ผู้ป่วยโรคจิตเภททำนิติกรรมได้หรือไม่
เวลาพูดถึงโรคจิตเภท หลายคนมักมีภาพจำบางอย่างลอยขึ้นมาก่อน เช่น คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งภาพจำแบบนี้ทำให้เกิดคำถามตามมาแบบอัตโนมัติว่า ถ้าคนคนหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภท แล้วเขาจะยังซื้อขายของ ทำสัญญา หรือเขียนพินัยกรรมได้ไหม
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อโรคเพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายไม่ได้หยิบป้ายคำว่า “โรคจิตเภท” มาแปะแล้วตัดสินทันทีว่าใครทำอะไรได้หรือไม่ได้ ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนช่องให้ติ๊กถูกในแบบฟอร์มราชการ
หลายคนเข้าใจว่าแค่มีโรคทางจิตเวชก็หมดสิทธิ์จัดการทรัพย์สินของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เป็นความเข้าใจที่ทำให้คนป่วยจำนวนหนึ่งถูกมองเหมือนต้องมีคนอื่นถือพวงมาลัยชีวิตแทนตลอดเวลา ทั้งที่บางช่วงของชีวิต คนที่มีโรคจิตเภทก็สามารถใช้ชีวิต ทำงาน ดูแลตัวเอง และตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ตามปกติ
เวลาจะดูว่าการทำนิติกรรม เช่น ซื้อขายบ้าน ทำสัญญา หรือทำพินัยกรรม มีผลทางกฎหมายหรือไม่ สิ่งที่ต้องดูคือ ตอนที่ทำเรื่องนั้น บุคคลนั้นมีความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือไม่ เข้าใจผลที่จะตามมาหรือเปล่า และสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้แค่ไหน
ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนหนึ่งอาจเป็นโรคจิตเภทมาหลายปี แต่รักษาต่อเนื่อง อาการสงบ สามารถอ่านสัญญา เข้าใจราคา เข้าใจเงื่อนไข และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง การทำสัญญาก็ไม่ได้ถูกมองว่าเสียไปเพียงเพราะมีประวัติการรักษา
อีกคนหนึ่งอาจมีช่วงที่อาการกำเริบรุนแรง มีความคิดสับสน หรือไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังเซ็นชื่ออยู่ แบบนี้ก็อาจมีปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ของนิติกรรมได้ เพราะตัวกฎหมายสนใจความสามารถในการรับรู้และตัดสินใจในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่แค่ชื่อโรคในแฟ้มประวัติ
เรื่องพินัยกรรมก็มีคนสงสัยกันเยอะ เพราะหลายคนคิดว่าถ้าเป็นผู้ป่วยจิตเวชแล้ว พินัยกรรมต้องใช้ไม่ได้แน่นอน ซึ่งไม่ใช่แบบนั้น การทำพินัยกรรมต้องดูว่าขณะเขียน ผู้ทำเข้าใจว่ากำลังจัดการทรัพย์สินของตัวเองอย่างไร รู้ว่าใครเป็นผู้รับ และเข้าใจความหมายของสิ่งที่กำลังทำหรือไม่
จุดที่มักเกิดปัญหาคือช่วงเวลาที่มีคนพยายามเข้ามาจัดการเรื่องทรัพย์สินแทน แล้วเกิดข้อสงสัยว่าเจ้าของทรัพย์สินเข้าใจจริงหรือไม่ บางครั้งคนในครอบครัวก็อาจหวังดี อยากปกป้อง แต่ความหวังดีก็มีโอกาสกลายเป็นการจำกัดสิทธิของอีกคนโดยไม่ตั้งใจได้เหมือนกัน
โลกกฎหมายเลยไม่ได้มองผู้ป่วยโรคจิตเภทเป็นคนที่ต้องถูกกันออกจากการตัดสินใจทุกเรื่อง เพราะการมีโรคไม่ได้แปลว่าสูญเสียความสามารถทั้งหมด เหมือนคนสายตาสั้นไม่ได้แปลว่าอ่านหนังสือไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้แว่นให้เหมาะกับสถานการณ์ โรคทางใจก็เช่นกัน บางช่วงอาจต้องมีคนช่วยดูแล แต่บางช่วงก็ยังจัดการชีวิตตัวเองได้
ถ้ามีกรณีจริงเกี่ยวกับการซื้อขายทรัพย์สิน สัญญามูลค่าสูง หรือข้อพิพาทเรื่องพินัยกรรม การดูเอกสารอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องดูข้อเท็จจริงหลายอย่าง เช่น ประวัติอาการ ช่วงเวลาที่ทำเอกสาร พฤติกรรมขณะตัดสินใจ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องนี้เลยเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า กฎหมายกับชีวิตจริงต้องเดินไปด้วยกัน ไม่ใช่เอาคำวินิจฉัยหนึ่งคำมาเป็นคำตอบสุดท้ายทุกเรื่อง เพราะคนเราซับซ้อนกว่านั้นมาก บางครั้งสิ่งที่อยู่บนกระดาษหนึ่งบรรทัด อาจไม่ได้เล่าทั้งชีวิตของคนคนหนึ่งเลย
เทศกาลแกะสลักหัวไชเท้าแห่งเม็กซิโก งานศิลปะสุดแปลกที่จัดแค่คืนเดียวก่อนคริสต์มาส
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)
เปิดวิธีไหว้แม่ย่านางรถให้ปัง เคล็ดลับเสริมดวงเดินทางปลอดภัยที่คนมีรถต้องรู้
เผย 10 อันดับ "ขนมไทย" ที่โดนใจชาวต่างชาติมากที่สุด..อันดับ 1 ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง!
อยากขับ BTS–MRT เงินเดือนเท่าไหร่ ทำไมไม่มีตัวเลขเดียว
ด้านมืดประเทศจอร์เจีย ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
คปภ.แจงประกัน 5 ล้านของฮลุน โซโล่ คุ้มครองกรณีใดบ้าง
เทศกาลในเนปาลที่คร่าชีวิตสัตว์นับแสนตัวภายในวันเดียว ความเชื่อโบราณที่ยังเป็นข้อถกเถียงทั่วโลก
แม็คโคร เสียมราฐ ยุติขายหน้าร้าน 31 ก.ค. สื่อกัมพูชาโยงกระแสบอยคอตต์
รายได้แดนเซอร์หมอลำซิ่ง
สุดอึ้ง งงตาแตก !! ลูกค้าสั่งแอร์มาติดเอง ยึดหลักติด 25 องศา เค้าบอกว่าประหยัดไฟ
แม็คโคร เสียมราฐ ยุติขายหน้าร้าน 31 ก.ค. สื่อกัมพูชาโยงกระแสบอยคอตต์
คปภ.แจงประกัน 5 ล้านของฮลุน โซโล่ คุ้มครองกรณีใดบ้าง
Dog crate safety depends on training, fit and time limits
5 หนังไทยทำเงินเกินร้อยล้าน แต่ละเรื่องครองใจผู้ชมอย่างไร
ไข่เต่าทำจากอะไร? ชื่อเหมือนไข่ แต่ไม่มีไข่ผสมเลย


