หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นิสัยที่พยายามเลิกมานานแต่ยังกลับไปทำซ้ำอยู่เสมอ

เขียนโดย ยายขี้บ่น

มีนิสัยบางอย่างที่เรารู้ตัวมานานแล้วว่าอยากเลิก แต่ก็ยังเลิกไม่ได้เสียที บางคนคือการนอนดึก ทั้งที่เช้าต้องตื่นไปทำงาน บางคนคือการเลื่อนโทรศัพท์ก่อนนอน จากตั้งใจจะดูแค่ห้านาที กลายเป็นเกือบชั่วโมง บางคนคือการกินของหวานตอนเครียด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งบอกตัวเองว่าเดือนนี้จะดูแลสุขภาพให้ดีกว่านี้

เรื่องแบบนี้ฟังดูเหมือนเล็ก แต่พอเกิดซ้ำบ่อย ๆ มันทำให้เราเริ่มไม่ค่อยไว้ใจตัวเอง เราพูดกับตัวเองว่าเดี๋ยวจะเลิก เดี๋ยวจะเริ่มใหม่ พรุ่งนี้จะเอาจริง แล้วพอถึงวันพรุ่งนี้ เราก็กลับไปยืนอยู่ที่เดิมอีกครั้ง ความเหนื่อยไม่ได้มาจากนิสัยนั้นอย่างเดียว แต่มาจากความรู้สึกว่า ทำไมเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้

คนเรามักเข้าใจว่าการเลิกนิสัยหนึ่งต้องใช้แค่ความตั้งใจ ถ้าใจแข็งพอก็จบ แต่ชีวิตจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น นิสัยหลายอย่างไม่ได้อยู่กับเราเพราะเราชอบมันเสมอไป บางทีมันอยู่เพราะมันช่วยพยุงบางความรู้สึกอยู่เงียบ ๆ

คนที่ชอบผัดวัน ไม่ได้แปลว่าเป็นคนขี้เกียจตลอดเวลา บางครั้งเขาอาจกลัวทำแล้วออกมาไม่ดี กลัวเริ่มแล้วเจอว่าตัวเองทำไม่ได้อย่างที่หวัง การเลื่อนไปก่อนจึงให้ความรู้สึกปลอดภัยชั่วคราว เหมือนได้พักจากความกดดัน แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าพักแบบนั้นสุดท้ายก็กลายเป็นภาระที่หนักกว่าเดิม

คนที่หยิบมือถือขึ้นมาดูเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีวินัยเสมอไป บางทีเขาแค่เหนื่อยเกินกว่าจะอยู่กับความเงียบของตัวเอง มือถือกลายเป็นที่หลบเล็ก ๆ หลบจากงาน หลบจากความคิด หลบจากความว่างที่ชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยว พอรู้ตัวอีกที เวลาก็หายไปทั้งคืน

นิสัยบางอย่างเหมือนเพื่อนเก่าที่รู้ว่าไม่ค่อยดี แต่คุ้นเคยเหลือเกิน เรากลับไปหามันในวันที่เหนื่อย วันที่เบื่อ วันที่ใจไม่แข็งแรงพอ แล้วหลังจากนั้นค่อยมาโกรธตัวเองทีหลัง วนอยู่แบบนี้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ข้างในก็ยังอยากเปลี่ยนอยู่

การเลิกนิสัยจึงไม่ได้เริ่มจากการด่าตัวเองให้แรงขึ้นเสมอไป หลายคนยิ่งด่าตัวเอง ยิ่งหมดแรง พอหมดแรงก็ยิ่งกลับไปพึ่งนิสัยเดิม เพราะอย่างน้อยมันให้ความสบายใจเร็ว แม้จะเป็นความสบายใจที่ตามมาด้วยความเสียดายก็ตาม

ลองสังเกตดูดี ๆ ว่านิสัยที่อยากเลิกมักโผล่มาตอนไหน บางคนกินจุบจิบเฉพาะตอนทำงานหนัก บางคนซื้อของเกินจำเป็นตอนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น บางคนพูดประชดคนใกล้ตัวเฉพาะตอนรู้สึกไม่ได้รับความสำคัญ ถ้าเราเห็นช่วงเวลาที่มันเกิด เราจะเริ่มเข้าใจว่ามันไม่ได้มาแบบลอย ๆ แต่มันมีประตูทางเข้าของมันเสมอ

การรู้ประตูทางเข้านั้นช่วยได้มาก เพราะเราไม่ต้องไปสู้ตอนนิสัยเดิมเข้ามานั่งเต็มบ้านแล้ว เราเริ่มจัดการตั้งแต่หน้าประตูได้ เช่น ถ้ารู้ว่าพอดึกแล้วจะเล่นมือถือยาว อาจวางที่ชาร์จไว้นอกห้องนอน ถ้ารู้ว่าหิวตอนเครียดเพราะไม่ได้กินมื้อหลักดี ๆ อาจเตรียมอาหารง่าย ๆ ไว้ก่อน ถ้ารู้ว่าชอบผัดวันเพราะงานใหญ่เกินไป อาจเริ่มจากเปิดไฟล์แล้วทำแค่ห้านาที ไม่ต้องประกาศกับตัวเองว่าจะต้องทำให้เสร็จในคืนเดียว

