เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่ง ชีวิตช้าลง แต่สวยจนอยากไปเห็นเอง
มีหลายเมืองในโลกที่แทบไม่มีรถยนต์ใช้น้ำมันวิ่งในเขตหลักของเมือง หรือบางแห่งไม่มีถนนสำหรับรถยนต์เลย ทำให้บรรยากาศเงียบ สะอาด และมีเสน่ห์ต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป
เมืองเหล่านี้ไม่ได้โดดเด่นแค่ความสวย แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตที่พึ่งพาการเดิน เรือ จักรยาน หรือรถไฟฟ้าขนาดเล็กมากกว่าเสียงเครื่องยนต์และควันรถ จึงกลายเป็นจุดหมายในฝันของคนที่อยากเที่ยวแบบช้า ๆ และสัมผัสบรรยากาศสบายตา สบายใจ
1. หมู่บ้านกีธูร์น ประเทศเนเธอร์แลนด์
กีธูร์น หรือ Giethoorn ได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์” เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยลำคลอง บ้านสวย และธรรมชาติที่ดูราวกับเมืองในเทพนิยาย
จุดพิเศษของกีธูร์นคือเขตหมู่บ้านเก่าไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ ผู้คนและนักท่องเที่ยวจึงใช้เรือไฟฟ้า เรือพาย เดินเท้า หรือขี่จักรยานเป็นหลัก มีสะพานไม้เล็ก ๆ เชื่อมต่อบ้านแต่ละหลังเข้าด้วยกัน
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่บ้านสไตล์ดัตช์โบราณ หลังคามุงจาก สวนดอกไม้สีสันสดใส และลำคลองน้ำใสที่ทำให้ทั้งหมู่บ้านดูสงบมากเป็นพิเศษ
สำหรับคนที่ชอบเมืองเล็ก ๆ ถ่ายรูปสวย และไม่เร่งรีบ กีธูร์นอาจเป็นหนึ่งในเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักจากเสียงรถและความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน
2. แซร์มัท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
แซร์มัท หรือ Zermatt เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใกล้ยอดเขา แมตเทอร์ฮอร์น ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาที่มีภาพจำโดดเด่นที่สุดของเทือกเขาแอลป์
เมืองแห่งนี้มีนโยบายจำกัดรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เพื่อรักษาอากาศบริสุทธิ์และบรรยากาศของเมืองภูเขา รถส่วนตัวทั่วไปจะต้องจอดไว้ด้านนอกเมือง แล้วต่อรถไฟหรือบริการรับส่งเข้าไปแทน
การเดินทางภายในเมืองใช้การเดินเท้า จักรยาน และรถไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นหลัก จึงทำให้บรรยากาศในตัวเมืองค่อนข้างเงียบ ต่างจากเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์
เสน่ห์ของแซร์มัทอยู่ที่อากาศบริสุทธิ์ วิวภูเขาแมตเทอร์ฮอร์นอันโด่งดัง บ้านไม้สไตล์สวิสชาเลต์ และบรรยากาศเมืองตากอากาศที่ดูสะอาด เรียบร้อย และใกล้ชิดธรรมชาติ
3. เวนิส ประเทศอิตาลี
เวนิส หรือ Venice เป็นเมืองไร้รถยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองนี้สร้างขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ หลายแห่ง เชื่อมต่อกันด้วยลำคลองและสะพานจำนวนมาก
ในเขตเมืองเก่าของเวนิสไม่มีถนนสำหรับรถยนต์เหมือนเมืองทั่วไป การเดินทางจึงใช้เรือกอนโดลา เรือโดยสารสาธารณะ หรือ Vaporetto รวมถึงการเดินเท้าเป็นหลัก
จุดเด่นของเวนิสคือสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกและเรอเนซองส์ บรรยากาศริมคลองสุดโรแมนติก และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมานานหลายศตวรรษ
อย่างไรก็ตาม เวนิสเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จึงอาจมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นในบางช่วง ใครอยากสัมผัสความสงบจริง ๆ ควรเลือกเดินในตรอกเล็ก ๆ หรือไปช่วงเวลาที่คนไม่พลุกพล่านมาก
4. ไฮดรา ประเทศกรีซ
ไฮดรา หรือ Hydra เป็นเกาะเล็ก ๆ ในทะเลอีเจียนของกรีซ มีชื่อเสียงด้านความเงียบสงบ บ้านสีขาว และวิถีชีวิตที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้มาก
จุดเด่นของไฮดราคือการจำกัดการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์บนเกาะ การเดินทางส่วนใหญ่จึงเป็นการเดินเท้า ใช้ลา หรือใช้เรือในการขนส่งสิ่งของและเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ
บรรยากาศของเกาะเต็มไปด้วยบ้านสีขาวแบบกรีก ถนนหินกรวด เสียงคลื่นทะเล และความเงียบสงบที่หาได้ยากในเมืองท่องเที่ยวทั่วไป
สำหรับคนที่ชอบทะเล แต่ไม่อยากเจอเมืองชายหาดที่เต็มไปด้วยรถและเสียงเครื่องยนต์ ไฮดราเป็นตัวอย่างของเกาะที่ยังรักษาจังหวะชีวิตแบบช้า ๆ เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ
ทำไมเมืองไร้รถยนต์ถึงน่าเที่ยว?
