หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 ความจริงที่ทำให้เราเริ่มตั้งคำถาม ว่าความคิดของตัวเองยังเป็นของตัวเองอยู่หรือไม่ เมื่อโฆษณาอยู่รอบตัวตลอดเวลา

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ลองสังเกตตัวเองสักวัน ตั้งแต่ลืมตาตื่น หยิบมือถือ เปิดโซเชียล เดินผ่านร้านกาแฟ นั่งรถไฟฟ้า ดูคลิปสั้น ฟังเพลง หรือแม้แต่คุยกับเพื่อน ชื่อสินค้า โลโก้ โปรโมชั่น และคำชวนซื้อก็โผล่มาให้เห็นแทบไม่หยุด หลายคนไม่ทันจำด้วยซ้ำว่าเห็นอะไรไปบ้าง แต่สมองกลับเก็บข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้เงียบ ๆ

มีคนเคยบอกว่าทุกวันนี้เราเห็นโฆษณาหลายพันชิ้นต่อวัน ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปตามรูปแบบการใช้ชีวิต แต่สิ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ โฆษณาไม่ได้อยู่แค่บนป้ายริมถนนอีกแล้ว มันซ่อนอยู่ในคลิป รีวิว คอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ เกม แอปพลิเคชัน ข่าว และบทสนทนาบนโลกออนไลน์

คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่โฆษณามีเยอะแค่ไหน แต่คือเรายังตัดสินใจด้วยความคิดของตัวเองมากน้อยแค่ไหน

6 ความจริงต่อไปนี้อาจทำให้มองโลกของการขายของในอีกมุมหนึ่ง

1. สิ่งที่เห็นบ่อย ทำให้รู้สึกคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว

เคยไหม อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าแบรนด์หนึ่งน่าเชื่อถือ ทั้งที่ไม่เคยลองใช้จริง หลายครั้งไม่ได้เกิดจากคุณภาพที่เคยสัมผัส แต่เกิดจากการเห็นชื่อเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

สมองของคนเราชอบสิ่งที่คุ้นเคย เมื่อเห็นอะไรบ่อย ความรู้สึกระแวงจะลดลง ความไว้วางใจจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แม้ยังไม่มีข้อมูลครบทุกด้าน

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายบริษัทถึงยอมลงทุนให้ชื่อแบรนด์ผ่านสายตาคนอยู่ตลอด เพราะแค่คุ้นหน้า ก็อาจได้เปรียบกว่าคู่แข่งแล้ว

2. หลายครั้งเราไม่ได้ซื้อของ แต่ซื้อความรู้สึก

โฆษณาสมัยนี้ไม่ได้พูดถึงสเปกหรือคุณสมบัติอย่างเดียว แต่ขายภาพของชีวิตที่หลายคนอยากเป็น

กาแฟไม่ได้ขายแค่รสชาติ แต่ขายเช้าที่ดูมีพลัง

รองเท้าไม่ได้ขายแค่ความนุ่ม แต่ขายภาพของคนที่ประสบความสำเร็จ

โทรศัพท์ไม่ได้ขายแค่กล้อง แต่ขายช่วงเวลาที่น่าจดจำ

เมื่ออารมณ์เข้ามามีบทบาท การตัดสินใจจึงเกิดขึ้นเร็วกว่าการคิดแบบใช้เหตุผลล้วน ๆ

3. อัลกอริทึมไม่ได้แค่เลือกคอนเทนต์ แต่เลือกสิ่งที่จะมีอิทธิพลต่อเรา

ทุกครั้งที่หยุดดูคลิปนานขึ้น กดถูกใจ คอมเมนต์ หรือค้นหาสินค้า ระบบก็เรียนรู้ความสนใจเพิ่มขึ้นอีกนิด

ไม่นานนัก ฟีดก็เต็มไปด้วยของที่ตรงใจจนเหมือนอ่านใจได้

หลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ความจริงคือระบบกำลังพยายามทำให้สิ่งที่มีโอกาสทำให้เราใช้เวลาและใช้เงิน ปรากฏตรงหน้าให้บ่อยที่สุด

