หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมรภูมิเกาะเพลลีลูที่จบช้ากว่าสงครามเกือบสองปี

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

บางสมรภูมิจบลงตอนเสียงปืนเงียบ แต่บางสมรภูมิจบลงช้ากว่านั้นมาก เพราะคนที่ยังถือปืนอยู่ไม่รู้ หรือไม่เชื่อว่าโลกข้างนอกเปลี่ยนไปแล้ว

เกาะเพลลีลูในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นหนึ่งในชื่อที่ฟังแล้วเหมือนเกาะเล็ก ๆ ไกลตา แต่ในสงครามโลกครั้งที่สอง ที่นี่คือสนามรบที่ดุเดือดจนทหารทั้งสองฝ่ายจดจำไปอีกนาน และเรื่องที่ชวนอึ้งคือ หลังญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในปี 1945 แล้ว ยังมีทหารญี่ปุ่นบางกลุ่มบนเกาะนี้ที่หลบซ่อนอยู่ต่อ จนยอมวางอาวุธในปี 1947

ฟังดูเหมือนเรื่องเล่าหลังวงข้าว แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่ทำให้คำว่า สงครามจบแล้ว ฟังไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ยังอยู่กลางป่า กลางถ้ำ และกลางความกลัว

1. เพลลีลูคือเกาะเล็กที่ถูกลากเข้าไปอยู่กลางสงครามใหญ่

เกาะเพลลีลูอยู่ในหมู่เกาะปาเลา พื้นที่นี้ไม่ได้ใหญ่โตแบบเมืองหลวงหรือฐานทัพยักษ์ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มันมีความสำคัญทางทหาร เพราะฝ่ายสัมพันธมิตรมองว่าเกาะนี้เกี่ยวข้องกับเส้นทางรบในแปซิฟิก

กองทัพญี่ปุ่นยึดและสร้างแนวป้องกันไว้แน่นหนา ส่วนสหรัฐฯ ต้องการเข้ายึดเพื่อควบคุมพื้นที่ให้มั่นคงขึ้นก่อนเดินหน้าต่อไปในภูมิภาค

เกาะที่ดูเหมือนไม่มีอะไร จึงกลายเป็นที่ที่คนจำนวนมากต้องเอาชีวิตไปวางไว้บนผืนดินเล็ก ๆ กลางทะเล

2. การรบบนเพลลีลูโหดกว่าที่หลายคนคาด

การยกพลขึ้นบกบนเพลลีลูเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 1944 ตอนแรกมีการคาดกันว่าการรบอาจจบเร็ว แต่ความจริงไม่เป็นแบบนั้น

ญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งรับแบบเดิมที่ออกมาปะทะตรง ๆ แล้วถอยแตก แต่ใช้ระบบถ้ำ อุโมงค์ หลุมปืน และภูมิประเทศหินปูนบนเกาะให้เป็นประโยชน์ ทหารจำนวนมากซ่อนตัวอยู่ในแนวป้องกันที่มองไม่ค่อยเห็น

สำหรับฝ่ายบุก นี่ไม่ใช่แค่การเดินหน้าขึ้นหาดแล้วชนะ แต่เป็นการค่อย ๆ เจาะเข้าไปทีละจุด ท่ามกลางความร้อน กระสุน ระเบิด และความไม่แน่ใจว่าศัตรูอยู่ตรงไหน

3. ญี่ปุ่นถูกฝึกมาให้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

ถ้าจะเข้าใจว่าทำไมทหารบางคนถึงไม่วางอาวุธหลังสงครามจบ ต้องมองกลับไปที่วิธีคิดในกองทัพญี่ปุ่นยุคนั้นด้วย

ทหารจำนวนมากถูกปลูกฝังว่าการยอมแพ้เป็นเรื่องน่าอับอาย การตายเพื่อหน้าที่ถูกยกสูงกว่าการรอดชีวิตกลับบ้าน การได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาก็มีน้ำหนักมากกว่าข่าวลือจากฝ่ายตรงข้าม

พอมาอยู่บนเกาะที่โดนตัดขาด ข่าวสารขาด ๆ หาย ๆ และรอบตัวมีแต่ศัตรู การบอกว่า สงครามจบแล้ว อาจฟังเหมือนกับดักมากกว่าข่าวดี

4. ปี 1945 สงครามจบ แต่คนในป่ายังไม่จบ

ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ในเดือนสิงหาคม 1945 สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในภาพใหญ่ของโลก แต่สำหรับทหารที่หลบอยู่บนเกาะห่างไกล เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบเปิดวิทยุแล้วกลับบ้าน

ทหารญี่ปุ่นที่เหลือรอดบางส่วนบนเพลลีลูยังซ่อนตัวอยู่ตามป่าและถ้ำ พวกเขาอาจไม่รู้ข่าว หรือรู้แต่ไม่เชื่อ เพราะฝ่ายตรงข้ามอาจใช้ใบปลิว เสียงประกาศ หรือข้อความต่าง ๆ เพื่อหลอกให้ออกมายอมจำนนก็ได้

ลองนึกภาพคนที่อยู่ในโหมดเอาชีวิตรอดมาหลายปี ได้ยินว่าทุกอย่างจบแล้วจากปากฝ่ายศัตรู ใจหนึ่งคงอยากเชื่อ แต่อีกใจอาจถามทันทีว่า แล้วถ้าเป็นแผนล่อออกไปล่ะ

5. กลุ่มสุดท้ายบนเพลลีลูต้องการหลักฐานจากญี่ปุ่นจริง ๆ

จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากคือ กลุ่มทหารญี่ปุ่นที่ยังซ่อนตัวไม่ได้ยอมออกมาเพราะได้ยินข่าวจากใครก็ได้ พวกเขาต้องการคำยืนยันที่เชื่อถือได้จากฝ่ายญี่ปุ่นเอง

ในปี 1947 จึงมีการส่งจดหมายยืนยันจากนายทหารญี่ปุ่นระดับสูงไปถึงพวกเขา เพื่อบอกว่าสงครามจบแล้วจริง ๆ และการวางอาวุธไม่ใช่การทรยศต่อหน้าที่อีกต่อไป

จดหมายหนึ่งฉบับจึงมีน้ำหนักมากกว่าคำประกาศหลายครั้ง เพราะสำหรับคนที่ยังติดอยู่ในกรอบคำสั่งเดิม สิ่งที่ปลดล็อกเขาได้ไม่ใช่แค่ข่าว แต่คือคำสั่งใหม่จากแหล่งที่เขายอมรับ

6. การยอมมอบตัวในปี 1947 ทำให้เห็นว่าสงครามทิ้งคนไว้ข้างหลัง

ทหารกลุ่มสุดท้ายบนเกาะเพลลีลูยอมวางอาวุธในปี 1947 หรือเกือบสองปีหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลงแล้ว

โลกภายนอกเริ่มนับวันใหม่ หลายประเทศเริ่มซ่อมเมือง สร้างบ้าน กลับไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิต แต่บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ ยังมีคนที่ใช้ชีวิตเหมือนสงครามยังไม่เลิก

นี่คือส่วนที่ชวนสะดุดใจ เพราะประวัติศาสตร์มักบอกวันเริ่มและวันจบชัดเจน แต่ในชีวิตคนจริง ๆ เส้นจบไม่ได้คมขนาดนั้น บางคนกลับบ้านได้ บางคนบาดเจ็บ บางคนหายไป และบางคนยังไม่รู้เลยว่าควรหยุดสู้ได้แล้ว

7. เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เพลลีลู

กรณีทหารญี่ปุ่นที่ไม่ยอมแพ้หลังสงครามจบไม่ได้เกิดแค่ที่เพลลีลู ยังมีอีกหลายพื้นที่ในแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทหารญี่ปุ่นบางคนหลบซ่อนอยู่อีกหลายปี

บางรายอยู่นานเป็นสิบปี บางรายยอมออกมาเมื่อมีครอบครัวหรืออดีตผู้บังคับบัญชามายืนยัน บางรายกลายเป็นชื่อดังในหน้าประวัติศาสตร์

เรื่องแบบนี้ฟังเผิน ๆ อาจดูประหลาด แต่เมื่อมองจากสภาพแวดล้อมในเวลานั้น ทั้งการสื่อสารที่ยาก การปลูกฝังทางทหาร ความกลัวศัตรู และความกดดันเรื่องศักดิ์ศรี มันก็เริ่มเห็นภาพว่าทำไมคำว่า สงครามจบแล้ว ถึงไม่ได้จบในหัวคนทุกคนพร้อมกัน

8. เพลลีลูจึงเป็นบทเรียนเรื่องข่าวสารและความเชื่อ

ถ้ามองแบบง่าย ๆ เพลลีลูคือเรื่องของทหารที่ไม่รู้ว่าสงครามจบ แต่ถ้ามองลึกขึ้นอีกนิด มันคือเรื่องของข้อมูล ความเชื่อ และอำนาจของคำสั่ง

ข่าวเดียวกัน ถ้ามาจากคนที่ไม่ไว้ใจ ก็ไม่มีค่า ข่าวเดียวกัน ถ้ามาจากคนที่เคารพ อาจเปลี่ยนชีวิตคนได้ทันที

ตรงนี้ทำให้เรื่องบนเกาะเพลลีลูดูร่วมสมัยกว่าที่คิดมาก เพราะมนุษย์ไม่ได้เชื่อทุกอย่างเพราะมันเป็นความจริง แต่มักเชื่อเมื่อมันมาจากแหล่งที่ใจยอมรับ

9. ความน่าเศร้าคือพวกเขาอาจเสียเวลาไปกับสงครามที่จบแล้ว

ปี 1945 ถึง 1947 สำหรับคนทั่วไปคือสองปี แต่สำหรับคนที่ต้องซ่อนในป่า กินอยู่อย่างยากลำบาก ระวังตัวทุกวัน และไม่รู้อนาคต สองปีนั้นคงยาวมาก

พวกเขาไม่ได้ใช้ชีวิตแบบผู้ชนะหรือผู้แพ้เต็มตัว แต่เหมือนติดอยู่ในห้องรอของประวัติศาสตร์ รอใครสักคนมายืนยันว่า กลับออกมาได้แล้ว

ภาพนี้ทั้งแปลก ทั้งเศร้า และแอบตลกร้ายในเวลาเดียวกัน สงครามใหญ่ระดับโลกประกาศจบไปแล้ว แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเหมือนพลาดประกาศหน้าเสาธงของโลก

10. เกาะเพลลีลูเตือนว่าจุดจบของสงครามไม่ใช่แค่พิธีลงนาม

เวลาพูดถึงสงคราม หลายคนมักจำภาพการลงนาม การประกาศชัยชนะ หรือผู้นำกล่าวคำยอมแพ้ แต่สำหรับคนที่อยู่แนวหน้า จุดจบอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น

บางคนต้องรอเอกสาร บางคนต้องรอเสียงจากคนที่ไว้ใจ บางคนต้องรอให้ใจตัวเองเชื่อว่าถ้าวางปืนลงแล้วจะไม่ผิด

เรื่องทหารญี่ปุ่นกลุ่มสุดท้ายบนเพลลีลูจึงไม่ได้เป็นแค่เกร็ดประวัติศาสตร์แปลก ๆ แต่มันทำให้เห็นว่าสงครามไม่ได้จบพร้อมกันสำหรับทุกคน

บนแผนที่ เกาะเพลลีลูอาจเป็นจุดเล็ก ๆ กลางทะเล แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ มันเป็นจุดที่บอกได้ดีว่า บางครั้งเสียงปืนเงียบแล้วก็จริง แต่คำสั่งในหัวคนยังดังอยู่ต่ออีกนาน

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญวิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพักคนติดยาเสพติดมักเริ่มจากอะไร เพื่อนชักชวน ปัญหาครอบครัว หรือความเครียดเลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 695 ข้อดีของการเป็นหนี้ ที่ช่วยให้ลุกขึ้นวางแผนและเดินต่ออย่างมีสติเปิดสถิติคนติดคุกไทยตามระดับการศึกษา ประถม มัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัยมีเท่าไรเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศสิ่งที่พลพตทิ้งไว้ให้ชาวกัมพูชารุ่นหลัง และบทเรียนจากยุคเขมรแดง6 อันดับคุกสุดโหดทั่วโลก จากเรือนจำปิดตายถึงสถานที่คุมขังที่ถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพักคนติดยาเสพติดมักเริ่มจากอะไร เพื่อนชักชวน ปัญหาครอบครัว หรือความเครียด6 อันดับคุกสุดโหดทั่วโลก จากเรือนจำปิดตายถึงสถานที่คุมขังที่ถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิเปิดสถิติคนติดคุกไทยตามระดับการศึกษา ประถม มัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัยมีเท่าไรสิ่งที่พลพตทิ้งไว้ให้ชาวกัมพูชารุ่นหลัง และบทเรียนจากยุคเขมรแดง5 ข้อดีของการเป็นหนี้ ที่ช่วยให้ลุกขึ้นวางแผนและเดินต่ออย่างมีสติ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เมืองปอมเปอี ก่อนถูกภูเขาไฟฝัง ชีวิตโรมันที่หายไปใต้เถ้าถ่านคังคุไบ ตัวจริงจากกามธิปุระ จากหญิงถูกหลอกสู่ผู้ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีคนทำงานบริการทางเพศเอเลเวเตอร์เกิร์ล กับชีวิตสาวลิฟต์ผู้เป็นภาพจำของญี่ปุ่นยุคโชวะทำไมหนึ่งปีจึงมี 12 เดือน และเลข 12 กลายเป็นมาตรฐานรอบตัวได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่