เล็บขบคืออะไร ทำไมเจ็บมาก และควรดูแลอย่างไร
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม แค่มุมเล็บเล็ก ๆ นิ้วเดียว ถึงสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวได้ ชนิดที่ว่าแค่ผ้าห่มเฉี่ยวก็สะดุ้งสุดตัว?
อาการนี้เราเรียกกันติดปากว่า เล็บขบ หรือ Ingrown Nail ซึ่งในทางแพทย์คือภาวะที่ขอบเล็บด้านข้างงอกซอกซอนเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบเล็บ จนเกิดอาการเจ็บ บวม แดง อักเสบ และในบางกรณีอาจลุกลามเป็นหนองได้ หากปล่อยไว้นานหรือดูแลไม่ถูกวิธี
ที่หลายคนรู้สึกว่าเล็บขบเจ็บเกินขนาด ทั้งที่เป็นแค่แผลเล็ก ๆ ก็เพราะปลายนิ้วเท้าเป็นจุดที่ต้องรับแรงกดแทบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดิน ยืน ใส่รองเท้า หรือแม้แต่นอนแล้วผ้าห่มไปโดน จึงทำให้ความเจ็บเหมือนถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ ทั้งวัน
ถ้ามองตามหลักกายศาสตร์และกลไกของร่างกาย เล็บขบไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ แต่มีตัวการหลัก ๆ อยู่ 4 ข้อ
1. วิธีตัดเล็บที่ผิดมหันต์
นี่คือสาเหตุยอดฮิตของเล็บขบเลยค่ะ
หลายคนชอบตัดเล็บแบบโค้งมนตามรูปนิ้ว หรือพยายามใช้ที่ตัดเล็บแคะเข้าไปตัดมุมเล็บลึก ๆ เพราะคิดว่าจะสะอาดและเรียบร้อยกว่า แต่ความจริงแล้ว วิธีนี้อาจทำให้เล็บขบง่ายขึ้น
การตัดเล็บที่ถูกต้องควรตัดค่อนข้างตรง ไม่ตัดสั้นจนเกินไป และไม่ควรคว้านมุมเล็บลึก ๆ เพราะเมื่อเราตัดมุมเล็บออกมากเกิน เนื้อด้านข้างเล็บอาจขยับเข้ามาแทนที่ช่องว่างนั้น
พอเล็บชุดใหม่ยาวขึ้นมา มันจึงไม่มีทางไป และพุ่งเข้าชนกับเนื้อเยื่อด้านข้างตรง ๆ กลายเป็นเล็บขบในที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งพยายามตัดให้ลึกเพื่อ “กันขบ” บางครั้งกลับยิ่งเปิดทางให้เล็บขบหนักกว่าเดิม
2. รองเท้าเจ้ากรรม
รองเท้าก็เป็นอีกตัวการที่หลายคนมองข้าม
การสวมรองเท้าที่หน้าแคบเกินไป รองเท้าส้นสูงที่บีบปลายเท้า หรือแม้แต่รองเท้ากีฬาที่แน่นเกินไป อาจทำให้ปลายนิ้วถูกบีบอยู่ตลอดเวลา
แรงกดจากรองเท้าจะดันให้เนื้อด้านข้างนิ้วเบียดเข้าหาแผ่นเล็บอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่เราเดิน วิ่ง หรือยืนลงน้ำหนัก เล็บก็อาจถูกกดให้จิกลึกเข้าไปในเนื้อทีละนิด จนเกิดแผลและอักเสบตามมา
โดยเฉพาะคนที่ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นนาน ๆ ทั้งวัน หรือใส่รองเท้าคู่เดิมที่คับมานาน ควรลองสังเกตว่าปลายนิ้วเท้ามีรอยกด เจ็บ หรือเล็บเริ่มเบียดเนื้อหรือไม่
3. โครงสร้างเล็บและกรรมพันธุ์
บางคนไม่ได้ทำอะไรผิดมากนัก แต่เกิดมาพร้อมกับลักษณะเล็บที่เอื้อต่อการขบอยู่แล้ว
เช่น เล็บที่โค้งงอมากเป็นพิเศษคล้ายรูปเกือกม้า หรือที่เรียกว่า Pincer Nails รวมถึงคนที่มีแผ่นเล็บกว้างกว่าฐานนิ้วโดยธรรมชาติ โครงสร้างแบบนี้ทำให้ขอบเล็บมีโอกาสม้วนลงไปบาดเนื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
คนกลุ่มนี้อาจเป็นเล็บขบซ้ำ ๆ แม้จะพยายามตัดเล็บดีแล้ว จึงควรระวังเรื่องรองเท้า การตัดเล็บ และการดูแลความสะอาดมากกว่าปกติ
4. อุบัติเหตุและการใช้งาน
การเดินเตะขอบโต๊ะ ของหนักตกใส่นิ้วเท้า หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ปลายเท้ากระแทกบ่อย ๆ เช่น ฟุตบอล บัลเล่ต์ หรือการวิ่งในรองเท้าที่ไม่พอดี อาจทำให้ฐานเล็บบาดเจ็บได้
เมื่อฐานเล็บได้รับแรงกระแทก แผ่นเล็บอาจฉีก เปลี่ยนรูป หรือเปลี่ยนทิศทางการงอก จนเล็บแทงเข้าซอกเล็บในภายหลัง
บางคนไม่ได้เป็นทันทีหลังอุบัติเหตุ แต่เริ่มรู้สึกเจ็บเมื่อเล็บงอกยาวขึ้น จึงทำให้ไม่ทันเชื่อมโยงว่าสาเหตุอาจมาจากการบาดเจ็บก่อนหน้านั้น
สัญญาณที่ไม่ควรปล่อยไว้
เล็บขบระยะแรกอาจเริ่มจากเจ็บจี๊ด ๆ ตรงมุมเล็บ กดแล้วเจ็บ หรือมีรอยแดงเล็กน้อย แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรระวังมากขึ้น
-
บวมแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ
-
เจ็บจนเดินลงน้ำหนักลำบาก
-
มีน้ำเหลืองหรือหนอง
-
ผิวรอบเล็บร้อนผิดปกติ
-
อาการปวดลามออกจากจุดเดิม
-
เป็นซ้ำบ่อย ๆ ที่นิ้วเดิม
โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีปัญหาเลือดไหลเวียนไปเท้าไม่ดี ไม่ควรปล่อยให้แผลเล็บขบลุกลาม เพราะแผลเล็ก ๆ ที่เท้าอาจดูแลยากกว่าคนทั่วไป
อย่าขุดเองลึก ๆ เพราะอาจทำให้แย่กว่าเดิม
ข้อควรระวังตามหลักการแพทย์คือ เมื่อเริ่มเจ็บ อย่าพยายามทำตัวเป็นหมอศัลยกรรม ขุด แคะ หรือคว้านเล็บเองลึก ๆ เด็ดขาด
เครื่องมือที่ไม่สะอาดอาจพาเชื้อโรคเข้าสู่แผลลึกขึ้น และการตัดผิดจุดอาจทำให้เล็บเหลือปลายแหลมซ่อนอยู่ในซอกเล็บ พอเล็บงอกต่อก็ยิ่งแทงเนื้อหนักกว่าเดิม
ถ้าอาการยังไม่มาก การดูแลเบื้องต้นอาจช่วยลดการระคายเคืองได้ เช่น แช่เท้าในน้ำอุ่น เช็ดให้แห้ง รักษาความสะอาด และใส่รองเท้าที่ไม่บีบปลายเท้า แต่ถ้ามีอาการบวมแดงมาก เจ็บมาก หรือเริ่มมีหนอง ควรไปพบแพทย์
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาถอดเล็บเฉพาะส่วนที่ขบออก หรือที่เรียกว่า Partial Nail Avulsion ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ทำเฉพาะจุด ช่วยเอาส่วนเล็บที่แทงเนื้อออกอย่างปลอดภัยกว่าการขุดเอง
วิธีลดโอกาสเป็นเล็บขบซ้ำ
สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ารอให้เจ็บแล้วค่อยดูแล เพราะเล็บขบมักเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน
ควรตัดเล็บเท้าให้ค่อนข้างตรง ไม่สั้นติดเนื้อมากเกินไป ไม่คว้านมุมเล็บลึก เลือกรองเท้าที่ปลายเท้ามีพื้นที่พอ ไม่บีบนิ้ว และหมั่นสังเกตนิ้วโป้งเท้าเป็นพิเศษ เพราะเป็นตำแหน่งที่เจอเล็บขบได้บ่อย
เล็บขบอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้จนติดเชื้อ ก็ทำให้เดินลำบาก ใช้ชีวิตไม่สะดวก และเจ็บทรมานกว่าที่คิดมากค่ะ
จำง่าย ๆ คือ ตัดเล็บให้พอดี ใส่รองเท้าที่ไม่บีบเท้า และอย่าขุดเองเมื่อเริ่มอักเสบ แค่นี้ก็ช่วยลดโอกาสให้มุมเล็บเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้แล้ว
อ้างอิง:
NHS: https://www.nhs.uk/conditions/ingrown-toenail/
Mayo Clinic: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ingrown-toenails/symptoms-causes/syc-20355903
Cleveland Clinic: https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17664-ingrown-toenails
ข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์โดยรวมระบุสอดคล้องกันว่าเล็บขบมักเกี่ยวข้องกับการตัดเล็บสั้นหรือโค้งเกินไป รองเท้าที่คับ แรงกดหรือการบาดเจ็บ และควรพบแพทย์เมื่อมีอาการติดเชื้อหรือปวดรุนแรง
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ความเร็วแสง 299,792,458 เมตรต่อวินาที ขีดจำกัดของจักรวาลและความหมายของเวลา
ดวงจันทร์กำลังถอยห่างจากโลกจริงหรือ? ความจริงที่เกิดขึ้นปีละ 3.8 เซนติเมตร
ปิดด่านไทย-กัมพูชา ทำไมแรงงานกลับบ้านอาจสะเทือนเศรษฐกิจเขมรหนัก
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
ถ้าอยากแก่ช้า ต้องออกไปนอกโลกจริงไหม? ไขเหตุผลว่าทำไมเวลาเดินไม่เท่ากัน
บาบิรูซ่า หมูป่าอินโดนีเซียที่มีเขี้ยวงอกย้อนกลับทะลุจมูก
“คุกกี้สิงคโปร์” ขนมที่ไม่ได้มาจากสิงคโปร์
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12