ยิ่งเห็นบ่อย ความอยากก็ยิ่งเพิ่ม แม้ตอนแรกจะไม่ได้คิดจะซื้อเลยก็ตาม

4. รีวิวกับโฆษณาเริ่มแยกกันยากขึ้น

ทุกวันนี้หลายคนเชื่อรีวิวมากกว่าโฆษณาแบบเดิม บริษัทต่าง ๆ ก็รู้เรื่องนี้ดี จึงหันมาใช้ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ที่ดูเหมือนการเล่าประสบการณ์จริง

แน่นอนว่ามีรีวิวที่จริงใจอยู่มาก แต่ก็มีบางชิ้นที่มีผลประโยชน์ร่วมกันโดยผู้ชมอาจไม่ทันสังเกต

ก่อนเชื่อคำแนะนำใด ลองดูหลายแหล่ง เปรียบเทียบความคิดเห็น และสังเกตว่าผู้รีวิวพูดถึงข้อเสียบ้างหรือไม่ เพราะของที่ดีจริงมักไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงด้านเดียว

5. ความคิดของเรายังเป็นของเรา ถ้ายังหยุดคิดก่อนตัดสินใจ

ไม่มีใครหลีกหนีโฆษณาได้ทั้งหมด การปิดกั้นทุกอย่างแทบเป็นไปไม่ได้

สิ่งที่ทำได้คือสร้างช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ เช่น ถามตัวเองว่า

อยากได้จริงหรือแค่อยากเพราะเห็นบ่อย

กำลังแก้ปัญหาหรือแค่กำลังตามกระแส

ถ้าไม่มีโฆษณาชิ้นนี้ จะยังอยากซื้ออยู่หรือไม่

คำถามง่าย ๆ เหล่านี้ช่วยดึงสติกลับมาได้มากกว่าที่คิด

6. การเลือกไม่ซื้อ ก็เป็นการตัดสินใจที่มีคุณค่า

สังคมทุกวันนี้ทำให้รู้สึกเหมือนต้องมีของใหม่ ต้องอัปเกรด ต้องไม่ตกเทรนด์ แต่ความจริงแล้ว ไม่มีใครจำเป็นต้องตอบรับทุกข้อเสนอที่ผ่านเข้ามา

บางครั้งการเลื่อนผ่าน การปิดแอป การกลับมาคิดอีกวัน หรือการใช้ของเดิมต่อ ก็เป็นการตัดสินใจที่แสดงว่าความต้องการยังเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เกิดจากแรงกระตุ้นเพียงชั่วคราว

โลกจะยังเต็มไปด้วยการขายของต่อไป เทคโนโลยีก็จะทำให้โฆษณาฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และเข้าถึงเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ อิสระในการคิดไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ต้องใช้ความตั้งใจมากกว่าเดิมในการรักษามันเอาไว้

ทุกครั้งที่หยุดคิดก่อนคลิก หยุดเปรียบเทียบก่อนซื้อ หรือกล้าถามตัวเองว่าต้องการจริงหรือไม่ นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่ความคิดของเรายังทำงานได้เต็มที่ แม้จะอยู่ในโลกที่พยายามขายอะไรบางอย่างให้เราตลอดเวลาก็ตาม

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมลัทธิเต๋าจึงเชื่อว่าปรอทเกี่ยวข้องกับความเป็นอมตะ"​วัดกุโสดอ" (Kuthodaw Pagoda) พระไตรปิฎกจารึกบนหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่นเล็บขบคืออะไร ทำไมเจ็บมาก และควรดูแลอย่างไรAirways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกันทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zeroจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยเปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างหญิงปวดท้องน้อย 3 ปี แพทย์พบก้อนแข็งคล้ายหินในช่องคลอดพริกสด กับ พริกแห้ง อะไรเผ็ดกว่ากัน ความเผ็ดต่างกันมั้ย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยหมึกยักษ์กับระบบประสาทในแขน เรื่องน่าทึ่งของการควบคุมร่างกายแบบกระจาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศที่ไม่มีสนามบิน แต่มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปีหมึกยักษ์กับระบบประสาทในแขน เรื่องน่าทึ่งของการควบคุมร่างกายแบบกระจายแผนที่กาแล็กซีในสมอง เมื่อเซลล์ประสาทสะท้อนจักรวาลที่อยู่ในหัวเราปลาแองเกลอร์ทะเลลึกกับเรื่องจริงที่ตัวผู้บางชนิดหลอมติดกับตัวเมีย
ตั้งกระทู้ใหม่