เสน่ห์ของเมืองเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่คำว่า “ไม่มีรถ” แต่อยู่ที่ผลลัพธ์ที่คนเดินทางสัมผัสได้จริง เช่น อากาศที่รู้สึกสะอาดขึ้น เสียงรบกวนที่น้อยลง และการได้เดินชมเมืองแบบไม่ต้องรีบ
หลายเมืองยังช่วยให้ผู้คนได้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้ามเวลาเดินทางด้วยรถ เช่น หน้าต่างบ้านเก่า สะพานเล็ก ๆ กลิ่นทะเล เสียงน้ำ หรือวิวภูเขาที่อยู่ตรงหน้าแบบไม่มีอะไรบดบัง
แต่ก่อนเดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเสมอ เพราะคำว่า “เมืองไร้รถยนต์” ในแต่ละแห่งอาจไม่เหมือนกัน บางเมืองไม่มีรถในเขตประวัติศาสตร์ บางเมืองอนุญาตเฉพาะรถไฟฟ้า รถบริการ หรือรถฉุกเฉิน และบางแห่งอาจมีข้อจำกัดเฉพาะพื้นที่
สรุป
กีธูร์น แซร์มัท เวนิส และไฮดรา ต่างเป็นเมืองที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งรถยนต์เป็นหลักสามารถสร้างบรรยากาศที่สงบ สวยงาม และน่าอยู่ได้
แม้แต่ละเมืองจะมีรูปแบบแตกต่างกัน ทั้งหมู่บ้านคลอง เมืองภูเขา เมืองสายน้ำ และเกาะกลางทะเล แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเสน่ห์ของการเดินทางช้าลง ได้มองเมืองชัดขึ้น และได้สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกว่าเมืองท่องเที่ยวทั่วไป
อ้างอิง https://www.nationalgeographic.com/travel/article/hydra-greece-island-with-no-cars?utm_source=chatgpt.com
https://www.veneziaunica.it/en/plan-your-trip/getting-around-venice?utm_source=chatgpt.com
https://zermatt.swiss/en/plan-book/arrival?utm_source=chatgpt.com
https://giethoorn.com/en/?utm_source=chatgpt.com
เขียนโดย puypuy
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
5 ค่าใช้จ่ายแฝงในการ "ออกรถยนต์คันแรก" ที่คนไทยมักลืมนึกถึงจนหมุนเงินไม่ทัน
เจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปี
ไม่น่าเชื่อว่า “ม้า” จะพาเจ้าของไปหาหมอได้
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
สรุปเลขขายดีและสำนักดัง งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
“เช่าสินสอด” จ่ายเท่าไร ได้อะไรบ้างก่อนใช้ในพิธีแต่งงาน
ส่อง 5 โรงเรียนน่าเรียนในไทย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเหมือนเรียนเมืองนอก
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยกว่า 1.3 ล้านคนแห่ลงทะเบียน ก่อนเปิดใช้ 31 ส.ค.นี้
เปิดสถิติหวยออก 1 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขมงคลโผล่เพียบ! คอหวยส่องเลขดัง เคยออกซ้ำมาแล้วหลายงวด ลุ้นงวดนี้ 1/9/69
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงอยากสนุกโดยไม่ต้องเมา
หุบเขาที่สวยงามใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะเกิดความวินาศ เนปาล ธิเบต
ธุรกิจอะไรในภาคเหนือที่เติบโตตามนักท่องเที่ยว
5 ค่าใช้จ่ายแฝงในการ "ออกรถยนต์คันแรก" ที่คนไทยมักลืมนึกถึงจนหมุนเงินไม่ทัน
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
ไม่น่าเชื่อว่า “ม้า” จะพาเจ้าของไปหาหมอได้
ดวงจันทร์ไม่ได้เปลี่ยนสี แล้วทำไมควันไฟไกล ๆ ถึงทำให้มันดูแดงขึ้นได้?
มานี มานะ หนังสือเรียนภาษาไทยในตำนาน ยังอ่านออนไลน์ได้ไหม? รวมประวัติและแหล่งอ่าน
ทำไมคำว่า “คนอีสาน” บางครั้งจึงกลายเป็นคำที่ฟังเหมือนการแซะ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงการเรียกผู้คนจากภูมิภาคหนึ่ง
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เนเธอร์แลนด์



