฟังดูเหมือนคู่หูในนิทานมากกว่าเป็นชื่อสถานที่จริง นั่นคือเกาะหนูและเกาะแมว
ชื่อสองเกาะนี้ไม่ได้เกิดจากนักตั้งชื่อที่นั่งคิดเล่น ๆ แล้วบอกว่า เอาสัตว์สองตัวมาอยู่กลางทะเลดีกว่า แต่ผูกอยู่กับตำนานพื้นบ้านที่เล่าต่อกันมาหลายรุ่น เป็นเรื่องราวที่เอาสัตว์ ความรัก ความโลภ และคำสาปมารวมกันจนกลายเป็นคำอธิบายรูปร่างภูมิประเทศแบบชาวบ้านสมัยก่อน
เรื่องเล่าที่รู้จักกันมากเล่าว่า มีพ่อค้าชาวจีนคนหนึ่งเดินทางมาค้าขายทางเรือ และมีสุนัขกับแมวเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่บนเรือ สัตว์ทั้งสองตัวได้ยินแผนของเจ้าของเรือที่ซ่อนแก้ววิเศษหรือของมีค่าเอาไว้ จึงคิดอยากช่วยตัวเองให้หลุดพ้นจากการเดินทางอันยาวนาน จึงไปขอความช่วยเหลือจากหนูซึ่งรู้เส้นทางในทะเล
เจ้าหนูและแมววางแผนขโมยของสำคัญ แล้วพยายามหนีขึ้นฝั่ง แต่ระหว่างทางเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเรือแตกกลางทะเล สัตว์ทั้งสามจึงกลายเป็นหินตามตำนาน เกิดเป็นเกาะหนูและเกาะแมว ส่วนสุนัขที่พยายามว่ายน้ำเข้าฝั่งก็กลายเป็นหินอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งคนในพื้นที่เชื่อมโยงกับภูเขาหรือเกาะบริเวณใกล้เคียง
ฟังดูเหมือนนิทานที่มีฉากครบสูตรมาก มีทั้งของล้ำค่า ตัวละครที่คิดซับซ้อน การหนีเอาตัวรอด และบทลงโทษจากความโลภ เหมือนจักรวาลนิทานพื้นบ้านทั่วโลกที่มักฝากข้อคิดเอาไว้แบบไม่ต้องตั้งกระดานสอนศีลธรรมให้วุ่นวาย แค่เล่าว่าใครทำอะไร แล้วปล่อยให้คนฟังคิดต่อเอง
เสน่ห์ของตำนานแบบนี้อยู่ตรงที่มันไม่ได้พยายามอธิบายโลกด้วยแผนที่หรือหลักธรณีวิทยาแบบที่เราเรียนกันในห้องเรียน คนสมัยก่อนเห็นก้อนหินรูปร่างแปลก ๆ กลางทะเล ก็ใช้จินตนาการมาช่วยตอบคำถามว่า ทำไมมันถึงมีหน้าตาแบบนั้น
ธรรมชาติบางครั้งก็มีนิสัยเหมือนนักเล่าเรื่องเงียบ ๆ ก้อนหินสองก้อนอยู่กลางน้ำ หากมองแบบวิทยาศาสตร์ก็เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ แต่ถ้ามองผ่านสายตาคนรุ่นก่อน มันอาจกลายเป็นเรื่องของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่มีความฝันใหญ่เกินตัว แล้วสุดท้ายต้องจบลงด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของทะเลไปตลอดกาล
ความน่าขันเล็ก ๆ ของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ตัวละครอย่างหนูกับแมว ซึ่งในชีวิตจริงมักถูกมองว่าเป็นคู่กัด กลับต้องจับมือกันทำภารกิจใหญ่โตในนิทาน แถมยังกลายเป็นชื่อสถานที่ที่คนจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่วุ่นวาย แต่ฝากผลงานไว้บนแผนที่ได้สำเร็จ
เกาะหนูเกาะแมวจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดชมวิวหรือชื่อสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นหลักฐานว่ามนุษย์แต่ละยุคมีวิธีเล่าเรื่องรอบตัวอย่างไร สถานที่หนึ่งแห่งสามารถมีทั้งความงามของธรรมชาติและความทรงจำจากคำบอกเล่าของผู้คนอยู่พร้อมกัน
ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสงขลามักถ่ายภาพเกาะทั้งสองจากมุมต่าง ๆ บางคนมองเห็นแค่เกาะเล็ก ๆ กลางทะเล บางคนยังนึกถึงนิทานที่เคยได้ฟังตั้งแต่เด็ก ความพิเศษของตำนานพื้นบ้านก็คือ มันไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างความจริงทางธรรมชาติกับเรื่องเล่าจากจินตนาการ เพราะทั้งสองแบบต่างทำให้สถานที่ธรรมดากลายเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราว
สุดท้ายแล้ว เกาะหนูกับเกาะแมวอาจไม่ได้เป็นแค่ก้อนหินกลางทะเล แต่เป็นเหมือนหน้าหนังสือเล่มหนึ่งของสงขลา ที่เปิดให้คนแต่ละรุ่นกลับมาอ่านใหม่ บางคนอ่านเพื่อความสนุก บางคนอ่านเพื่อรู้จักวัฒนธรรม และบางคนอาจแค่ยืนมองทะเลแล้วสงสัยว่า ทำไมหนูกับแมวในนิทานถึงได้มีชื่อเสียงจนกลายเป็นเจ้าของเกาะไปเสียได้
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิด
ชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!
สถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกัน
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัว
โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จัก
ฉลามสีส้มทองแห่งคอสตาริกา เมื่อธรรมชาติสร้าง “ฉลามสีทอง” ที่หายากจนแทบไม่น่าเชื่อ
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!



