คนเมืองใช้เวลาเดินทางสะสมหลายปีของชีวิต รถติดอาจเป็นภาษีเวลาที่แพงที่สุด
มีคำพูดเล่น ๆ ที่ได้ยินกันบ่อยว่า บ้านอยู่ไม่ไกล แต่รถติดจนเหมือนไปต่างจังหวัด ฟังแล้วขำ แต่หลายครั้งก็ขำไม่ออก เพราะความจริงของคนเมืองจำนวนมากคือการใช้เวลาบนถนนวันละหลายชั่วโมงจนกลายเป็นเรื่องปกติ
หลายคนตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รีบออกจากบ้านเพื่อหนีรถติด สุดท้ายก็ยังต้องจอดนิ่งอยู่บนถนนเหมือนเดิม เย็นเลิกงานก็วนลูปอีกครั้ง กว่าจะถึงบ้านก็หมดแรงจนไม่อยากทำอะไรต่อ วันธรรมดาผ่านไปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ลองคิดง่าย ๆ ถ้าใช้เวลาเดินทางวันละ 2 ชั่วโมง ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน เท่ากับใช้เวลาบนถนนประมาณ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หนึ่งปีมีมากกว่า 500 ชั่วโมง หรือเกือบ 21 วันเต็ม ถ้าทำงานแบบนี้ต่อเนื่อง 30 ปี เวลาที่หายไปจะรวมกันเป็นหลายปีของชีวิต
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนาฬิกา แต่เป็นเวลาที่แลกมาด้วยโอกาสอีกมากมาย เวลาที่อาจใช้กินข้าวกับครอบครัว เล่นกับลูก ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือแม้แต่ได้นอนเพิ่มอีกสักชั่วโมง
หลายคนชินกับการจราจรจนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ถ้ามองดี ๆ รถติดกำลังเก็บภาษีจากทุกคนอยู่ทุกวัน ไม่ใช่ภาษีที่จ่ายเป็นเงิน แต่เป็นภาษีที่จ่ายด้วยเวลา และเวลานี่เองที่ซื้อคืนไม่ได้
น่าสนใจตรงที่เวลาบนถนนยังมีต้นทุนแฝงอีกหลายอย่าง น้ำมันที่เผาผลาญ ค่าเสื่อมของรถ ค่าทางด่วน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง รวมถึงความเครียดที่สะสมแบบไม่รู้ตัว หลายคนเริ่มวันใหม่ด้วยอารมณ์เสียจากการเบรกแล้วเบรกอีกก่อนจะถึงที่ทำงานเสียด้วยซ้ำ
บางวันที่ฝนตกหรือเกิดอุบัติเหตุเพียงจุดเดียว เวลาการเดินทางอาจเพิ่มขึ้นอีกเป็นชั่วโมง แผนทั้งวันต้องเลื่อน การประชุมสาย นัดสำคัญต้องยกเลิก หรือบางครั้งพลาดช่วงเวลาที่ควรได้อยู่กับคนสำคัญเพียงเพราะรถขยับไม่ได้
เคยมีคนลองคำนวณเล่น ๆ ว่า ถ้าได้เงินเพิ่มวันละไม่กี่ร้อยบาท แต่ต้องเสียเวลาเดินทางเพิ่มอีกหลายชั่วโมง มันคุ้มจริงหรือเปล่า คำตอบของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน เพราะชีวิตมีภาระและข้อจำกัดต่างกัน แต่คำถามนี้ก็ทำให้หลายคนเริ่มมองเวลาเป็นทรัพยากรมากกว่าเดิม
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเปิดโอกาสให้ทำงานแบบยืดหยุ่นมากขึ้น บางแห่งให้เริ่มงานเร็วหรือสายกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน บางแห่งให้ทำงานจากบ้านสลับกับเข้าออฟฟิศ คนที่เคยต้องใช้เวลาเดินทางวันละสามชั่วโมงกลับได้เวลาเหล่านั้นคืนมาอย่างน่าประหลาด
เวลาที่ได้คืนอาจไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนทันที แต่หลายคนเริ่มทำอาหารเช้ากินเอง ออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน อ่านหนังสือก่อนนอน หรือมีเวลาคุยกับคนในบ้านมากขึ้น สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ดูธรรมดา แต่เมื่อสะสมเป็นปี ผลลัพธ์กลับต่างจากเดิมมาก
อีกมุมหนึ่ง หลายคนไม่มีทางเลือก เพราะหน้าที่การงานบังคับให้ต้องเดินทางทุกวัน บ้านอยู่ไกลเพราะราคาที่อยู่อาศัยในเมืองสูงเกินเอื้อม การย้ายบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย การเปลี่ยนงานก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีวิธีลดต้นทุนของเวลาได้บ้าง บางคนเปลี่ยนเวลาออกจากบ้านเร็วขึ้นเพียงครึ่งชั่วโมงกลับช่วยลดเวลาบนถนนได้เกือบหนึ่งชั่วโมง บางคนเลือกใช้รถไฟฟ้าแทนการขับรถเอง แม้ต้องเดินเพิ่มอีกนิด แต่เวลารวมกลับสั้นกว่าเดิม บางคนรวมธุระหลายอย่างไว้ในเส้นทางเดียวเพื่อลดการเดินทางซ้ำ
ถ้าหลีกเลี่ยงรถติดไม่ได้ ก็อาจเปลี่ยนเวลาที่เสียไปให้มีคุณค่ามากขึ้น หลายคนใช้เวลาบนรถฟังพอดแคสต์ เรียนภาษา ฟังหนังสือเสียง หรือวางแผนงานของวัน แน่นอนว่ามันไม่ได้ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น แต่ช่วยให้เวลาที่ผ่านไปไม่รู้สึกสูญเปล่าทั้งหมด
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มให้คุณค่ากับเวลาเหนือกว่าสิ่งของ เงินที่หาเพิ่มได้อาจยังหาใหม่ได้ แต่เวลาที่ผ่านไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับ ไม่ว่าจะรวยหรือจน ทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชั่วโมง ต่างกันเพียงใช้มันไปกับอะไร
บางครั้งการเลือกบ้านที่ใกล้ที่ทำงานแม้ราคาสูงกว่า อาจคุ้มกว่าการซื้อบ้านที่ถูกลงแต่ต้องเสียเวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง บางคนยอมรับเงินเดือนน้อยลงเล็กน้อยเพื่อแลกกับการเดินทางที่สั้นลง และพบว่าคุณภาพชีวิตโดยรวมกลับดีขึ้นกว่าเดิม
คำว่า รถติด จึงไม่ใช่แค่ปัญหาการจราจร แต่มันคือเรื่องของเวลาที่ค่อย ๆ หายไปทีละนิดจนแทบไม่รู้ตัว วันละหนึ่งชั่วโมงอาจดูไม่นาน แต่เมื่อรวมเป็นหลายสิบปี เวลาที่หายไปอาจยาวนานพอสำหรับการเรียนรู้ทักษะใหม่ เดินทางรอบโลกหลายครั้ง หรือใช้ชีวิตกับคนที่รักได้มากกว่านี้
ทุกครั้งที่นั่งอยู่บนถนน ลองถามตัวเองสักครั้งว่า เวลาที่กำลังเสียไปคุ้มกับสิ่งที่ได้รับหรือไม่ คำตอบอาจแตกต่างกันในแต่ละคน แต่คำถามนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้มองชีวิตอีกมุมหนึ่ง เพราะบางทีต้นทุนที่แพงที่สุดของการใช้ชีวิตในเมือง ไม่ใช่ค่าน้ำมัน ไม่ใช่ค่าผ่อนรถ และไม่ใช่ค่าทางด่วน แต่อาจเป็นเวลาที่ค่อย ๆ หายไปทุกวันโดยไม่มีใบเสร็จให้เห็นเลยสักใบ
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
ย้อนวันวาน “ร้านเช่าวิดีโอ” : เสน่ห์ยุค 80s-90s ที่เน็ตลื่นแค่ไหนก็แทนไม่ได้!
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
แฟนสาวของอีลอน มัสก์จากการมีลูกด้วยการบริจาคอสุจิ จนกระทั่งกลายเป็นคุณแม่ลูกสี่ถูกบอกเลิกอย่างกะทันหัน จากความรักมาเป็นเลิกกันในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
อาโองาชิมะ เกาะภูเขาไฟกลางทะเลที่มนุษย์เลือกสร้างบ้านอยู่ภายในปล่อง
ช็อกโกแลตขึ้น “ฝ้าขาว” ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ แบบนี้คือขึ้นราหรือยัง?
“หมีน้ำ” (Tardigrade) สัตว์อมตะขนาดจิ๋ว! ต้มไม่ตาย แช่แข็งไม่ร่วง อยู่ในอวกาศก็ไม่ขิต! พวกมันทำได้อย่างไร?
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา
ย้อนวันวาน “ร้านเช่าวิดีโอ” : เสน่ห์ยุค 80s-90s ที่เน็ตลื่นแค่ไหนก็แทนไม่ได้!
ช็อกโกแลตขึ้น “ฝ้าขาว” ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ แบบนี้คือขึ้นราหรือยัง?
ปริศนาศตวรรษ “เรือผีแมรี่ เซเลสต์” สภาพเรือสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยต่อสู้ แต่คนหายไปไหนหมด?
กระเป๋าเล็กจิ๋วบนกางเกงยีนส์มีไว้ใส่อะไร? จริง ๆ มันเก่ากว่า “กระเป๋าที่ 5” เสียอีก
ตำนานภาพถ่ายปี 1953: เมื่อสาวงามเดินผ่านกลางตลาด แต่ผู้ชายทั้งถนนกลับช็อค!
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เมื่อ "สีผิว" เคยแบ่งแยกแม้กระทั่งตู้ดื่มน้ำในอเมริกา