หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ร่างกายแม่ลูกอาจมีเซลล์ของกันและกันฝังอยู่ไปทั้งชีวิต

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

 

เวลาเรียนชีววิทยาตอนเด็ก เรามักเข้าใจว่าร่างกายก็คือตัวเราแบบเต็มร้อย มีดีเอ็นเอจากพ่อครึ่งนึง แม่ครึ่งนึง แล้วประกอบร่างขึ้นมาเป็นเรา

แต่เอาเข้าจริง ร่างกายคนเราอาจไม่ได้เป็นของเราคนเดียวแบบที่เคยคิดเสมอไป

มีงานวิจัยเรื่องหนึ่งที่อ่านเจอแล้วรู้สึกว่ามันทั้งแอบหลอนและซึ้งในเวลาเดียวกัน เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Microchimerism หรือภาวะที่ในร่างกายของคนคนหนึ่ง มีเซลล์หรือ DNA ปริมาณเล็กน้อยจากอีกคนหนึ่งแฝงอยู่

กรณีที่เล่ากันบ่อยที่สุด คือการแลกเปลี่ยนเซลล์กันระหว่าง แม่กับลูก ตอนที่ตั้งท้อง

ตอนตั้งท้อง แม่ไม่ได้ส่งให้ลูกอย่างเดียว

ปกติเวลาพูดถึงคนท้อง เรามักนึกว่าสายสะดือคือท่อส่งอาหารและออกซิเจนจากแม่ไปให้ลูก

แต่ความจริงแล้ว ระหว่างแม่กับลูกมีการส่ง “บางอย่าง” สวนทางกลับมาด้วย นั่นก็คือเซลล์ของลูกที่สามารถหลุดลอดเข้าไปในกระแสเลือดของแม่ แล้วกระจายไปอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแม่

มีรายงานว่าสามารถพบเซลล์หรือร่องรอยของเซลล์เหล่านี้ได้ในอวัยวะหลายจุด เช่น เลือด ปอด ตับ หัวใจ หรือแม้แต่สมอง

ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่นักวิจัยศึกษากันจริงจังมานานแล้ว

เซลล์ของลูกอาจอยู่ในตัวแม่ได้นานหลายสิบปี

ตอนแรกนักวิจัยเคยเข้าใจว่าเซลล์พวกนี้น่าจะอยู่แค่ช่วงสั้น ๆ เดี๋ยวก็ถูกภูมิคุ้มกันของแม่กำจัดทิ้งไปตามธรรมชาติ

แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

เซลล์ของลูกบางส่วนอาจฝังตัวอยู่ในร่างกายแม่ได้นานมาก บางงานวิจัยพบร่องรอยเซลล์ของทารกในตัวแม่หลังคลอดไปแล้วหลายสิบปี

หนึ่งในเคสที่ถูกพูดถึงบ่อย คือการตรวจเนื้อเยื่อสมองของผู้หญิงสูงอายุที่เสียชีวิตแล้ว และพบ DNA หรือเซลล์ที่มีโครโมโซมเพศชายอยู่ในสมอง ซึ่งนักวิจัยมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเคยตั้งครรภ์ลูกชายมาก่อน

พูดง่าย ๆ คือ ลูกอาจไม่ได้จากร่างกายแม่ไปทั้งหมดหลังคลอด แต่ทิ้ง “ร่องรอยระดับเซลล์” เอาไว้ในตัวแม่ต่อไปอีกนานมาก

ไม่ใช่แค่แฝงอยู่เฉย ๆ แต่อาจเกี่ยวกับการซ่อมแซมร่างกาย

เรื่องที่ทำให้ Microchimerism น่าสนใจยิ่งขึ้น คือเซลล์เหล่านี้อาจไม่ได้เข้าไปอยู่เฉย ๆ แบบไม่มีบทบาท

งานวิจัยบางส่วนพบว่าเซลล์จากทารกอาจเดินทางไปยังบริเวณที่ร่างกายแม่เกิดความเสียหาย และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

เช่น ในบางการศึกษาพบเซลล์ของทารกในบริเวณแผลหรือเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บของแม่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามว่า เซลล์เหล่านี้อาจทำตัวคล้าย “หน่วยช่วยซ่อม” ในบางสถานการณ์หรือไม่

แต่จุดนี้ต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ได้แปลว่าเซลล์ของลูกจะซ่อมหัวใจหรือรักษาโรคให้แม่ได้แบบตรง ๆ ทุกกรณี งานวิจัยเรื่องนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก และยังต้องศึกษาเพิ่มว่าเซลล์เหล่านี้เป็นประโยชน์ เป็นผลข้างเคียง หรือมีทั้งสองด้านขึ้นอยู่กับบริบทของร่างกาย

 

ลูกเองก็อาจมีเซลล์ของแม่อยู่ในตัวเหมือนกัน

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดทางเดียวจากลูกไปหาแม่เท่านั้น

ในทางกลับกัน ตัวลูกเองก็อาจได้รับเซลล์ของแม่เข้าไปฝังอยู่ในร่างกายตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องเช่นกัน และเซลล์เหล่านี้อาจคงอยู่ต่อไปได้อีกนานหลังคลอด

ยิ่งถ้าบ้านไหนมีลูกหลายคน เรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้นอีก เพราะเซลล์ของลูกคนก่อนที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายแม่ อาจมีโอกาสถูกส่งต่อไปยังลูกคนถัดไปในระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ได้

แปลแบบเห็นภาพง่าย ๆ คือ ในร่างกายของน้องคนเล็ก อาจไม่ได้มีแค่เซลล์ของตัวเองกับแม่เท่านั้น แต่อาจมีร่องรอยเล็ก ๆ จากพี่ชายหรือพี่สาวปะปนอยู่ด้วย

มันเป็นภาพที่ทั้งแปลก ทั้งลึก และทำให้คำว่า “ครอบครัวอยู่ในตัวเรา” ดูมีความหมายขึ้นมาจริง ๆ

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Microchimerism

เรื่องนี้ฟังดูหวานมาก จนอาจทำให้บางคนเข้าใจว่า Microchimerism เป็นเรื่องดีเสมอ

แต่ในมุมวิทยาศาสตร์ ยังต้องระวังอยู่พอสมควร

เพราะเซลล์แปลกปลอมเล็ก ๆ เหล่านี้อาจมีบทบาทได้หลายทาง บางงานวิจัยสนใจว่ามันอาจเกี่ยวกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ บางงานก็ศึกษาความเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือโรคบางกลุ่ม

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปแรงเกินไปว่า “ลูกช่วยรักษาแม่ได้แน่นอน” หรือ “เซลล์ของลูกทำให้เกิดโรค” เพราะตอนนี้สิ่งที่ชัดกว่าคือ ร่างกายแม่ลูกมีการแลกเปลี่ยนเซลล์กันจริง และผลของมันอาจซับซ้อนกว่าที่เราคิด

สายใยแม่ลูกที่ไม่ได้มีแค่ความรู้สึก

เวลาได้ยินคำพูดที่ว่า แม่ลูกมีสายใยตัดกันไม่ขาด หรือมีความผูกพันกันลึกซึ้ง เรามักคิดว่านั่นเป็นคำพูดเชิงความรู้สึก

แต่พอมาดูในมุมของวิทยาศาสตร์ คำพูดนี้อาจไม่ได้เป็นแค่นามธรรมเสมอไป

เพราะลึก ๆ แล้ว ในร่างกายของแม่อาจมีเซลล์ของลูกฝังอยู่จริง และในร่างกายของลูกก็อาจมีเซลล์ของแม่ติดตัวมาจริงเช่นกัน

ร่างกายเราเลยอาจไม่ได้เป็น “ตัวเรา” แบบโดด ๆ อย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นเหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่มีร่องรอยของคนที่เกี่ยวพันกับเราฝังอยู่ด้วย

ไม่ใช่ในเชิงโรแมนติกอย่างเดียว แต่เป็นความจริงระดับเซลล์ที่ทั้งแปลก ทั้งอบอุ่น และทำให้เรามองร่างกายมนุษย์เปลี่ยนไปเลย

ใครชอบเรื่องแนวนี้ ลองอ่านงานวิจัยเต็ม ๆ จากลิงก์อ้างอิงด้านล่างได้ เป็นอีกหนึ่งประเด็นชีววิทยาที่เปิดโลกมาก และทำให้คำว่า “แม่ลูกผูกพันกัน” ดูจับต้องได้กว่าที่เคย

เนื้อหาโดย: เรื่องดีดีมีทุกวัน
แหล่งที่มา:
NCBI / PubMed Central

อ้างอิง:
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3516290/

Tags ภาษาไทย:
วิทยาศาสตร์, ร่างกายมนุษย์, ชีววิทยา, Microchimerism, แม่และเด็ก, เซลล์มนุษย์, สุขภาพ, ความรู้รอบตัว
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 28 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กลัวจนปวดฉี่ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง ร่างกายอาจกำลังเข้าโหมดเอาตัวรอด3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยทำไมบางคนถึงได้ยินเสียงเป็นสี หรือเห็นตัวเลขเป็นสี ภาวะ Synesthesia ที่สมองไม่เหมือนคนทั่วไปลูกเรือหญิงไทยถูกจับที่เมลเบิร์น พบเฮโรอีนกว่า 1 กก. เสี่ยงคุก 25 ปีเพิ่งรู้ว่า วงแหวนที่ติดคอขวดน้ำดื่ม ไม่ได้มีไว้ให้จับ แต่เป็นตัวช่วยบอกว่าขวดนี้ยังไม่เคยถูกเปิดความคืบหน้าการสร้างรั้วกั้นเขตชายแดนไทย - กัมพูชา5อันดับเลขเด็ดมาแรงงวด1 กรกฎาคม 2569จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยรายการตลกไม่ได้มีแค่ความฮา แต่สอนชีวิตเราได้มากกว่าที่คิดทำไมเวลาเหงาถึงรู้สึกหนาว วิทยาศาสตร์อธิบายความเย็นจากข้างใน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ครึ่งปีหลังเงินในบ้านตึงขึ้น เช็ก 5 จุดก่อนน้ำมัน อาหาร เดินทางกินงบเพิ่งรู้ว่า วงแหวนที่ติดคอขวดน้ำดื่ม ไม่ได้มีไว้ให้จับ แต่เป็นตัวช่วยบอกว่าขวดนี้ยังไม่เคยถูกเปิดกลัวจนปวดฉี่ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง ร่างกายอาจกำลังเข้าโหมดเอาตัวรอดรายการตลกไม่ได้มีแค่ความฮา แต่สอนชีวิตเราได้มากกว่าที่คิดลูกเรือหญิงไทยถูกจับที่เมลเบิร์น พบเฮโรอีนกว่า 1 กก. เสี่ยงคุก 25 ปี5อันดับเลขเด็ดมาแรงงวด1 กรกฎาคม 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หัวเราะหนักเกินไปจนตายได้จริงไหม เรื่องนี้ไม่ใช่มุก แต่มันเกิดได้แม้จะหายากมากความลับของรอยจ้ำเลือดบนคอ ทำไมมันอยู่นานกว่ารอยช้ำทั่วไปครึ่งปีหลังเงินในบ้านตึงขึ้น เช็ก 5 จุดก่อนน้ำมัน อาหาร เดินทางกินงบทำไมจู่ๆ เราถึงรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงตอนกำลังจะหลับ (Hypnic Jerk)
ตั้งกระทู้ใหม่