ทำไมตาเราถึงมีจุดบอดที่มองไม่เห็น แต่สมองเติมภาพให้จนเราไม่รู้ตัว
ตาของเรามีจุดที่มองไม่เห็นจริง ๆ
ฟังดูแปลกมาก แต่ในดวงตาของเรามีบริเวณหนึ่งที่มองไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ เรียกว่า จุดบอด หรือ Blind Spot จุดนี้ไม่ได้เกิดจากตาเสีย ไม่ได้เกิดจากสายตาสั้น และไม่ได้เป็นโรคร้าย แต่เป็นผลจากโครงสร้างปกติของลูกตาทุกคน
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ในชีวิตประจำวันเราแทบไม่รู้สึกถึงจุดบอดนี้เลย เพราะสมองของเราฉลาดมาก มันเอาข้อมูลจากตาอีกข้าง สี พื้นผิว เส้น รูปทรง และบริบทรอบ ๆ มาเติมช่องว่างให้เนียนจนเราคิดว่าภาพตรงหน้าต่อเนื่องสมบูรณ์ตลอดเวลา
จุดบอดอยู่ตรงไหนในตา
ด้านหลังลูกตาของเรามีชั้นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า จอประสาทตา หรือเรตินา เป็นพื้นที่ที่มีเซลล์รับแสงจำนวนมาก เซลล์เหล่านี้ทำหน้าที่รับแสงจากโลกภายนอก แล้วแปลงเป็นสัญญาณประสาทส่งไปยังสมอง
แต่มีจุดหนึ่งบนจอประสาทตาที่เส้นประสาทตารวมตัวกันแล้วออกจากลูกตาไปเชื่อมกับสมอง จุดนี้เรียกว่า ขั้วประสาทตา หรือ optic disc ปัญหาคือบริเวณนี้ไม่มีเซลล์รับแสงอยู่เลย เมื่อแสงตกลงตรงจุดนี้ เราจึงมองไม่เห็นข้อมูลจากตำแหน่งนั้น
ทำไมขั้วประสาทตาถึงไม่มีเซลล์รับแสง
เพราะเส้นประสาทตาต้องมีทางออกจากลูกตาเพื่อส่งสัญญาณภาพไปยังสมอง เหมือนสายเคเบิลที่ต้องออกจากกล้องเพื่อส่งข้อมูลไปยังเครื่องประมวลผล บริเวณที่สายรวมตัวกันจึงกลายเป็นจุดที่ไม่มีพื้นที่ให้เซลล์รับแสงทำงาน
พูดง่าย ๆ คือ ดวงตาต้องยอมเสียพื้นที่รับภาพเล็ก ๆ จุดหนึ่ง เพื่อให้เส้นประสาทตาออกไปส่งข้อมูลให้สมอง ถ้าไม่มีทางออกนี้ เราก็จะรับภาพได้ แต่ส่งภาพไปให้สมองแปลผลไม่ได้อยู่ดี
แล้วทำไมเราไม่เห็นเป็นรูดำในภาพ
ถ้าดวงตาทำงานเหมือนกล้องธรรมดา เราอาจเห็นจุดดำหรือช่องว่างในภาพตลอดเวลา แต่ระบบการมองเห็นของมนุษย์ไม่ได้ทำงานแบบกล้องตรง ๆ สมองไม่ได้แค่รับภาพดิบจากตา แต่มันตีความ แก้ไข คาดเดา และเติมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
เมื่อมีจุดบอด สมองจะดูภาพรอบ ๆ จุดนั้น เช่น สีพื้นหลัง ลวดลาย เส้นขอบ หรือข้อมูลจากตาอีกข้าง แล้วเติมช่องว่างให้สอดคล้องกับสิ่งที่น่าจะอยู่ตรงนั้น เราจึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรหายไป
ตาสองข้างช่วยปิดจุดบอดให้กัน
จุดบอดของตาซ้ายและตาขวาไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกันพอดี เมื่อเราลืมตาทั้งสองข้าง ข้อมูลจากตาข้างหนึ่งจึงมักช่วยเติมบริเวณที่เป็นจุดบอดของอีกข้างได้ ทำให้ภาพรวมดูเต็มและต่อเนื่องมากขึ้น
นี่คือเหตุผลที่ปกติเราจะสังเกตจุดบอดได้ยากมาก ต้องปิดตาข้างหนึ่ง แล้วใช้ภาพทดสอบเฉพาะตำแหน่งเท่านั้น จึงจะเห็นว่ามีจุดหนึ่งที่วัตถุหายไปจากการรับรู้จริง ๆ
ลองทดสอบจุดบอดง่าย ๆ
ให้ลองทำแบบนี้ ใช้กระดาษหรือหน้าจอวางสัญลักษณ์สองอย่างไว้ห่างกัน เช่น เครื่องหมายบวกทางซ้าย และจุดกลมทางขวา จากนั้นปิดตาซ้าย มองเครื่องหมายบวกด้วยตาขวา แล้วค่อย ๆ ขยับหน้าหรือกระดาษเข้าออกช้า ๆ
เมื่อระยะพอดี จุดกลมทางขวาจะหายไปจากสายตา ทั้งที่มันยังอยู่ตรงนั้น นั่นคือภาพของจุดกลมตกลงบนบริเวณจุดบอดพอดี ตาขวาจึงรับข้อมูลตำแหน่งนั้นไม่ได้ และสมองเติมพื้นหลังให้แทน
ทำไมของที่หายไปดูเหมือนถูกลบออกอย่างเนียน
เวลาวัตถุตกลงในจุดบอด มันไม่ได้หายไปแบบเป็นรูดำเสมอไป เพราะสมองมักเติมพื้นหลังให้เนียน เช่น ถ้าจุดกลมอยู่บนพื้นสีขาว สมองจะเติมสีขาวเข้าไปแทน ถ้าอยู่บนลายเส้น สมองอาจต่อเส้นให้ดูเหมือนเส้นยังต่อเนื่อง
นี่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราเห็นไม่ใช่แค่ภาพจากตา แต่เป็นภาพที่สมองสร้างขึ้นจากข้อมูลเท่าที่มี บางครั้งสมองเติมถูกจนเราไม่รู้ตัว แต่บางครั้งการเติมภาพนี้ก็ทำให้เกิดภาพลวงตาได้เหมือนกัน
จุดบอดเป็นอันตรายไหม
จุดบอดตามธรรมชาติของดวงตาเป็นเรื่องปกติ ทุกคนมี และไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ถ้าอยู่ดี ๆ มีจุดดำ จุดมัว เงาบังภาพ แสงวาบ ม่านบังตา หรือพื้นที่มองไม่เห็นเพิ่มขึ้นจากเดิม แบบนี้ไม่ควรมองว่าเป็นจุดบอดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์
จุดบอดธรรมชาติจะอยู่ตำแหน่งเฉพาะและเราไม่รู้สึกในชีวิตประจำวัน แต่ความผิดปกติของการมองเห็นที่เกิดใหม่ โดยเฉพาะข้างเดียวหรือเกิดฉับพลัน อาจเกี่ยวกับจอประสาทตา เส้นประสาทตา หลอดเลือด หรือโรคตาอื่น ๆ ได้
การมองเห็นคือการทำงานร่วมกันของตากับสมอง
เรื่องจุดบอดทำให้เราเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า ดวงตาไม่ได้เป็นกล้องถ่ายภาพที่ส่งภาพสมบูรณ์ไปให้สมอง แต่ตาเป็นอุปกรณ์รับข้อมูล ส่วนสมองเป็นผู้แปลผลและสร้างประสบการณ์การมองเห็นขึ้นมา
ภาพที่เราคิดว่าเห็นเต็ม ๆ จึงมีทั้งข้อมูลจริงจากตา และส่วนที่สมองคาดเดาเติมให้จากประสบการณ์และบริบทโดยรอบ นี่คือเหตุผลที่มนุษย์มองโลกได้ลื่นไหล แต่ก็ถูกภาพลวงตาหลอกได้ง่ายเช่นกัน
สรุปแบบตรงไปตรงมา
ตาเรามีจุดบอด เพราะบริเวณขั้วประสาทตาที่เส้นประสาทออกจากลูกตาไม่มีเซลล์รับแสง เมื่อภาพตกลงตรงจุดนั้น ตาจึงรับข้อมูลไม่ได้จริง ๆ แต่มักไม่รู้ตัว เพราะสมองใช้ข้อมูลจากตาอีกข้างและภาพรอบ ๆ มาเติมช่องว่างให้เนียน
จุดบอดธรรมชาติเป็นเรื่องปกติและมีในทุกคน แต่ถ้ามีจุดดำ จุดมัว เงาบัง หรือพื้นที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นใหม่ ควรไปตรวจตา เพราะนั่นอาจไม่ใช่จุดบอดปกติ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “การมองเห็น” ไม่ได้เกิดจากตาอย่างเดียว แต่เป็นผลงานร่วมกันของตากับสมองที่เติมโลกให้เราเห็นสมบูรณ์กว่าความจริงเล็กน้อยเสมอ
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/69
"โอคาปี" สิ่งมีชีวิตลูกผสมแห่งแอฟริกา
ทำไมตื่นเต้นแล้วเหงื่อออกมือเท้า ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ร้อน
ที่ดินในเขตต่างจังหวัด ที่มีราคาแพงมากที่สุดในประเทศไทย
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมกระจกเงาถึงสลับซ้ายขวา แต่ไม่ยอมสลับบนล่าง ไขปริศนาฟิสิกส์ที่ทำคนเถียงกันมานาน
ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?
หมาดมก้นกันทำไม นี่คือวิธีอ่านข้อมูลส่วนตัวแบบสุนัข
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
คอนโดมิเนียมที่มีราคาแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ทำไมพังพอนกินงูเห่าได้ แม้กลืนส่วนที่มีพิษลงท้อง
"โอคาปี" สิ่งมีชีวิตลูกผสมแห่งแอฟริกา
ทำไมตื่นเต้นแล้วเหงื่อออกมือเท้า ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ร้อน
ทำไมกระจกเงาถึงสลับซ้ายขวา แต่ไม่ยอมสลับบนล่าง ไขปริศนาฟิสิกส์ที่ทำคนเถียงกันมานาน
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทย มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง


