หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมตาเราถึงมีจุดบอดที่มองไม่เห็น แต่สมองเติมภาพให้จนเราไม่รู้ตัว

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ตาของเรามีจุดที่มองไม่เห็นจริง ๆ

ฟังดูแปลกมาก แต่ในดวงตาของเรามีบริเวณหนึ่งที่มองไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ เรียกว่า จุดบอด หรือ Blind Spot จุดนี้ไม่ได้เกิดจากตาเสีย ไม่ได้เกิดจากสายตาสั้น และไม่ได้เป็นโรคร้าย แต่เป็นผลจากโครงสร้างปกติของลูกตาทุกคน

สิ่งที่น่าทึ่งคือ ในชีวิตประจำวันเราแทบไม่รู้สึกถึงจุดบอดนี้เลย เพราะสมองของเราฉลาดมาก มันเอาข้อมูลจากตาอีกข้าง สี พื้นผิว เส้น รูปทรง และบริบทรอบ ๆ มาเติมช่องว่างให้เนียนจนเราคิดว่าภาพตรงหน้าต่อเนื่องสมบูรณ์ตลอดเวลา

จุดบอดอยู่ตรงไหนในตา

ด้านหลังลูกตาของเรามีชั้นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า จอประสาทตา หรือเรตินา เป็นพื้นที่ที่มีเซลล์รับแสงจำนวนมาก เซลล์เหล่านี้ทำหน้าที่รับแสงจากโลกภายนอก แล้วแปลงเป็นสัญญาณประสาทส่งไปยังสมอง

แต่มีจุดหนึ่งบนจอประสาทตาที่เส้นประสาทตารวมตัวกันแล้วออกจากลูกตาไปเชื่อมกับสมอง จุดนี้เรียกว่า ขั้วประสาทตา หรือ optic disc ปัญหาคือบริเวณนี้ไม่มีเซลล์รับแสงอยู่เลย เมื่อแสงตกลงตรงจุดนี้ เราจึงมองไม่เห็นข้อมูลจากตำแหน่งนั้น

ทำไมขั้วประสาทตาถึงไม่มีเซลล์รับแสง

เพราะเส้นประสาทตาต้องมีทางออกจากลูกตาเพื่อส่งสัญญาณภาพไปยังสมอง เหมือนสายเคเบิลที่ต้องออกจากกล้องเพื่อส่งข้อมูลไปยังเครื่องประมวลผล บริเวณที่สายรวมตัวกันจึงกลายเป็นจุดที่ไม่มีพื้นที่ให้เซลล์รับแสงทำงาน

พูดง่าย ๆ คือ ดวงตาต้องยอมเสียพื้นที่รับภาพเล็ก ๆ จุดหนึ่ง เพื่อให้เส้นประสาทตาออกไปส่งข้อมูลให้สมอง ถ้าไม่มีทางออกนี้ เราก็จะรับภาพได้ แต่ส่งภาพไปให้สมองแปลผลไม่ได้อยู่ดี

แล้วทำไมเราไม่เห็นเป็นรูดำในภาพ

ถ้าดวงตาทำงานเหมือนกล้องธรรมดา เราอาจเห็นจุดดำหรือช่องว่างในภาพตลอดเวลา แต่ระบบการมองเห็นของมนุษย์ไม่ได้ทำงานแบบกล้องตรง ๆ สมองไม่ได้แค่รับภาพดิบจากตา แต่มันตีความ แก้ไข คาดเดา และเติมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

เมื่อมีจุดบอด สมองจะดูภาพรอบ ๆ จุดนั้น เช่น สีพื้นหลัง ลวดลาย เส้นขอบ หรือข้อมูลจากตาอีกข้าง แล้วเติมช่องว่างให้สอดคล้องกับสิ่งที่น่าจะอยู่ตรงนั้น เราจึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรหายไป

ตาสองข้างช่วยปิดจุดบอดให้กัน

จุดบอดของตาซ้ายและตาขวาไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกันพอดี เมื่อเราลืมตาทั้งสองข้าง ข้อมูลจากตาข้างหนึ่งจึงมักช่วยเติมบริเวณที่เป็นจุดบอดของอีกข้างได้ ทำให้ภาพรวมดูเต็มและต่อเนื่องมากขึ้น

นี่คือเหตุผลที่ปกติเราจะสังเกตจุดบอดได้ยากมาก ต้องปิดตาข้างหนึ่ง แล้วใช้ภาพทดสอบเฉพาะตำแหน่งเท่านั้น จึงจะเห็นว่ามีจุดหนึ่งที่วัตถุหายไปจากการรับรู้จริง ๆ

ลองทดสอบจุดบอดง่าย ๆ

ให้ลองทำแบบนี้ ใช้กระดาษหรือหน้าจอวางสัญลักษณ์สองอย่างไว้ห่างกัน เช่น เครื่องหมายบวกทางซ้าย และจุดกลมทางขวา จากนั้นปิดตาซ้าย มองเครื่องหมายบวกด้วยตาขวา แล้วค่อย ๆ ขยับหน้าหรือกระดาษเข้าออกช้า ๆ

เมื่อระยะพอดี จุดกลมทางขวาจะหายไปจากสายตา ทั้งที่มันยังอยู่ตรงนั้น นั่นคือภาพของจุดกลมตกลงบนบริเวณจุดบอดพอดี ตาขวาจึงรับข้อมูลตำแหน่งนั้นไม่ได้ และสมองเติมพื้นหลังให้แทน

