AI ในโซเชียลทำให้เราเห็นโลกแคบลงไหม
ลองนึกถึงตอนเปิดโซเชียลแบบไม่ได้ตั้งใจจะดูอะไรเป็นพิเศษ แค่หยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนเล่นระหว่างพักกินข้าว รอรถ หรือก่อนนอน ตอนแรกอาจดูคลิปแมวหนึ่งคลิป ต่อด้วยคลิปคนรีวิวของกิน แล้วอยู่ดี ๆ ฟีดก็พาไปเจอคลิปแนวเดียวกันเต็มไปหมด ผ่านไปไม่กี่นาที โลกทั้งใบในหน้าจอกลายเป็นเรื่องแมว ของกิน หรือประเด็นดราม่าที่เพิ่งดูไปเมื่อครู่
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพราะบังเอิญอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบแนะนำคอนเทนต์ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมของเราอย่างละเอียดมาก เราหยุดดูอะไรนาน เรากดถูกใจอะไร เราแชร์อะไร เราเลื่อนผ่านอะไรเร็ว ระบบก็เก็บสัญญาณเหล่านี้ไปคาดเดาว่าเราน่าจะอยากดูอะไรต่อ ฟังดูสะดวกมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเอง แต่คำถามที่น่าคิดคือ ความสะดวกแบบนี้กำลังทำให้เราเห็นโลกแคบลงหรือเปล่า
ฟีดส่วนตัวมีข้อดีจริง มันช่วยกรองข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เหลือสิ่งที่เราน่าจะสนใจ คนชอบทำอาหารก็ได้สูตรใหม่ คนชอบเทคโนโลยีก็ได้ข่าวอัปเดต คนชอบออกกำลังกายก็ได้ท่าออกกำลังกายเต็มฟีด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแนะนำคอนเทนต์ทั้งหมด แต่อยู่ที่เมื่อระบบเริ่มรู้ใจเรามากเกินไป จนมันเอาแต่ป้อนสิ่งที่คล้ายกับความคิดเดิม ความชอบเดิม และอารมณ์เดิมกลับมาเรื่อย ๆ
ถ้าวันหนึ่งเราเริ่มสนใจประเด็นการเมืองแบบหนึ่ง ฟีดอาจค่อย ๆ พาไปเจอคนที่คิดคล้ายกันมากขึ้น ถ้าสนใจข่าวเศรษฐกิจในมุมกังวล ฟีดก็อาจพาไปเจอแต่เนื้อหาที่ทำให้กังวลกว่าเดิม ถ้าดูคลิปตำหนิคนกลุ่มหนึ่งนานพอ ระบบอาจเข้าใจว่าเราชอบเนื้อหาแนวนี้ แล้วส่งเนื้อหาแรงขึ้น ดุขึ้น แบ่งข้างชัดขึ้นมาให้ดูต่อ สุดท้ายเราอาจไม่ได้เลือกโลกที่อยากเห็นด้วยตัวเองทั้งหมด แต่กำลังอยู่ในโลกที่ระบบค่อย ๆ จัดให้ตามร่องรอยเล็ก ๆ จากนิ้วมือของเรา
สิ่งที่น่ากลัวเล็ก ๆ คือมันไม่รู้สึกเหมือนถูกบังคับเลย ทุกอย่างดูเหมือนเป็นความสนใจของเราเอง ดูไปดูมาก็รู้สึกว่า คนส่วนใหญ่คงคิดแบบนี้ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดตอนนี้ หรือมุมมองอีกฝั่งคงไม่มีเหตุผลเท่าไร ทั้งที่ความจริงอาจเป็นแค่เพราะเราเห็นเนื้อหาซ้ำ ๆ จากกลุ่มคนที่คล้ายกันมากเกินไป
นี่คือจุดที่คำว่าโลกแคบลงเริ่มชัดขึ้น ไม่ใช่แคบเพราะอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลน้อย ตรงข้ามเลย ข้อมูลเยอะจนล้น แต่เราอาจเห็นข้อมูลเพียงบางแบบซ้ำไปซ้ำมา เหมือนเดินอยู่ในห้างขนาดใหญ่ แต่ระบบเปิดไฟให้เฉพาะร้านที่คิดว่าเราชอบ ส่วนร้านอื่นไม่ได้หายไปไหน แค่เราไม่ค่อยได้เดินผ่าน
AI ในโซเชียลยังเก่งเรื่องจับอารมณ์ด้วย คอนเทนต์ที่ทำให้โกรธ ตกใจ ขำแรง หรือรู้สึกว่าอยากเถียง มักดึงเราให้อยู่กับหน้าจอนานกว่าคอนเทนต์นิ่ง ๆ เรียบ ๆ ระบบไม่ได้จำเป็นต้องรู้ว่าอะไรดีต่อชีวิตเราเสมอไป แต่มันรู้ว่าอะไรทำให้เราไม่เลื่อนหนีเร็ว นั่นทำให้ฟีดบางช่วงกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุดโต่ง ดราม่า ความกลัว หรือความมั่นใจแบบเกินพอดี
แต่จะโทษ AI ฝ่ายเดียวก็ไม่ค่อยแฟร์นัก เพราะมนุษย์เองก็ชอบอยู่กับสิ่งที่เข้าทางความคิดตัวเองอยู่แล้ว เวลาเจอความคิดเห็นที่ตรงใจ เรามักรู้สึกสบายกว่า เวลาเจอความเห็นขัดใจ เราอาจเลื่อนหนี บล็อก หรือกดไม่สนใจ ระบบแค่ทำให้พฤติกรรมแบบนี้เร็วขึ้น เนียนขึ้น และเกิดซ้ำได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ต้องเลือกอ่านหนังสือพิมพ์ เลือกคุยกับกลุ่มเพื่อน หรือเลือกดูช่องทีวี ตอนนี้แค่หยุดดูคลิปหนึ่งนานไปนิดเดียว โลกในฟีดก็เริ่มเปลี่ยนตาม
ผลกระทบไม่ได้มีแค่เรื่องความรู้ แต่เกี่ยวกับวิธีมองคนอื่นด้วย ถ้าเห็นแต่คอนเทนต์ที่ทำให้คนอีกกลุ่มดูแย่ เราอาจเผลอเชื่อว่าคนกลุ่มนั้นเป็นแบบนั้นทั้งหมด ถ้าเห็นแต่ชีวิตคนสำเร็จ หรูหรา เที่ยวเก่ง ทำงานเก่ง รวยเร็ว เราอาจรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช้ากว่าคนทั้งโลก ทั้งที่ฟีดไม่ได้โชว์ชีวิตจริงครบทุกด้าน มันโชว์ด้านที่ถูกเลือก ถูกตัดต่อ ถูกดัน และถูกทำให้เหมาะกับการหยุดดู
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า AI ทำให้โลกแคบลงไหม แต่ต้องถามต่อว่าเรารู้ตัวแค่ไหนว่ากำลังมองโลกผ่านฟีดที่ถูกจัดมาแล้ว ถ้ารู้ตัว เราจะใช้มันได้ฉลาดขึ้นมาก เพราะไม่ได้แปลว่าต้องเลิกเล่นโซเชียล ไม่ได้แปลว่าต้องหนีเทคโนโลยี แค่ต้องมีจังหวะถอยออกมาดูว่า ทำไมช่วงนี้เห็นแต่เรื่องแบบนี้ ทำไมรู้สึกโกรธบ่อยขึ้น ทำไมคิดว่าทุกคนกำลังพูดเรื่องเดียวกัน ทั้งที่อาจเป็นแค่ฟีดของเราเท่านั้น
วิธีง่าย ๆ คือจงตั้งใจพาฟีดออกนอกทางบ้าง กดติดตามคนที่คิดต่างแต่คุยด้วยเหตุผล อ่านแหล่งข้อมูลที่ไม่ใช่สไตล์เดิม ดูคอนเทนต์ยาวบ้าง ไม่ใช่แค่คลิปสั้นที่ตัดมาให้สะใจ กดไม่สนใจเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์เกินจำเป็น และบางครั้งก็ค้นหาข้อมูลเองแทนที่จะรอให้ระบบป้อนอย่างเดียว การทำแบบนี้เหมือนเปิดหน้าต่างเพิ่มให้ห้องเดิม อากาศข้างนอกอาจไม่ได้ถูกใจทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าข้างนอกยังมีอะไรมากกว่าที่ฟีดเลือกมาให้เห็น
AI ในโซเชียลไม่ได้ทำให้โลกแคบลงโดยอัตโนมัติ แต่มันมีพลังมากพอที่จะทำให้โลกของเราแคบลงแบบไม่รู้ตัว ถ้าใช้แบบปล่อยไหลไปเรื่อย ๆ ฟีดจะค่อย ๆ กลายเป็นกระจกที่สะท้อนแต่สิ่งที่เราชอบ เชื่อ กลัว หรืออยากเถียง แต่ถ้าใช้แบบรู้เท่าทัน มันก็เป็นประตูไปสู่ความรู้ใหม่ ผู้คนใหม่ และมุมมองใหม่ได้เหมือนกัน
สุดท้ายโลกในมือถือไม่ได้เท่ากับโลกทั้งใบ มันเป็นเพียงโลกเวอร์ชันที่ระบบคิดว่าเราจะหยุดดูนานที่สุด การจำเรื่องนี้ไว้ทุกครั้งที่เลื่อนฟีด อาจช่วยให้เราไม่เผลอคิดว่าหน้าจอเล็ก ๆ คือความจริงทั้งหมดของสังคม
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี วัดสวยบนยอดเขาท่ามกลางวิวทุ่งนา
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
ทำไมเงินเดือนทหารไทยถึงน้อยนิด หากเทียบกับทหารอเมริกา
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
พัดลมไม่หมุน แอร์ไม่สตาร์ท แค่เปลี่ยน Capacitor ง่ายๆ
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ปะการังบางแห่งมีชีวิตตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เมื่อพระอาทิตย์ตก แนวปะการังเปลี่ยนเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวของสัตว์ทะเลเล็กๆ
"เทย์เลอร์ สวิฟต์" x "แทรวิส เคลซี่" แต่งจริง 3 กรกฎาคม นี้
ถุงพลาสติกใช้ไม่กี่นาที แต่อาจอยู่ได้หลายร้อยปี ของใช้ชั่วคราวที่อายุยืนกว่าคน
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
😯 ชวนเข้ามาดูช่างภาพถ่ายรูปคู่รักที่สลับชุดกัน แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็เกินความคาดหมาย 😃
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย



