ทำไมถึงไม่มีประเทศไหนยอมเปิดเสรียาเสพติดทุกชนิด
เวลาเราตามข่าวต่างประเทศ เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการที่บางประเทศปรับกฎหมายลดโทษให้ผู้เสพ หรือเปิดเสรีให้ใช้งานพืชบางชนิดได้แบบถูกกฎหมาย พอเห็นข่าวแบบนี้บ่อยเข้า บางคนก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมประเทศต่างๆ ถึงไม่แก้ปัญหาด้วยการเปิดเสรียาเสพติดทุกชนิดไปเลย ให้การซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด ให้รัฐเก็บภาษีเข้าระบบ แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องการตัดสินใจส่วนบุคคลเหมือนกับการซื้อเหล้าหรือเบียร์
เหตุผลหลักที่รัฐบาลทั่วโลกไม่เลือกใช้วิธีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของศีลธรรมหรือความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของการคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัย และความอยู่รอดของระบบสาธารณสุข เรามาแกะรอยดูกันทีละประเด็นว่าทำไมการปลดล็อคยาเสพติดทุกชนิดถึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีประเทศไหนอยากลอง
1. ระบบสาธารณสุขจะต้องรับภาระระดับวิกฤต
ยาเสพติดแต่ละประเภทมีกลไกการทำลายร่างกายที่ต่างกัน ยาบางชนิดทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง บางชนิดเข้าไปทำลายระบบประสาทโดยตรง หรือทำให้เกิดภาวะเสพติดทางร่างกายอย่างหนักจนหยุดเสพกะทันหันไม่ได้ ถ้าของพวกนี้หาซื้อได้ทั่วไป ปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินจากการใช้ยาเกินขนาดจะพุ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณ ลองคิดสภาพห้องฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยหัวใจวายหรือช็อกจากการใช้ยาเสพติดเข้ามาพร้อมกันทุกวัน เตียงผู้ป่วยและหมอที่มีอยู่จำกัดจะไม่เพียงพอต่อการรักษาโรคทั่วไปอื่นๆ ระบบสาธารณสุขจะเข้าสู่ภาวะล่มสลายเพราะต้องเอางบประมาณและบุคลากรไปรับมือกับผลพวงจากการเสพยา การรอคิวรักษาโรคพื้นฐานของประชาชนทั่วไปจะยาวนานขึ้นจนส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของทุกคน
2. ความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะจะหายไป
ผลกระทบของยาเสพติดที่น่ากลัวที่สุดคือการทำลายการรับรู้และความสามารถในการควบคุมตัวเอง ผู้ที่เสพยาเสพติดสังเคราะห์หลายชนิดมักมีอาการประสาทหลอน หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง หรือหลุดพ้นจากโลกความเป็นจริง อาการเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง การทำร้ายร่างกายคนแปลกหน้าบนท้องถนน หรือแม้แต่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนจากการขับรถขณะมึนเมา ความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจะลดลงไปมาก พ่อแม่จะไม่กล้าปล่อยลูกหลานออกไปเดินเล่นหรือใช้ชีวิตนอกบ้าน การเดินกลับบ้านตอนกลางคืนจะกลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครอยากเผชิญ
3. อัตราการเกิดอาชญากรรมเพื่อหาเงินซื้อยา
ยาเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดสูงมากๆ จะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของสมอง ผู้เสพจะมีความต้องการยามากกว่าความต้องการอาหารหรือน้ำดื่ม เมื่อถึงจุดที่ไม่มีเงินซื้อยาเพราะตกงานหรือไม่ได้ทำงาน พวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินมาตอบสนองความต้องการนั้น การลักทรัพย์ จี้ปล้น หรืองัดแงะบ้านเรือนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชุมชนจะเต็มไปด้วยความหวาดระแวง และตำรวจจะต้องเหนื่อยกับการตามจับคดีอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ความสงบสุขในระดับชุมชนจะถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
4. ผลกระทบต่อสมองของเด็กและวัยรุ่น
สมองของมนุษย์จะพัฒนาอย่างสมบูรณ์เมื่ออายุประมาณยี่สิบห้าปี การเปิดเสรียาเสพติดทุกชนิดหมายถึงการเพิ่มโอกาสให้เด็กและวัยรุ่นเข้าถึงสารเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น แม้จะมีการจำกัดอายุผู้ซื้อ แต่การควบคุมก็มักจะมีช่องโหว่เสมอ สารเคมีรุนแรงเหล่านี้จะเข้าไปหยุดยั้งการพัฒนาของสมองส่วนหน้า ซึ่งควบคุมเหตุผลและการตัดสินใจ เด็กที่เริ่มเสพยาตั้งแต่ยังอายุน้อยจะมีปัญหาเรื่องความจำ อารมณ์รุนแรง และสูญเสียศักยภาพในการเรียนรู้ไปอย่างถาวร การสร้างประชากรที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศในอนาคตจะทำได้ยากลำบากมาก
5. ตลาดมืดจะไม่หายไปอย่างที่คาดหวัง
แนวคิดที่ว่าการทำให้ถูกกฎหมายจะช่วยทำลายวงจรของพ่อค้ายาเสพติด เป็นแนวคิดที่อาจใช้ไม่ได้กับยาทุกชนิด หากรัฐบาลควบคุมการผลิต ตั้งมาตรฐานให้ปลอดภัย และเก็บภาษีอย่างถูกต้อง ราคายาเสพติดถูกกฎหมายจะสูงมาก กลุ่มพ่อค้ายาก็จะยังคงผลิตยาเสพติดเถื่อนที่ผสมสารอันตรายราคาถูกลงมาขายตัดราคาในตลาดมืดเหมือนเดิม รัฐบาลก็ต้องเสียทรัพยากรไปกับการปราบปรามตลาดยาเถื่อนเหล่านี้อยู่ดี ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติหรือการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับยาเสพติดก็จะไม่ได้หายไปไหน
6. กำลังแรงงานและเศรษฐกิจจะชะงักงัน
วัยทำงานคือกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากประชากรในวัยนี้ตกอยู่ในภาวะติดยา ประสิทธิภาพในการทำงานจะดิ่งลงอย่างน่าตกใจ อุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น การขาดงาน การมาสาย หรือการทำงานผิดพลาดจะกลายเป็นเรื่องปกติ ภาคธุรกิจจะต้องแบกรับความเสียหายที่เกิดจากความไม่พร้อมของพนักงาน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็สูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แถมยังต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินอุดหนุนศูนย์บำบัดผู้ติดยาเพิ่มเติม การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะถูกรั้งเอาไว้ด้วยปัญหานี้
7. การบำบัดรักษาต้องใช้เวลายาวนานและใช้งบมหาศาล
การทำให้คนหนึ่งคนเลิกยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาดเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน มันไม่ใช่แค่การกินยาแล้วหายขาดเหมือนไข้หวัด ผู้ป่วยต้องผ่านการบำบัดทางร่างกาย จิตวิทยา และการปรับพฤติกรรม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี หลายคนกลับไปเสพซ้ำแล้วต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด สถานบำบัดที่มีอยู่ทั่วโลกมักจะมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถรองรับผู้ติดยาจำนวนมหาศาลที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเปิดเสรีได้ การสร้างสถานบำบัดเพิ่มต้องใช้ทั้งเงินก้อนใหญ่และบุคลากรเฉพาะทางจำนวนมาก
การเปิดเสรียาเสพติดแบบเหมารวมทุกชนิดจึงเป็นเรื่องที่อันตรายเกินกว่าจะนำมาทดลองทำจริง การที่บางประเทศเลือกผ่อนปรนกฎหมายให้กับสารบางตัว มักจะทำไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเฉพาะเจาะจง หรือเพื่อเปลี่ยนมุมมองจากการมองผู้เสพเป็นอาชญากรมาเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา โดยมีการวางแผนระบบรองรับไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม การจัดระเบียบสังคมยังคงต้องการกติกาเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวมและรักษาคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่เอาไว้
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
7 กรกฎาคม "วันให้อภัยโลก" เมื่อการให้อภัย ไม่ใช่เพื่อคนอื่น แต่เพื่อปลดปล่อยตัวเราเอง
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ทำไม "ผ้าม่านโรงแรม" มักมี 2 ชั้น?
5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้อง
"โย อรุณี" คู่จิ้น "โน้ส อุดม" ประวัติไม่ธรรมดา..อดีตลูกคุณหนูพัทยา
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
ปลาแคนดิรู" (Candiru) ปรสิตตัวจิ๋วแห่งลุ่มน้ำแอมะซอน
5 คาเฟ่อเมซอน ที่ติดทะเล
โรคไหลตาย เกิดจากสาเหตุอะไร?
น้ำตาลทรายแดง: เลือกให้ถูกชนิด เพื่อรสชาติและสีสันที่ใช่ในทุกเมนู
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
มหันตภัย "ไต้ฝุ่นยากิ" พายุแห่งศตวรรษ
10 ต้นไม้ที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุดในโลก
ไก่มีบรรพบุรุษเป็นไดโนเสาร์จริงไหม
