ผัวบอก “เราแยกกันอยู่แล้ว” แต่ยังไม่หย่า ไปมีคนใหม่ได้จริงหรือ? กฎหมายตอบชัด กับสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด อาจทำให้เสียทั้งเงิน ครอบครัว และอนาคต
ผัวบอก “เราแยกกันอยู่แล้ว”… แต่ยังไม่หย่า ไปมีคนใหม่ได้จริงหรือ? กฎหมายสมรสเท่าเทียมตอบชัด! สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด อาจทำให้เสียทั้งเงิน ครอบครัว และอนาคต
“เราเลิกกันนานแล้ว…”
“ต่างคนต่างอยู่ รอแค่เซ็นใบหย่า…”
“เธอก็มีชีวิตของเธอ ฉันก็มีชีวิตของฉัน…”
ประโยคเหล่านี้แทบทุกคนเคยได้ยิน และหลายคนเชื่อสนิทใจว่า เมื่อแยกกันอยู่แล้ว ก็สามารถเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ได้ทันที
แต่หากวันหนึ่ง…
ภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้อง เปิดประตูห้องนอนแล้วพบสามีกำลังอยู่กับหญิงอื่น พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐาน
ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?
สามีจะอ้างว่า “กำลังรอหย่า” ได้หรือไม่?
หญิงคนใหม่จะต้องรับผิดหรือเปล่า?
และคลิปวิดีโอที่หลายคนคิดว่าจะเป็น “ไม้เด็ด” กลับอาจย้อนมาทำร้ายเจ้าของคลิปเองได้จริงหรือ?
คำตอบของกฎหมาย…อาจแตกต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจอย่างสิ้นเชิง
ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งของคนไทย
“แยกกันอยู่แล้ว = มีคนใหม่ได้”
หลายคนเชื่อแบบนี้
แต่ในทางกฎหมาย ไม่เป็นความจริง
ต่อให้เลิกอยู่บ้านเดียวกันมาหลายปี
ทะเลาะกันจนไม่พูดกัน
ตกลงกันว่าจะหย่า
หรือกำลังรอคิวไปอำเภอ
ตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า หรือศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุด
ทั้งสองคนยังคงเป็น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
นั่นหมายความว่า…
การอ้างว่า “ห่างกันแล้ว” หรือ “รอหย่าอยู่” ไม่ได้ทำให้หน้าที่และสิทธิของคู่สมรสสิ้นสุดลง
หากฝ่ายใดไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลอื่น ย่อมอาจก่อให้เกิดสิทธิในการฟ้องร้องของคู่สมรสอีกฝ่ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและองค์ประกอบตามกฎหมาย
และนี่คือจุดที่หลายคนเพิ่งรู้…ตอนถูกหมายศาลส่งมาถึงบ้าน
เมื่อจับได้คาหนังคาเขา… ภรรยาชอบด้วยกฎหมายทำอะไรได้บ้าง?
หลายคนคิดว่าทำได้เพียง “หย่า”
แต่ความจริง สิทธิของคู่สมรสไม่ได้มีแค่นั้น
หากมีหลักฐานเพียงพอ เช่น ภาพถ่าย ข้อความ หรือคลิปวิดีโอ
กฎหมายเปิดโอกาสให้ดำเนินการได้หลายแนวทาง
1. ฟ้องหย่า
หากคู่สมรสมีพฤติการณ์เข้าลักษณะเป็นเหตุหย่าตามกฎหมาย ศาลอาจมีคำพิพากษาให้หย่าได้เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด
แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ…
การหย่าไม่ใช่สิทธิเดียวที่กฎหมายให้ไว้
2. ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้กฎหมายที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม สิทธิในการเรียกค่าทดแทนได้รับการปรับให้ใช้กับคู่สมรสทุกเพศอย่างเท่าเทียม
หากมีการล่วงเกินในทำนองชู้และเข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย
คู่สมรสผู้เสียหายอาจเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสของตน และในบางกรณีอาจเรียกจากบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ไม่จำเป็นทุกกรณีว่าจะต้องรอให้มีการเปิดตัวต่อสาธารณะเหมือนความเข้าใจเดิม
เพียงเท่านี้…
หลายคนก็เริ่มถามต่อทันทีว่า
แล้วศาลจะให้เงินเท่าไร?
ฟ้องชู้…ได้เงินหลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้าน?
คำตอบคือ
กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัว
ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น
- ฐานะและรายได้ของทุกฝ่าย
- ระยะเวลาการใช้ชีวิตคู่
- มีบุตรร่วมกันหรือไม่
- ความเสียหายต่อชื่อเสียงและสภาพจิตใจ
- พฤติการณ์แห่งคดี เช่น การกระทำเกิดขึ้นในบ้านหรือห้องนอนของครอบครัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ศาลนำมาประเมินความเสียหาย
ในทางปฏิบัติ ค่าทดแทนอาจมีตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล
แต่เงินค่าทดแทน…
อาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่ภรรยาจะได้รับ
สิทธิที่ตามมาหลังการฟ้องหย่า
หากศาลมีคำพิพากษาให้หย่าแล้ว
ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอีก ได้แก่
- การแบ่งสินสมรสตามกฎหมาย
- สิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุตร
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
- สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส (หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย)
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัว
แต่เรื่องยังไม่จบ…
เพราะยังมี “ไพ่ใบสุดท้าย”
ที่สามารถเปลี่ยนผู้เสียหายให้กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้
คลิปวิดีโอ…หลักฐานชั้นดี หรือระเบิดเวลาที่ย้อนทำร้ายตัวเอง?
ลองจินตนาการว่า…
คุณจับได้คาหนังคาเขา
คุณถ่ายคลิปไว้ครบทุกมุม
ความรู้สึกแรกของหลายคนคือ
“โพสต์เลย ให้คนทั้งโลกเห็น!”
แต่…
นี่คือจุดที่กฎหมายเตือนให้ต้องหยุดคิด
การเก็บคลิปไว้เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม อาจใช้ประกอบการพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ตามกฎหมาย
แต่หากนำคลิปไปเผยแพร่ ส่งต่อ หรือโพสต์ลงโซเชียล
สถานการณ์อาจพลิกทันที
ผู้เผยแพร่อาจถูกฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจมีประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
จากคนที่กำลังจะชนะคดีแพ่ง…
อาจต้องไปต่อสู้คดีอาญาหรือคดีอื่นควบคู่กัน
เพียงเพราะ “อารมณ์ชั่ววูบ”
แล้วฝั่งหญิงคนใหม่ ไม่มีสิทธิ์ต่อสู้เลยหรือ?
คำตอบคือ
ทุกฝ่ายมีสิทธิ์ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
หากหญิงอีกฝ่ายอ้างว่าไม่ทราบว่าฝ่ายชายยังมีคู่สมรส หรือถูกหลอกด้วยข้อเท็จจริงบางประการ ศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้าง
ในทางกลับกัน หากมีการนำคลิปหรือข้อมูลส่วนตัวของเธอไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย เธอก็อาจใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดีกลับได้เช่นกัน
ดังนั้น คดีลักษณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องของ “ใครสะใจกว่ากัน”
แต่เป็นเรื่องของ ใครใช้สิทธิของตนตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
บทสรุป
คดีนอกใจในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรักที่จบลง
แต่เป็นเรื่องของสิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน ครอบครัว ชื่อเสียง และผลทางกฎหมายที่อาจติดตัวไปอีกหลายปี
เพียงเข้าใจผิดว่า
“แยกกันอยู่ก็มีคนใหม่ได้”
อาจต้องแลกด้วยการถูกฟ้องหย่า การเรียกค่าทดแทน การแบ่งทรัพย์สิน และการต่อสู้คดีในศาล
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายเองก็ต้องใช้สิทธิอย่างระมัดระวัง เพราะการเผยแพร่คลิปหรือข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่เหมาะสม อาจทำให้สถานะพลิกจาก “ผู้เสียหาย” เป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” ได้เช่นกัน
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
ชนสนั่นแผง! เสือตกถังฯ ปะทะ ม้าสีหมอก 16/7/69 เลขเด่นตรงกันตัวเดียวเน้นๆ
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
5 ต้นไม้มงคล ปลูกแล้วเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภ การงาน และความมั่นคง
มาแล้ว! เลขเด็ดม้าสีหมอก งวดวันที่ 16/7/69
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
บางกอกรีคอร์เดอร์ หนังสือพิมพ์ฉบับแรกในสยาม
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/7/69
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ชนสนั่นแผง! เสือตกถังฯ ปะทะ ม้าสีหมอก 16/7/69 เลขเด่นตรงกันตัวเดียวเน้นๆ
รีวิวหนังดัง SUPERMAN
5 ต้นไม้มงคล ปลูกแล้วเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภ การงาน และความมั่นคง
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
5 ต้นไม้มงคล ปลูกแล้วเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภ การงาน และความมั่นคง
นักกีฬาหญิงชาวไทย ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในกีฬาโอลิมปิก
ทำไมประเทศไทยมีทั้ง เทศบาล อบจ. อบต. กทม. และเมืองพัทยา ต่างกันอย่างไร? เปิดโครงสร้างการปกครองที่หลายคนสับสน
อุบัติเหตุบนถนนใกล้ตัวกว่าโอกาสถูกรางวัลใหญ่