กำเนิด “ศัลยกรรม” ครั้งแรกของโลก
กำเนิด “ศัลยกรรม” ครั้งแรกของโลก
หากพูดถึงเรื่องของ “การศัลยกรรม” ต้องยอมรับเลยค่ะว่า ปัจจุบัน..การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของหญิงและชาย ทั้ง “วัยรุ่น วัยทำงาน และ วัยเกษียร”
เพราะนอกจาก “การทำศัลยกรรม”
จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าหรือร่างกายแล้ว
ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ
และ เติมความมั่นใจให้กับใครหลายคนอีกด้วย
เมื่อการลงทุนกับตัวเอง..นั้นเป็นสิ่งที่ดูจะคุ้มค่ามากที่สุด
และการมีรูปร่างหน้าตาผิวพรรณที่ดี
ก็มักจะมีส่วนช่วยในการดึงดูดโอกาสดีดีในชีวิตให้เข้ามาได้ด้วย
ทำให้นับวัน..ภาคอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงาม ยิ่งเติบโตและพัฒนาไปไกล ทั้งในแง่ของ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึง องค์ความรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ ก็เติบโตไปพร้อมกันด้วย
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้..ผู้ที่มีความประสงค์จะทำ “ศัลยกรรม”
เกิดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ
ภาคอุตสาหกรรมศัลกรรมความงาม
และกล้าที่จะเดินเข้าไปปรึกษาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันมากขึ้น
แต่กว่าที่เราจะได้รู้สึกเชื่อมั่นใน “ภาคอุตสาหกรรมศัลกรรมความงาม” ได้มากขนาดนี้ “ศาสตร์การศัลยกรรม” ก็ใช้เวลาในการพัฒนาและเติบโตมาอย่างยาวนานมากกว่าหลาย 1,000 ปี โดยมีต้นกำเนิดมาจากสมัยอียิปต์โบราณ ซึ่งคำว่าศัลยกรรมตกแต่งนั้นมาจากคำภาษากรีก ก็คือ Plastikos อันหมายถึง การปั้นและขึ้นรูป
และในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1..ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่สำคัญในวงการศัลยกรรมตกแต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..การมีส่วนช่วยบูรณะบาดแผลของเหล่าทหาร จากนั้นเป็นต้นมา ศาสตร์แขนงนี้ก็ก้าวหน้าขึ้น และขยายขอบเขตจนสามารถนำมาใช้ปรับปรุงรูปร่างได้ทุกสัดส่วนของร่างกาย
ต่อไปนี้..คือลำดับวิวัฒนาการของวงการ “ศัลยกรรม” ก่อนที่จะก้าวหน้ามาจนถึงยุคปัจจุบันค่ะ
สมัยโบราณ
1600 ปีก่อนคริสตกาล หรือ ประมาณ 3,600 ปีที่แล้ว มีการใช้ศาสตร์การศัลยกรรมตกแต่งเพื่อซ่อมแซมจมูกที่หัก โดยอ้างอิงหลักฐานจากการกล่าวถึงการศัลยกรรมตกแต่งในเอกสารปาปิรัสจากอียิปต์โบราณ
1213 ปีก่อนคริสตกาล อียิปต์โบราณใช้ศาสตร์การศัลยกรรมตกแต่งกับศพเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตาย และได้มีการผ่าตัดใส่กระดูกและเมล็ดพืชเข้าไปในจมูกของกษัตริย์ เพราะเชื่อว่าพระองค์จะได้รับการจดจำและต้อนรับในฐานะกษัตริย์ในโลกหลังความตาย
600 ปีก่อนคริสตกาล สุชรุตะ แพทย์ชาวอินเดีย เป็นที่รู้จักในด้านการผ่าตัดและเทคนิคที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะการซ่อมแซมและศัลยกรรมตกแต่งจมูก จนเกิดเป็นตำราสุศรุตะสัมหิตา..ซึ่งเป็นตำราศัลยกรรมที่มีชื่อเสียง
ตั้งแต่ 100 ปีก่อนคริสตกาล ถึงศตวรรษที่ 5 หลังคริสตกาล ชาวโรมันใช้วิธีการศัลยกรรมตกแต่งแบบง่ายๆ เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ เช่น ซ่อมแซมใบหูที่เสียหาย นอกจากนี้..ยังมีนักเขียนทางการแพทย์ นามว่า อูลุส คอร์เนลิอุส เซลซัส เขียนบรรยายถึงศาสตร์การศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า โดยใช้ผิวหนังจากส่วนอื่นๆของร่างกาย จนหนังสือเล่มนั้นกลายเป็นคู่มือสำหรับศัลยแพทย์ตกแต่งมานานกว่า 1700 ปี
คริสต์ศตวรรษที่ 15 ตำราสุศรุตะสัมหิตาได้รับการแปลเป็นภาษาอาหรับ ทำให้ศัลยกรรมตกแต่งเติบโตอย่างแพร่หลายไปทั่วยุโรป จนกระทั่ง กุสตาโว บรังกา ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี และอันโตนิโอ บรังกา บุตรชายของเขา ได้พัฒนาเทคนิคการทำศัลยกรรมจมูกด้วยการใช้ผิวหนังจากปลายแขน ซึ่งวิธีนี้จะต้องเย็บผิวหนังจากปลายแขนติดกับจมูกเป็นเวลาสิบวัน
คริสต์ศตวรรษที่ 1800 คำว่า "พลาสติก" ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายการศัลยกรรมเสริมความงามเป็นครั้งแรกโดยศัลยแพทย์ชาวเยอรมัน คาร์ล เฟอร์ดินานด์ ฟอน กราเอเฟ และเขาก็ตีพิมพ์ผลงานชิ้นสำคัญเรื่อง "การเสริมจมูก" ซึ่งเป็นการดัดแปลงวิธีการของอิตาลี และการปลูกถ่ายผิวหนัง..ก็ได้รับการค้นพบอีกครั้งในตำราสุศรุตะสัมหิตา และเฟลิกซ์ ฌอง กาซิเมียร์ กียง แห่งปารีส และฌาคส์ เรแวร์แดง แห่งเจนีวา ก็ได้ริเริ่มพัฒนาวิธีการปลูกถ่ายผิวหนังที่ทันสมัยยิ่งขึ้นในปี 1869
ในปี ค.ศ. 1895 เริ่มมีการบันทึกถึงเรื่องราวการผ่าตัดเสริมหน้าอกครั้งแรก ด้วยวิธีการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจากหลังไปยังหน้าอก
ศตวรรษที่ 20
พ.ศ. 2457-2461
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1..ศัลยกรรมตกแต่งของอังกฤษถือกำเนิดขึ้น จากเหตุการณ์ที่มีกระสุนและระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้าอย่างรุนแรง
พันตรีแฮโรลด์ กิลลีส์ แพทย์ชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งรับราชการในกองแพทย์ทหารบก ได้ก่อตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านการซ่อมแซมใบหน้าขึ้นที่โรงพยาบาลควีนแมรีในเมืองซิดคัป มณฑลเคนต์
พันตรีแฮโรลด์ กิลลีส์ ได้ทดลองวิธีการผ่าตัดแบบใหม่ที่ก้าวล้ำ นำไปสู่เส้นทางของการทำศัลยกรรมตกแต่งสมัยใหม่ เขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “บิดาแห่งศัลยกรรมตกแต่ง”
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พันตรีแฮโรลด์ กิลลีส์ ได้เปิดคลินิกส่วนตัว และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น..ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมตกแต่งให้กับสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
ช่วงทศวรรษ 1930-1940
ในอังกฤษมีศัลยแพทย์ตกแต่ง 4 คน ได้แก่ กิลลีส์ แมคอินโด คิลเนอร์ และโมว์เล็ม ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในนาม "สี่ผู้ยิ่งใหญ่"
อาร์ชิบัลด์ แมคอินโด เรียนรู้วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของทหารอากาศที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ในสงคราม ในนาม "ชมรมหนูทดลอง"
สงครามโลกครั้งที่สอง..นำมาซึ่งเทคนิคการศัลยกรรมตกแต่งใหม่ๆ มากมาย เช่น การสร้างแขนขาขึ้นใหม่ การปลูกถ่ายผิวหนัง และการผ่าตัดจุลภาค หรือ การผ่าตัดที่ใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงและเครื่องมือขนาดจิ๋ว เพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือดและเส้นประสาทที่มีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ตลอดจนความรู้ที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพของเนื้อเยื่อและแอนติบอดี
1942
ในปี ค.ศ. 1942 หลังยุทธการแห่งบริเตน กิลลีส์และแมคอินโดทำการผ่าตัดนักบินที่ถูกไฟไหม้ต่อหน้าสื่อมวลชน นับเป็นการผลักดันให้วงการศัลยกรรมตกแต่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
1946
การก่อตั้งสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งอังกฤษ ซึ่ง 60 ปีต่อมา ชื่อของสมาคมฯก็ได้เปลี่ยนเป็น สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่ง ฟื้นฟู และเสริมความงามแห่งอังกฤษ (BAPRAS) เพื่อสะท้อนการทำงานของวงการศัลยแพทย์ตกแต่ง
จนกระทั่ง..เมื่อสงครามจบลง..วงการศัลยกรรมตกแต่งก็ได้รับการยอมรับมากขึ้น
ที่มา: ramsayhealth
แนวทางเลข "ม้าวิ่ง" 16 กรกฏาคม 2569
"เปิดหรือปิด" โถส้วมหลังใช้ แบบไหนปลอดภัยจริง?
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
สวิตเซอร์ดินแดนในฝันของใครหลายๆคนสักครั้งต้องไป
ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เราจะเข้าใจกันมากขึ้นไหม ประโยชน์ของการทะเลาะกันในความสัมพันธ์
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
ปลากินหมาแห่งเจ้าพระยา
3 ร้านข้าวแกงกรุงเทพฯ ที่คนรักอาหารไทยพูดถึงบ่อยที่สุด
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
"เปิดหรือปิด" โถส้วมหลังใช้ แบบไหนปลอดภัยจริง?
สวิตเซอร์ดินแดนในฝันของใครหลายๆคนสักครั้งต้องไป
ปลากินหมาแห่งเจ้าพระยา
ทำไมกินยาแก้ปวดแล้วหายตรงจุด ทั้งที่ยาไม่ได้รู้ว่าเราปวดตรงไหน
เหงื่อออกมากผิดปกติ ต้องกังวลโรคไตหรือไม่?





