ทำไมเมียหลวงมักเลือกฟ้องเมียน้อย มากกว่าฟ้องสามี?
ทุกครั้งที่มีข่าวคดีชู้ คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นตามมาคือ
“ทำไมเมียหลวงถึงเลือกฟ้องเมียน้อย ทั้งที่คนนอกใจจริง ๆ คือสามีของตัวเอง?”
คำถามนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องของอารมณ์ แต่หากมองให้ลึก จะพบว่ามีหลายปัจจัยซ้อนอยู่ ทั้งเรื่องกฎหมาย ความรัก ความผูกพัน เศรษฐกิจ จิตวิทยา และโครงสร้างทางสังคมที่เรียกว่า “ปิตาธิปไตย”
เพราะในหลายกรณี คนที่ถูกสังคมตำหนิมากที่สุดกลับไม่ใช่คนที่มีคู่ครองอยู่แล้ว แต่เป็น “บุคคลที่สาม” หรือที่สังคมมักเรียกว่า “เมียน้อย”
คนที่นอกใจคือสามี แต่ทำไมเมียน้อยจึงกลายเป็นเป้าหมาย
ในทางความเป็นจริง การนอกใจจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากคนที่มีคู่ครองปฏิเสธตั้งแต่แรก
นั่นหมายความว่า สามีก็เป็นผู้ที่ตัดสินใจละเมิดคำมั่นสัญญาในชีวิตคู่ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงบุคคลที่สามเท่านั้น
แต่ในหลายกรณี เมื่อเรื่องถูกเปิดเผย คนที่ถูกด่า ถูกประณาม หรือถูกทำให้เป็นตัวร้ายมากที่สุด กลับมักเป็น “เมียน้อย”
ส่วนสามีมักได้รับคำอธิบายในลักษณะว่า “หลงผิด” “พลาดไป” หรือ “เดี๋ยวก็กลับมา” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความผิดของผู้ชายในเรื่องนอกใจ มักถูกทำให้เบาลงกว่าความผิดของผู้หญิงอีกคน
ปิตาธิปไตยมีส่วนหรือไม่
นักสังคมศาสตร์จำนวนไม่น้อยมองว่า เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวคิดปิตาธิปไตยอยู่ไม่น้อย
ในสังคมที่ได้รับอิทธิพลจากค่านิยมแบบปิตาธิปไตย ผู้ชายมักได้รับการผ่อนปรนในเรื่องความสัมพันธ์มากกว่าผู้หญิง จนเกิดคำพูดที่ได้ยินกันบ่อย เช่น
“ผู้ชายก็เป็นแบบนี้”
“เดี๋ยวเขาก็กลับบ้าน”
“ผู้หญิงต้องรักษาครอบครัว”
ขณะเดียวกัน ผู้หญิงอีกคนกลับถูกมองว่าเป็น “คนแย่งสามี” หรือ “ทำลายครอบครัว” ทั้งที่การนอกใจไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่า การตำหนิเมียน้อยเพียงฝ่ายเดียว อาจสะท้อนค่านิยมที่ให้ผู้หญิงรับภาระทางศีลธรรมมากกว่าผู้ชาย
แล้วทำไมเมียหลวงยังเลือกฟ้องเมียน้อย
เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องปิตาธิปไตย
ในหลายครอบครัว เมียหลวงอาจยังรักสามี ยังมีลูกด้วยกัน ยังพึ่งพากันทางเศรษฐกิจ หรือยังไม่พร้อมให้ชีวิตสมรสจบลงทันที
การฟ้องสามีอาจหมายถึงการเปิดศึกกับคนที่ยังอยู่บ้านเดียวกัน เป็นพ่อของลูก หรือเป็นคนที่ยังเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันในหลายด้าน
ดังนั้น การฟ้องเมียน้อยจึงอาจถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ “จัดการกับบุคคลที่สาม” โดยไม่จำเป็นต้องยุติการแต่งงานในทันที
ในบางกรณี เมียหลวงอาจไม่ได้ต้องการทำลายครอบครัวตัวเอง แต่ต้องการส่งสัญญาณว่า ความสัมพันธ์ลับหรือความสัมพันธ์ซ้อนนี้สร้างความเสียหายจริง และควรมีคนรับผิดชอบ
มิติทางกฎหมายที่ควรเข้าใจ
ในบริบทไทย คำว่า “ฟ้องชู้” มักถูกพูดถึงเมื่อคู่สมรสตามกฎหมายต้องการเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคู่สมรสของตน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทางกฎหมายมีเงื่อนไขหลายอย่าง เช่น สถานะการจดทะเบียนสมรส พฤติการณ์ของความสัมพันธ์ การแสดงตนโดยเปิดเผย หลักฐาน และข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
จึงไม่ควรสรุปจากข่าวหรือโพสต์โซเชียลเพียงอย่างเดียวว่า “ฟ้องได้แน่นอน” หรือ “ฟ้องไม่ได้แน่นอน” เพราะคดีครอบครัวมักขึ้นอยู่กับรายละเอียดเฉพาะกรณี
หากเกิดปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวก่อนตัดสินใจดำเนินการ
