หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความจุในสมองมนุษย์เทียบกับมือถือเครื่องโปรดเก็บอะไรได้มากกว่ากัน

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยนั่งเหม่อมองโทรศัพท์ในมือแล้วสงสัยไหมว่า ข้อมูลสารพัดที่เรายัดลงไปทั้งรูปถ่าย วิดีโอ หรือแอปพลิเคชันนับสิบนั้น วันหนึ่งเครื่องมันจะเต็มจนรับไม่ไหวเข้าสักวัน แล้วพอกลับมามองที่ตัวเอง เรากลับเก็บความทรงจำเรื่องราวตั้งแต่สมัยเรียน เหตุการณ์สำคัญในชีวิต หรือแม้แต่กลิ่นของอาหารจานโปรดในวัยเด็กไว้ได้มากมายเหลือเกิน บางคนมักพูดกันบ่อยๆ ว่าสมองคนเรานั้นเหมือนคอมพิวเตอร์ที่รอการอัปเกรดอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าลองมาวางเทียบกันดูจริงๆ ระหว่างฮาร์ดดิสก์ในเครื่องกับเซลล์ประสาทในหัวเรา อะไรกันแน่ที่น่าทึ่งกว่ากัน

เวลาพูดถึงเรื่องตัวเลข ความจุของมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่วัดได้ชัดเจน เราเห็นเป็นกิกะไบต์หรือเทราไบต์ บอกได้เป๊ะว่าเหลือที่ว่างเท่าไหร่ แต่สมองของเรากลับไม่ได้ทำงานด้วยหน่วยวัดแบบนั้น ความน่าสนใจอยู่ที่วิธีที่สมองเลือกเก็บข้อมูล มันไม่ได้บันทึกทุกอย่างลงไปแบบดาดๆ เหมือนที่เราสั่งเซฟไฟล์ในคอมพิวเตอร์ แต่มันใช้การเชื่อมโยง ถ้าเราเจออะไรที่สะดุดใจ มีอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อมูลนั้นจะถูกจัดเก็บได้แน่นหนาและหยิบมาใช้ได้ไวขึ้นเสมอ ต่างจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ต่อให้บันทึกละเอียดระดับพิกเซล แต่ถ้าไม่มีการเข้าถึงบ่อยๆ หรือระบบจัดการข้อมูลที่ดี สุดท้ายไฟล์เหล่านั้นก็แค่กองรวมกันอยู่ในหน่วยความจำโดยไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร

เคยมีนักวิจัยพยายามลองคำนวณเปรียบเทียบว่าเซลล์ประสาทของเราเก็บข้อมูลได้มหาศาลแค่ไหน ตัวเลขที่ออกมานั้นเกินจินตนาการไปไกลมาก หากสมองเป็นเหมือนเครื่องมือเก็บข้อมูล มันอาจมีพื้นที่มากพอจะเก็บทุกสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งเคยเห็นหรือเคยอ่านได้ตลอดทั้งชีวิตโดยไม่เกิดอาการเครื่องค้างหรือหน่วยความจำเต็มแบบที่มือถือชอบแจ้งเตือน แต่สิ่งที่ต่างกันสุดขั้วคือสมองมีการคัดกรองอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลไหนไม่สำคัญ มันเลือกที่จะลืมเพื่อเปิดที่ว่างให้สิ่งใหม่เข้ามาแทนที่ ความขี้ลืมบางครั้งจึงไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่มันคือกลไกการเอาตัวรอดที่ทำให้เราไม่จมอยู่กับเรื่องราวที่ไม่จำเป็น

สำหรับคนที่ชอบอัดความรู้หรือเก็บทุกอย่างใส่เครื่องไว้ก่อนเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจ เวลาที่เครื่องแจ้งเตือนว่าความจุใกล้เต็ม เราอาจจะเริ่มลนลาน ต้องมานั่งคัดออก ลบรูปซ้ำ หรือถ่ายโอนข้อมูลไปไว้ที่อื่นเพื่อรักษาพื้นที่นั้นไว้ แต่กับชีวิตจริงๆ เรามักไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งจัดระเบียบสมองแบบนั้นสักเท่าไหร่ เรามักยัดเยียดความกังวล เรื่องงาน เรื่องคน หรือความคาดหวังลงไปจนบางทีก็รู้สึกล้าโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงๆ แล้ว ความสามารถในการลืมหรือการปล่อยวางบางเรื่องออกไปจากใจ อาจจะเป็นฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดที่มนุษย์มีติดตัวมาแต่เกิด

บ่อยครั้งที่เราพยายามพึ่งพาเทคโนโลยีจนลืมไปว่าสมองที่ติดตัวมานั้นมีความยืดหยุ่นสูงแค่ไหน เราสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ เปลี่ยนความคิด หรือปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ในเสี้ยววินาที ในขณะที่มือถือต่อให้สเปกแรงแค่ไหน ก็ทำได้เพียงแค่ประมวลผลตามคำสั่งที่ได้รับมาเท่านั้น ความฉลาดของคนเราไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจำอะไรได้เยอะกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าเราเลือกจะนำประสบการณ์ที่มีไปใช้สร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างไรบ้าง

ถ้าลองเปรียบเทียบกันแล้ว ก็เหมือนกับเรากำลังมองหาสมดุลระหว่างสิ่งที่ต้องฝากไว้กับเครื่องมือกับสิ่งที่ต้องเก็บไว้ในใจ บางเรื่องที่เป็นข้อมูลตัวเลขหรือรายละเอียดงานที่ซับซ้อน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเทคโนโลยีไปเถอะ แต่งานรื่นรมย์ของชีวิต ความรู้สึกสุขใจจากมิตรภาพ หรือบทเรียนจากการผิดพลาดในอดีต สิ่งเหล่านี้ฝากไว้ที่อื่นไม่ได้เลยนอกจากสมองและหัวใจของเราเอง การรักษาความจุเหล่านี้ไว้ให้โล่งพอที่จะรับความสุขใหม่ๆ เข้ามาดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสบายใจกว่าการพยายามจำหรือเก็บทุกอย่างไว้ในที่เดียวจนแน่นไปหมด

การมีพื้นที่เหลือในหัวใจบ้าง เผื่อไว้ให้กับความไม่คาดฝันหรือสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ อาจจะสำคัญกว่าการรู้ว่าเรามีหน่วยความจำที่ใหญ่โตแค่ไหนก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ชีวิตไม่ได้ถูกวัดด้วยปริมาณข้อมูลที่เก็บได้ แต่วัดกันที่ว่าระหว่างทางนั้น เราได้เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวดีๆ เข้ามาเติมเต็มบ้างหรือเปล่า ลองสำรวจดูรอบๆ ตัวดูเถอะว่า วันนี้เราได้ลบเรื่องราวที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างหรือยัง หรือว่ากำลังปล่อยให้มันรกจนไม่มีที่ว่างให้กับเรื่องใหม่ที่อาจจะดีกว่าเดิมกำลังจะผ่านเข้ามา

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 25699 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านรุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาเลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569โชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเข้าลิฟต์แล้วทุกคนชอบแหงนมองเลขชั้นทำไมกรรไกรตัดกระดาษลื่นๆ ถึงรู้สึกฟินอกุศลวิตกดับได้ด้วยการเปลี่ยนสิ่งที่ใจจับทำไมพูดคำเดิมซ้ำๆ แล้วคำนั้นถึงฟังแปลกไป
ตั้งกระทู้ใหม่