เปิดศึกชิงอำนาจ สยาม-เวียดนามแย่งชิงอิทธิพลในลาวและกัมพูชา
รู้ไหมว่าถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์แถบเพื่อนบ้านเรา มันมีความดุเดือดซ่อนอยู่แบบที่ละครหลังข่าวก็เขียนบทให้มันส์ขนาดนี้ไม่ได้ สยามกับเวียดนาม สองบิ๊กบอสของภูมิภาคนี้เคยฟาดฟันกันแทบเป็นแทบตายเพื่อแย่งชิงพื้นที่ตรงกลางอย่างกัมพูชาและลาว พื้นที่ตรงนี้มันมีความหมายมากจนต่างฝ่ายต่างยอมถอยให้กันไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว เรียกว่ายอมหักไม่ยอมงอ
เปิดแผนที่ดูเล่นๆ จะเห็นชัดเลยว่าสยามอยู่ฝั่งตะวันตก เวียดนามอยู่ฝั่งตะวันออก ตรงกลางมีลาวกับกัมพูชาคั่นกลางเป๊ะ พื้นที่ตรงกลางนี้แหละในภาษากลยุทธ์เขาเรียกว่ารัฐกันชน หน้าที่ของรัฐกันชนคือการสร้างระยะห่าง สกัดไม่ให้ยักษ์ใหญ่สองตัวมาชนกันโดยตรง สมมตินะว่าถ้าฝั่งไหนยึดพื้นที่ตรงกลางได้ก่อน อีกฝั่งจะเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ทันที เพราะนั่นหมายถึงศัตรูมาจ่อคอหอยถึงหน้าประตูบ้านแล้ว สยามไม่อยากให้กองทัพเวียดนามเดินข้ามโขงมาประชิดชายแดน เวียดนามเองก็ระแวง ไม่อยากให้สยามขยายอิทธิพลทะลุไปถึงเทือกเขาอันนัมที่เป็นปราการธรรมชาติของตัวเอง ความระแวงระดับสิบนี้แหละที่จุดชนวนความขัดแย้งแบบยาวนานข้ามศตวรรษ
มาเริ่มเจาะที่ฝั่งกัมพูชาก่อน ที่นี่คือเวทีประลองกำลังของจริง ราชสำนักกัมพูชาตอนนั้นดราม่าหนักมาก พี่น้องตีกันเองแย่งชิงบัลลังก์กันอุตลุด พอฝ่ายหนึ่งสู้ไม่ได้ก็วิ่งหน้าตั้งไปขอความช่วยเหลือจากสยาม อีกฝ่ายเห็นคู่แข่งมีแบคอัพใหญ่ ก็ไม่น้อยหน้า วิ่งไปซบเวียดนาม กลายเป็นว่ากัมพูชาถูกฉีกออกเป็นสองซีก สยามส่งกองทัพเข้าไปช่วยฝ่ายหนึ่ง เวียดนามก็ยกทัพจัดเต็มเข้ามาช่วยอีกฝ่าย สู้กันไปสู้กันมาจนลุกลามกลายเป็นมหาสงครามที่เรียกกันว่า อานามสยามยุทธ รบกันมาราธอนถึง 14 ปีเต็ม บ้าไปแล้ว รบกันจนทหารเหนื่อยล้า เสบียงร่อยหรอ ทรัพยากรของทั้งสองอาณาจักรละลายหายไปกับแม่น้ำลำคลองมหาศาล สู้กันแทบตายสุดท้ายไม่มีใครชนะขาดลอย ต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน ตกลงกันว่ากัมพูชาต้องส่งเครื่องราชบรรณาการให้ทั้งสยามและเวียดนาม กลายเป็นเมืองขึ้นของสองมหาอำนาจพร้อมกันไปเลย เป็นการจบที่ดูเหมือนประนีประนอม แต่ข้างในยังแฝงไปด้วยความคุกรุ่น รอวันปะทุอยู่ตลอดเวลา
ทีนี้ตัดภาพมาที่ฝั่งลาวกันบ้าง ฝั่งนี้ก็เดือดไม่แพ้กัน ลาวมีภูมิประเทศที่สยามมองว่าสำคัญระดับคอขาดบาดตาย แม่น้ำโขงที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่สามารถใช้เป็นเส้นทางเดินทัพได้สบายๆ ถ้าใครคุมลาวได้ก็เท่ากับคุมจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบสุดๆ สยามเลยต้องพยายามแผ่อิทธิพลเข้าไปครอบงำลาวไว้ให้แน่นหนาที่สุด ยุคที่มีกบฏเจ้าอนุวงศ์ สยามจัดการขั้นเด็ดขาดแบบถอนรากถอนโคน เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ทุกคนรู้ว่าพื้นที่นี้ใครเป็นลูกพี่ใหญ่ แต่เวียดนามก็ไม่ได้นั่งจิบชาดูอยู่เฉยๆ แอบส่งสายลับ ส่งทหารเข้ามาแทรกซึม พยายามดึงหัวเมืองลาวฝั่งตะวันออกให้ไปอยู่ใต้ร่มเงาของตัวเอง สยามต้องคอยส่งกำลังไปปราบ ไปไล่ตีอิทธิพลของเวียดนามให้ถอยร่นกลับไปข้ามเทือกเขาอันนัม การชิงไหวชิงพริบในลาวจึงเป็นเหมือนเกมแมวไล่จับหนูที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเมามันส์