ทำไมของที่หายไปดูเหมือนถูกลบออกอย่างเนียน

เวลาวัตถุตกลงในจุดบอด มันไม่ได้หายไปแบบเป็นรูดำเสมอไป เพราะสมองมักเติมพื้นหลังให้เนียน เช่น ถ้าจุดกลมอยู่บนพื้นสีขาว สมองจะเติมสีขาวเข้าไปแทน ถ้าอยู่บนลายเส้น สมองอาจต่อเส้นให้ดูเหมือนเส้นยังต่อเนื่อง

นี่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราเห็นไม่ใช่แค่ภาพจากตา แต่เป็นภาพที่สมองสร้างขึ้นจากข้อมูลเท่าที่มี บางครั้งสมองเติมถูกจนเราไม่รู้ตัว แต่บางครั้งการเติมภาพนี้ก็ทำให้เกิดภาพลวงตาได้เหมือนกัน

จุดบอดเป็นอันตรายไหม

จุดบอดตามธรรมชาติของดวงตาเป็นเรื่องปกติ ทุกคนมี และไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ถ้าอยู่ดี ๆ มีจุดดำ จุดมัว เงาบังภาพ แสงวาบ ม่านบังตา หรือพื้นที่มองไม่เห็นเพิ่มขึ้นจากเดิม แบบนี้ไม่ควรมองว่าเป็นจุดบอดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์

จุดบอดธรรมชาติจะอยู่ตำแหน่งเฉพาะและเราไม่รู้สึกในชีวิตประจำวัน แต่ความผิดปกติของการมองเห็นที่เกิดใหม่ โดยเฉพาะข้างเดียวหรือเกิดฉับพลัน อาจเกี่ยวกับจอประสาทตา เส้นประสาทตา หลอดเลือด หรือโรคตาอื่น ๆ ได้

การมองเห็นคือการทำงานร่วมกันของตากับสมอง

เรื่องจุดบอดทำให้เราเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า ดวงตาไม่ได้เป็นกล้องถ่ายภาพที่ส่งภาพสมบูรณ์ไปให้สมอง แต่ตาเป็นอุปกรณ์รับข้อมูล ส่วนสมองเป็นผู้แปลผลและสร้างประสบการณ์การมองเห็นขึ้นมา

ภาพที่เราคิดว่าเห็นเต็ม ๆ จึงมีทั้งข้อมูลจริงจากตา และส่วนที่สมองคาดเดาเติมให้จากประสบการณ์และบริบทโดยรอบ นี่คือเหตุผลที่มนุษย์มองโลกได้ลื่นไหล แต่ก็ถูกภาพลวงตาหลอกได้ง่ายเช่นกัน

สรุปแบบตรงไปตรงมา

ตาเรามีจุดบอด เพราะบริเวณขั้วประสาทตาที่เส้นประสาทออกจากลูกตาไม่มีเซลล์รับแสง เมื่อภาพตกลงตรงจุดนั้น ตาจึงรับข้อมูลไม่ได้จริง ๆ แต่มักไม่รู้ตัว เพราะสมองใช้ข้อมูลจากตาอีกข้างและภาพรอบ ๆ มาเติมช่องว่างให้เนียน

จุดบอดธรรมชาติเป็นเรื่องปกติและมีในทุกคน แต่ถ้ามีจุดดำ จุดมัว เงาบัง หรือพื้นที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นใหม่ ควรไปตรวจตา เพราะนั่นอาจไม่ใช่จุดบอดปกติ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “การมองเห็น” ไม่ได้เกิดจากตาอย่างเดียว แต่เป็นผลงานร่วมกันของตากับสมองที่เติมโลกให้เราเห็นสมบูรณ์กว่าความจริงเล็กน้อยเสมอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิมรวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/69"โอคาปี" สิ่งมีชีวิตลูกผสมแห่งแอฟริกาทำไมตื่นเต้นแล้วเหงื่อออกมือเท้า ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ร้อนที่ดินในเขตต่างจังหวัด ที่มีราคาแพงมากที่สุดในประเทศไทย10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยทำไมกระจกเงาถึงสลับซ้ายขวา แต่ไม่ยอมสลับบนล่าง ไขปริศนาฟิสิกส์ที่ทำคนเถียงกันมานานทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?หมาดมก้นกันทำไม นี่คือวิธีอ่านข้อมูลส่วนตัวแบบสุนัข3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอนโดมิเนียมที่มีราคาแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยทำไมพังพอนกินงูเห่าได้ แม้กลืนส่วนที่มีพิษลงท้อง"โอคาปี" สิ่งมีชีวิตลูกผสมแห่งแอฟริกาทำไมตื่นเต้นแล้วเหงื่อออกมือเท้า ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ร้อนทำไมกระจกเงาถึงสลับซ้ายขวา แต่ไม่ยอมสลับบนล่าง ไขปริศนาฟิสิกส์ที่ทำคนเถียงกันมานานประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทย มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดตำนานผู้บุกเบิก: เรื่องราวของภาพยนตร์ AV เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นBox Breathing ลดเครียด ดึงสติ ผู้ เชี่ยวชาญเผยช่วยแฮกสมองให้สมดุลทำไมตื่นเต้นแล้วเหงื่อออกมือเท้า ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ร้อนที่ดินในเขตต่างจังหวัด ที่มีราคาแพงมากที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่