จิตวิทยาของคนถูกทรยศ
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมียหลวงอาจเลือกโทษบุคคลที่สามก่อน คือกลไกทางจิตใจ
การยอมรับว่า “คนที่เรารักเลือกทรยศเราด้วยตัวเอง” เป็นเรื่องเจ็บปวดมาก เพราะมันกระทบทั้งความไว้ใจ ความมั่นคง และภาพจำของชีวิตคู่ที่เคยเชื่อว่าแข็งแรง
ในบางครั้ง การโทษเมียน้อยจึงอาจทำได้ง่ายกว่าการยอมรับว่า คนใกล้ตัวที่สุดเป็นผู้ตัดสินใจทำร้ายความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง
นี่ไม่ได้หมายความว่าเมียน้อยไม่มีความผิด หากรู้ว่าฝ่ายหนึ่งมีคู่สมรสอยู่แล้วแต่ยังเลือกเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อ เพียงแต่การมองให้ครบควรเห็นทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่ผลักความรับผิดชอบไปที่คนใดคนหนึ่งทั้งหมด
ความรับผิดชอบควรอยู่ที่ใคร
หากบุคคลที่สามรู้ว่าฝ่ายหนึ่งมีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่ยังคงมีความสัมพันธ์ ย่อมต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีคู่สมรสแล้วและเลือกนอกใจก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้เช่นกัน
การโยนความผิดทั้งหมดให้เมียน้อย หรือโยนให้สามีเพียงฝ่ายเดียว ล้วนไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด เพราะการนอกใจเกิดจากการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
สิ่งที่ควรถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า “ทำไมเมียหลวงถึงฟ้องเมียน้อย” แต่ควรถามต่อด้วยว่า “ทำไมสังคมมักให้อภัยคนในความสัมพันธ์หลักง่ายกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง”
สิ่งที่หลายคนมักมองข้าม
เรื่องฟ้องชู้ไม่ได้มีแค่ความสะใจหรือการเอาคืน
เบื้องหลังอาจมีเรื่องลูก ค่าใช้จ่ายในบ้าน ทรัพย์สินร่วม ความกลัวการหย่า ความอับอายทางสังคม และความหวังว่าครอบครัวยังอาจกลับมาเหมือนเดิมได้
บางคนเลือกฟ้องเพราะต้องการปกป้องสิทธิของตัวเอง
บางคนเลือกฟ้องเพราะต้องการให้บุคคลที่สามหยุดเข้ามาเกี่ยวข้อง
บางคนเลือกฟ้องเพราะยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับความจริงว่า ชีวิตคู่ของตัวเองอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ดังนั้น คำถามที่ว่า “ทำไมเมียหลวงถึงฟ้องเมียน้อยมากกว่าฟ้องสามี” จึงไม่มีคำตอบเดียว
คำอธิบายที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด คือการผสมกันของหลายปัจจัย ทั้งกฎหมาย ความรัก ความผูกพัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กลไกทางจิตวิทยา และอิทธิพลของค่านิยมแบบปิตาธิปไตยที่ยังคงหล่อหลอมสังคมอยู่ในหลายประเทศ
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือเมียน้อย หากต่างฝ่ายต่างรู้ว่ากำลังทำลายความสัมพันธ์ของผู้อื่น ทั้งคู่ก็ล้วนมีส่วนรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ความรับผิดชอบนั้นอาจแตกต่างกันในแง่ของกฎหมาย ศีลธรรม และความคาดหวังของสังคม
อ้างอิง https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/36482.pdf
https://www.senate.go.th/view/386/News/จันทราLaw/277/TH-TH
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมบางคนเชื่อว่าโลกแบน
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
เชียงใหม่ติด Top 20 เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกปี 2026
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
5 ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
พูดตรง ไม่ยิ้ม หรือแค่ต่างวัฒนธรรม? เปิดผลสำรวจ 10 สัญชาติที่ถูกมองว่าหยาบคาย