บางคนพยายามเปลี่ยนตัวเองด้วยแผนใหญ่เกินไป จากนอนตีสองจะเปลี่ยนเป็นนอนสี่ทุ่มทันที จากไม่เคยออกกำลังจะลุกขึ้นมาวิ่งทุกเช้า จากกินตามใจมาหลายปีจะตัดทุกอย่างที่ชอบในวันเดียว ฟังดูน่าภูมิใจ แต่หลายครั้งมันหนักเกินกว่าชีวิตจริงจะรับไหว พอพลาดหนึ่งวันก็รู้สึกเหมือนล้มทั้งกระดาน แล้วก็เลิกไปเลย

การเปลี่ยนที่พออยู่กับเราได้นาน มักเป็นการเปลี่ยนแบบไม่หวือหวา ลดดีกว่าหักดิบในบางเรื่อง เข้านอนเร็วขึ้นสิบห้านาทีอาจดูน้อย แต่ถ้าทำได้ต่อเนื่อง มันมีค่ากว่าการตั้งเป้าใหญ่แล้วทำได้แค่สองคืน การกินขนมน้อยลงครึ่งหนึ่งอาจไม่เท่เท่าการเลิกเด็ดขาด แต่สำหรับบางคน มันคือทางที่เดินต่อได้จริง

ยังมีอีกเรื่องที่คนมักมองข้าม คือสภาพแวดล้อม ถ้าอยากเลิกหยิบขนม แต่ซื้อขนมมาตุนเต็มลิ้นชัก ทุกวันก็เหมือนต้องสอบใจตัวเองหลายรอบ ถ้าอยากลดการเล่นมือถือ แต่เปิดแจ้งเตือนไว้ทุกแอป เสียงเล็ก ๆ บนหน้าจอก็ดึงเราไปได้ทั้งวัน วินัยไม่ควรถูกใช้เป็นกำแพงเดียวตลอดเวลา บางครั้งการจัดของรอบตัวให้ช่วยเรา ก็เป็นความเมตตาต่อตัวเองอย่างหนึ่ง

คนที่โตพอจะผ่านความล้มเหลวมาบ้าง มักรู้ว่าไม่มีใครเปลี่ยนตัวเองได้เรียบร้อยสวยงามทุกวัน มีวันที่ทำได้ดี มีวันที่หลุด มีวันที่กลับไปทำเหมือนเดิมอีก สิ่งที่ทำให้คนหนึ่งไปต่อได้ ไม่ใช่การไม่เคยพลาด แต่เป็นการไม่ใช้ความพลาดหนึ่งครั้งมาตัดสินตัวเองทั้งชีวิต

ถ้าวันนี้เผลอกลับไปทำนิสัยเดิมอีก ก็ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนทุกอย่างพังแล้ว อาจแค่ถามตัวเองเบา ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า เครียดเรื่องอะไรอยู่ไหม มีอะไรที่จัดใหม่ได้บ้าง คำถามแบบนี้ไม่ทำให้เราอ่อนแอ แต่มันช่วยให้เราเรียนรู้ตัวเองโดยไม่ต้องทำร้ายใจตัวเองซ้ำ

นิสัยที่เลิกยากที่สุด บางทีไม่ใช่นิสัยนอนดึก ไม่ใช่การเล่นมือถือ ไม่ใช่การกินจุบจิบ แต่เป็นนิสัยโกรธตัวเองทุกครั้งที่ยังไม่ดีพอ ถ้าเราเริ่มวางนิสัยนี้ลงได้สักนิด การเปลี่ยนเรื่องอื่นอาจไม่เร็วขึ้นทันตา แต่จะเดินได้เบาลง

ชีวิตคนเราไม่ได้ดีขึ้นเพราะเปลี่ยนทุกอย่างได้ในครั้งเดียว มันค่อย ๆ ดีขึ้นจากการรู้ทันตัวเองเร็วขึ้น กลับมาหาตัวเองไวขึ้น และเลือกใหม่ได้บ่อยขึ้น แม้บางวันจะยังเลือกผิดอยู่บ้างก็ไม่แปลกนัก ขอแค่ยังไม่เลิกหันกลับมาดูตัวเอง วันหนึ่งนิสัยเดิมที่เคยเหมือนกำแพง อาจค่อย ๆ กลายเป็นเพียงทางเก่าที่เราไม่ค่อยเดินกลับไปแล้ว

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมีเพิ่งรู้ว่าปุ่ม ESC บนคีย์บอร์ด ทำไมถึงอยู่มุมซ้ายบนมาตลอดAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ทำไมบางคนไม่อยากกลับบ้าน ทั้งที่บ้านควรเป็นที่ปลอดภัยจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุดเปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ10 จังหวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรมากที่สุดในประเทศไทยAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ของล้ำค่าที่ไม่มีใครเอากลับมา 5 เรื่องจริงของสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง10 รายการทีวีไทยยุค 90 ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุดเหมืองทองคำที่ลึกที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยไทยที่คนจีนชื่นชอบที่สุด มีคนจีนมาเรียนต่อจำนวนมากที่สุดทำไมโคอาลาชอบนอนทั้งวัน? คำตอบอยู่ที่ใบยูคาลิปตัส
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ถ้าย้อนกลับไปบอกตัวเองวัย 10 ขวบได้หนึ่งประโยคถ้าเลือกเก่งได้ทันที จะเลือกเชี่ยวชาญเรื่องอะไรดีความลับที่ไม่เคยบอกใคร แต่พร้อมเล่าในพื้นที่นี้ความรักตอนนี้ ต่างจากตอนวัยรุ่นอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่