“ชักแม่น้ำทั้งห้า” คือแม่น้ำอะไร? เปิดที่มาสำนวนไทยที่หลายคนคุ้นหู
“คุณจะเอาอะไรก็บอกมาตรง ๆ อย่ามัวชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่เลย”
หลายคนคงเคยได้ยินหรือเคยใช้ประโยคนี้กันจนคุ้นหู แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า “แม่น้ำทั้งห้า” ที่อยู่ในสำนวนไทย หมายถึงแม่น้ำสายใด และเหตุใดการยกชื่อแม่น้ำขึ้นมาจึงกลายเป็นคำเปรียบถึงการพูดหว่านล้อม?
สำนวนไทยที่ว่า “ชักแม่น้ำทั้งห้า” หมายถึง การยกเหตุผลหรือกล่าวอ้างเรื่องต่าง ๆ มากมาย เพื่อหว่านล้อมและโน้มน้าวให้อีกฝ่ายคล้อยตาม หรือยอมทำในสิ่งที่ผู้พูดต้องการ
ที่มาของสำนวนนี้เชื่อมโยงกับ มหาเวสสันดรชาดก ตอนกัณฑ์กุมาร เมื่อเฒ่าชูชกเดินทางไปขอ พระกัณหาและพระชาลี จากพระเวสสันดร
ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ต้องการ ชูชกได้ใช้วาทศิลป์กล่าวยกย่องพระเวสสันดรว่า ทรงมีพระเมตตาและมีทานบารมีอันยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือน “ปัญจมหานที” หรือแม่น้ำใหญ่ทั้งห้า เพื่อหว่านล้อมก่อนทูลขอสองกุมาร
“ปัญจมหานที” แม่น้ำใหญ่ทั้ง 5 มีสายใดบ้าง?
“แม่น้ำทั้งห้า” ในสำนวนนี้ไม่ใช่แม่น้ำในประเทศไทย แต่หมายถึงแม่น้ำสำคัญในชมพูทวีป หรือดินแดนอินเดียโบราณ ซึ่งเรียกรวมกันว่า “ปัญจมหานที” แปลว่า แม่น้ำอันยิ่งใหญ่ 5 สาย
ได้แก่
แม่น้ำคงคา
หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญที่มีบทบาทต่อวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของผู้คนในอินเดียมาอย่างยาวนาน
แม่น้ำยมุนา หรือยมนา
เป็นแม่น้ำสำคัญอีกสายหนึ่ง และเป็นที่รู้จักในฐานะแม่น้ำที่มีความเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อและชุมชนโบราณหลายแห่ง
แม่น้ำอจิรวดี
ชื่อแม่น้ำที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์และเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา โดยจัดเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายใหญ่ของชมพูทวีป
แม่น้ำสรภู
เป็นหนึ่งในแม่น้ำสำคัญที่ถูกกล่าวถึงร่วมกับแม่น้ำสายอื่น ๆ ในกลุ่มปัญจมหานที
แม่น้ำม... หรือมาฮี
เป็นแม่น้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่งในรายชื่อแม่น้ำทั้งห้า
แม่น้ำเหล่านี้ได้รับการมองว่าเป็นแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความสำคัญตามคติความเชื่อ จึงถูกนำมาใช้เป็นภาพเปรียบเทียบถึงสิ่งที่กว้างใหญ่ มากมาย และเปี่ยมล้น
แล้วเหตุใดจึงกลายเป็นสำนวน?
เมื่อชูชกนำแม่น้ำทั้งห้ามากล่าวเปรียบเทียบ พร้อมยกถ้อยคำสรรเสริญพระเมตตาและทานบารมีของพระเวสสันดรอย่างยืดยาว ก่อนจะบอกความต้องการที่แท้จริง การพูดในลักษณะนี้จึงกลายมาเป็นที่มาของสำนวน “ชักแม่น้ำทั้งห้า”
สำนวนนี้มักใช้กับคนที่ยังไม่พูดถึงจุดประสงค์อย่างตรงไปตรงมา แต่เลือกยกเหตุผล เรื่องราว หรือคำพูดต่าง ๆ มาประกอบมากมาย เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นด้วยหรือยอมทำตาม
ตัวอย่างเช่น
“จะขอยืมรถก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า”
หรือ
“พูดเหตุผลมาตั้งนาน สรุปแล้วอยากให้ช่วยทำงานแทนนี่เอง”
ข้อที่หลายคนมักเขียนสับสนคือ คำที่ถูกต้องตามชื่อสำนวนคือ “ชักแม่น้ำทั้งห้า” ไม่ใช่ “ซักแม่น้ำทั้งห้า” เพราะคำว่า “ชัก” ในที่นี้สื่อถึงการนำหรือยกเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมากล่าวประกอบ
สำนวนนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของวรรณคดี พระพุทธศาสนา และคติความเชื่อจากชมพูทวีป ซึ่งหลอมรวมอยู่ในภาษาไทยอย่างแนบแน่น
ครั้งต่อไปเมื่อได้ยินใครพูดว่า “อย่ามาชักแม่น้ำทั้งห้า” ก็จะรู้แล้วว่า แม่น้ำทั้งห้านั้น ได้แก่ คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู และม... และเบื้องหลังสำนวนที่ดูเหมือนคำพูดธรรมดา ยังมีเรื่องราวจากวรรณคดีซ่อนอยู่อีกด้วย
อ้างอิง:
เว็บไซต์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก — คำอธิบาย “ปัญจมหานที”
https://phralan.in.th/coronation/vocabdetail.php?id=47
หอสมุดวชิรญาณ — มหาชาติคำหลวง กัณฑ์กุมาร
https://vajirayana.org/มหาชาติคำหลวง/กัณฑ์กุมาร
ไทยรัฐ — ที่มาสำนวน “ชักแม่น้ำทั้งห้า”
https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2944394
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
คู่มือการทำ “แกงเลียง” เมนูผักพื้นบ้านรสกลมกล่อม พร้อมคุณประโยชน์ต่อร่างกาย
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
เจาะจิตวิทยาป้ายลดราคา ทำไมร้านค้าชอบใช้สีแดงและสีเหลือง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไมช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งที่ปี 2569 ฝนรวมอาจน้อยกว่าปกติ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมเขตพญาไทจึงไม่มีพื้นที่ติดกับถนนพญาไท
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
ทำไมหาดใหญ่เติบโตคึกคักกว่าเมืองสงขลา ทั้งที่ไม่ใช่เมืองหลวงจังหวัด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ








