ภาวะเลือดเป็นกรด คืออะไร? ทำไมมีความอันตราย
ภาวะเลือดเป็นกรด (Acidosis) คือภาวะที่ร่างกายมีสมดุลกรด-ด่างในเลือดผิดปกติ โดยเลือดมีความเป็นกรดสูงกว่าปกติ ซึ่งโดยทั่วไปเลือดของคนเราจะมีค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH อยู่ที่ประมาณ 7.35–7.45 แต่ถ้าค่า pH ตกลงไปต่ำกว่า 7.35 จะถือว่าเข้าสู่ภาวะเลือดเป็นกรดค่ะ
ภาวะนี้อันตราย เพราะสมดุลกรด-ด่างเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ หัวใจ สมอง ปอด ไต และอวัยวะสำคัญหลายส่วน หากร่างกายปรับตัวไม่ทัน หรือมีโรคเดิมซ่อนอยู่ อาการอาจรุนแรงขึ้นได้
พูดให้เข้าใจง่าย ร่างกายของเรามีกลไกคอยควบคุมสมดุลนี้อยู่ตลอดเวลา โดยมีอวัยวะสำคัญ 2 ส่วน คือ “ปอด” และ “ไต” ดังนั้นภาวะเลือดเป็นกรดจึงมักแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามสาเหตุค่ะ
1. ภาวะเลือดเป็นกรดจากระบบหายใจ
ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อปอดไม่สามารถขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ตามปกติ ทำให้ก๊าซนี้สะสมในเลือดมากเกินไป และส่งผลให้เลือดมีความเป็นกรดมากขึ้น
มักพบในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือถุงลมโป่งพอง
โรคหอบหืดรุนแรง
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
การได้รับยาเกินขนาดที่มีฤทธิ์กดการหายใจ
ในหลายกรณี ผู้ป่วยอาจไม่ได้รู้สึกผิดปกติชัดเจนตั้งแต่แรก โดยเฉพาะถ้าเป็นภาวะเรื้อรัง ร่างกายอาจพยายามปรับตัวอยู่ระยะหนึ่ง แต่ถ้าเกิดแบบเฉียบพลัน อาการอาจรุนแรงและต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์อย่างรวดเร็วค่ะ
2. ภาวะเลือดเป็นกรดจากกระบวนการเผาผลาญ
ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับไต หรือระบบการเผาผลาญของร่างกาย โดยอาจเกิดจากไตไม่สามารถขับกรดออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ ร่างกายสร้างกรดมากเกินไป หรือสูญเสียสารที่เป็นด่าง เช่น bicarbonate ออกไปมากเกินไป
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
เมื่อร่างกายขาดอินซูลิน อาจต้องเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้เกิดของเสียที่มีฤทธิ์เป็นกรด เรียกว่า “คีโตน” สะสมในเลือด
ไตวาย
เมื่อไตสูญเสียหน้าที่ในการกรองและขับของเสียที่เป็นกรดออกจากร่างกาย สมดุลกรด-ด่างในเลือดจึงผิดปกติได้
การสูญเสียด่างอย่างรุนแรง
เช่น ท้องเสียอย่างหนัก ทำให้ร่างกายสูญเสียสารที่เป็นด่างไปพร้อมกับอุจจาระ จนร่างกายเสียสมดุล
อาการที่อาจสังเกตได้
เมื่อเลือดมีความเป็นกรด ร่างกายจะพยายามปรับตัว โดยอาการที่แสดงออกมาอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง แต่ที่พบได้ เช่น
หายใจเร็วและลึก เพราะร่างกายพยายามขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางลมหายใจให้มากขึ้น
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
มึนงง ปวดศีรษะ
หัวใจเต้นเร็ว หรือเต้นผิดจังหวะ
คลื่นไส้ อาเจียน
ซึมลง สับสน หรือหมดสติในรายที่รุนแรง
สิ่งที่ควรระวังคือ อาการเหล่านี้อาจคล้ายกับอาการจากโรคอื่นได้ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นภาวะเลือดเป็นกรดจากอาการเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยการตรวจเลือดและประเมินโดยแพทย์ค่ะ
ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ
ภาวะเลือดเป็นกรดสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่กลุ่มที่ควรระวังมากเป็นพิเศษ ได้แก่
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะกรณีน้ำตาลสูง ควบคุมโรคไม่ดี หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
ผู้ป่วยโรคไต หรือไตเสื่อม
ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง เช่น COPD หอบหืดรุนแรง หรือมีปัญหาหายใจผิดปกติ
ผู้ที่ท้องเสียอย่างหนัก หรือร่างกายขาดน้ำมาก
ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด หรือได้รับยาที่มีฤทธิ์กดการหายใจเกินขนาด
แบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการหายใจเร็วผิดปกติ เหนื่อยมาก มึนงง สับสน ซึมลง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคปอดอยู่แล้ว
ภาวะเลือดเป็นกรดไม่ใช่โรคในตัวเอง แต่เป็น “สัญญาณเตือน” หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากโรคอื่นที่ซ่อนอยู่ การตรวจให้เจอสาเหตุจึงสำคัญมาก เพราะการรักษาต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเบาหวาน ดูแลการหายใจ รักษาโรคไต แก้ภาวะขาดน้ำ หรือปรับยาตามดุลยพินิจของแพทย์
สรุปแล้ว ภาวะเลือดเป็นกรดเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ แม้บางครั้งอาการอาจเริ่มจากเหนื่อยง่าย หายใจเร็ว หรืออ่อนเพลียธรรมดา แต่ถ้าเกิดร่วมกับโรคเรื้อรัง หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบตรวจและรับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมนักบินอวกาศหญิงต้องกินยาคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
แชร์เทคนิคเขียนบทความ Postjung จากคนที่ลองผิดลองถูกเอง