เรื่องราวความบาดหมาง การแย่งชิงอำนาจ และการทำสงครามตัวแทนระหว่างสยามกับเวียดนามมันตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ต่างฝ่ายต่างทุ่มหมดหน้าตักเพื่อเป็นเบอร์หนึ่งในภูมิภาค แต่แล้ววันหนึ่งก็มีผู้เล่นหน้าใหม่โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอาวงแตกกระเจิง นั่นคือฝรั่งเศส กองทัพเรือฝรั่งเศสแล่นเรือปืนเข้ามาดื้อๆ พร้อมกับอาวุธยุคอุตสาหกรรมที่เหนือกว่าทุกอย่าง สยามกับเวียดนามที่เคยมองหน้ากันไม่ติด ต้องหันมาเผชิญกับภัยคุกคามใหม่ที่น่ากลัวกว่าการตีกันเองหลายเท่า ฝรั่งเศสโชว์เหนือด้วยการบุกยึดเวียดนามจนราบคาบ กลืนกินอาณาจักรเวียดนามไปทั้งดุ้น จากนั้นก็เล่นแง่กฎหมายระหว่างประเทศ ใช้ข้ออ้างทางประวัติศาสตร์ที่เวียดนามเคยอ้างสิทธิ์เหนือลาวและกัมพูชา มาบีบให้สยามต้องยอมสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและกัมพูชาไป เกมกระดานที่สยามกับเวียดนามเล่นหมากรุกชิงไหวชิงพริบกันมานับร้อยปี ถูกมหาอำนาจตะวันตกเตะล้มกระดานกวาดเรียบภายในเวลาไม่กี่สิบปี
ร่องรอยการชิงอิทธิพลในวันนั้นยังคงทิ้งบาดแผลและผลกระทบมาจนถึงการขีดเส้นพรมแดนที่เราเห็นในแผนที่ปัจจุบัน สยามกับเวียดนามต่างก็เล่นเกมการเมืองของตัวเองอย่างสุดกำลัง เดินหมากแต่ละตาเต็มไปด้วยความเสี่ยง การสูญเสียเลือดเนื้อ และกลยุทธ์ที่ต้องคิดล่วงหน้าหลายชั้น การฟาดฟันของสองมหาอำนาจท้องถิ่นนี้มันสะท้อนความจริงที่เจ็บปวดว่า ในเกมการเมืองระหว่างประเทศ ไม่มีคำว่าพี่น้อง มิตรแท้ หรือศัตรูที่ถาวร มีเพียงผลประโยชน์ของชาติและความอยู่รอดเท่านั้นที่เป็นของจริง ใครอ่อนแอกว่าก็ต้องยอมหลีกทางให้ นี่แหละประวัติศาสตร์รสแซ่บของเพื่อนบ้านอาเซียนที่เรามักมองข้ามไป
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
7 กรกฎาคม "วันให้อภัยโลก" เมื่อการให้อภัย ไม่ใช่เพื่อคนอื่น แต่เพื่อปลดปล่อยตัวเราเอง
"โย อรุณี" คู่จิ้น "โน้ส อุดม" ประวัติไม่ธรรมดา..อดีตลูกคุณหนูพัทยา
ทำไม "ผ้าม่านโรงแรม" มักมี 2 ชั้น?
5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้อง
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
น้ำตาลทรายแดง: เลือกให้ถูกชนิด เพื่อรสชาติและสีสันที่ใช่ในทุกเมนู
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ปลาแคนดิรู" (Candiru) ปรสิตตัวจิ๋วแห่งลุ่มน้ำแอมะซอน
โรคไหลตาย เกิดจากสาเหตุอะไร?
มหันตภัย "ไต้ฝุ่นยากิ" พายุแห่งศตวรรษ
10 ต้นไม้ที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุดในโลก
ไก่มีบรรพบุรุษเป็นไดโนเสาร์จริงไหม
