มือถือแอบฟังเราจริงไหม ทำไมพูดอะไรแล้วโฆษณาเด้งจัง
หลายคนเคยเจอเหตุการณ์ที่ชวนขนลุกมาก คือเพิ่งพูดกับเพื่อนว่าอยากซื้อรองเท้า อยากไปเที่ยวทะเล อยากกินอาหารเสริม หรือกำลังคิดจะซ่อมแอร์ ผ่านไปไม่นานโฆษณาเรื่องนั้นก็เด้งขึ้นมาบนมือถือทันที จนอดสงสัยไม่ได้ว่า มือถือกำลังแอบฟังเราหรือเปล่า
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ โดยทั่วไปโฆษณาที่เด้งขึ้นมาไม่ได้จำเป็นต้องมาจากการแอบฟังเสียงตลอดเวลาเสมอไป แต่เกิดจากระบบติดตามพฤติกรรมและอัลกอริทึมที่รู้จักเราเยอะกว่าที่เราคิดมาก ทั้งสิ่งที่ค้นหา สิ่งที่กดดู สถานที่ที่ไป คนที่อยู่ใกล้ เพจที่ติดตาม แอปที่ใช้ และข้อมูลจากเว็บไซต์หรือร้านค้าที่เราเคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
อย่างไรก็ตาม เรื่องไมโครโฟนก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะแอปบางประเภทต้องขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟนจริง เช่น แอปโทรคุย แอปประชุม แอปอัดเสียง แอปกล้อง หรือแอปโซเชียลที่ใช้ถ่ายคลิป ถ้าเราให้สิทธิ์ไว้โดยไม่เคยตรวจสอบ ก็อาจเปิดช่องให้แอปเข้าถึงไมโครโฟนได้ในบางสถานการณ์ ดังนั้นคำตอบที่ดีที่สุดคือ ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรรู้เท่าทันและจัดการสิทธิ์ให้รอบคอบ
ทำไมโฆษณาถึงดูเหมือนรู้ว่าเราคุยอะไรกัน
สาเหตุหลักคือระบบโฆษณาไม่ได้เดาจากข้อมูลแค่ชิ้นเดียว แต่เอาข้อมูลหลายชิ้นมาต่อกันจนดูเหมือนอ่านใจเราได้ เช่น เมื่อวานเราอาจค้นหาร้านกาแฟ วันนี้เพื่อนที่อยู่ใกล้เราอาจค้นหารองเท้า แล้วเราเคยดูวิดีโอเกี่ยวกับแฟชั่นมาก่อน ระบบก็อาจเดาว่าเราน่าจะสนใจสินค้าคล้ายกัน
บางครั้งเราพูดเรื่องหนึ่งเพราะก่อนหน้านั้นเราเห็นมันผ่านตาในโซเชียลโดยไม่รู้ตัว เช่น เห็นโฆษณาแวบหนึ่ง เห็นเพื่อนแชร์ เห็นคลิปผ่านหน้าฟีด แล้วเรื่องนั้นค้างอยู่ในหัว พอเราพูดออกมา หลังจากนั้นโฆษณาเด้งอีกครั้ง เราจึงรู้สึกว่าโฆษณามาหลังจากคำพูด ทั้งที่จริงระบบอาจเริ่มจัดเราอยู่ในกลุ่มสนใจเรื่องนั้นไปก่อนแล้ว
นี่คือสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์นี้น่ากลัวมาก เพราะจากมุมของผู้ใช้ มันเหมือนมือถือได้ยินสิ่งที่เพิ่งพูด แต่จากมุมของระบบโฆษณา มันอาจมาจากข้อมูลพฤติกรรมจำนวนมากที่ถูกเก็บและวิเคราะห์อยู่แล้ว
อัลกอริทึมไม่ได้ฟังอย่างเดียว แต่ตามรอยพฤติกรรมเรา
แพลตฟอร์มโฆษณาสามารถเรียนรู้ความสนใจจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ เช่น กดถูกใจ ดูคลิปนาน หยุดดูสินค้าบางแบบ ค้นหาคำบางคำ เข้าเว็บไซต์บางหน้า กดใส่ตะกร้าแต่ไม่ซื้อ หรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีร้านค้าบางประเภทบ่อยๆ
ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อจัดเราเข้าเป็นกลุ่ม เช่น คนสนใจท่องเที่ยว คนกำลังจะแต่งบ้าน คนมีลูกเล็ก คนชอบออกกำลังกาย คนกำลังมองหารถ หรือคนที่มีแนวโน้มจะซื้อของบางประเภทในช่วงนี้
พอระบบจัดกลุ่มเราได้ โฆษณาที่เราเห็นก็จะเริ่มตรงขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งตรงเกินไปและทำให้รู้สึกเหมือนถูกฟัง ทั้งที่จริงอาจเป็นผลจากการตามรอยพฤติกรรมหลายช่องทางมากกว่าเสียงพูดเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลจากคนรอบตัวก็ทำให้โฆษณาแม่นขึ้น
อีกเหตุผลที่หลายคนไม่ทันคิดคือระบบอาจใช้สัญญาณจากคนรอบตัวด้วย เช่น เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ Wi-Fi เดียวกัน อยู่ตำแหน่งเดียวกันบ่อยๆ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในโซเชียล ระบบอาจเดาว่าคนกลุ่มนี้มีความสนใจบางอย่างใกล้กัน
ตัวอย่างเช่น เราไม่ได้ค้นหาเครื่องกรองน้ำ แต่คนในบ้านค้นหาไว้หลายครั้ง ต่อมาเราเห็นโฆษณาเครื่องกรองน้ำบนมือถือของตัวเอง ก็อาจรู้สึกเหมือนมือถือแอบฟังตอนคุยกัน ทั้งที่ข้อมูลอาจมาจากพฤติกรรมของคนในเครือข่ายเดียวกันหรือกลุ่มที่ระบบมองว่าเกี่ยวข้องกัน
นี่ทำให้โฆษณาดูฉลาดขึ้นมาก เพราะมันไม่ได้รู้แค่เราเป็นใคร แต่พยายามเดาด้วยว่าเราคล้ายใคร อยู่กับใคร และน่าจะสนใจเรื่องอะไรจากสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลรอบตัวเรา
ไมโครโฟนยังเป็นสิทธิ์ที่ต้องระวัง
แม้โฆษณาส่วนใหญ่จะอธิบายได้จากข้อมูลพฤติกรรม แต่สิทธิ์ไมโครโฟนยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแอปที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนสามารถเข้าถึงเสียงได้เมื่อมีการใช้งานตามเงื่อนไขของระบบปฏิบัติการและสิทธิ์ที่เราให้ไว้
แอปที่สมเหตุสมผลในการขอไมโครโฟน เช่น แอปโทรศัพท์ แอปประชุม แอปอัดเสียง แอปกล้อง แอปแชตเสียง หรือแอปตัดต่อวิดีโอ แต่ถ้าแอปไฟฉาย แอปแต่งรูปธรรมดา แอปคำนวณ หรือแอปที่ไม่เกี่ยวกับเสียงเลยขอไมโครโฟน ก็ควรตั้งคำถามว่ามันจำเป็นจริงไหม
หลักง่ายๆ คือ แอปควรได้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน ถ้าไม่รู้ว่าทำไมแอปนั้นต้องใช้ไมโครโฟน ปิดไว้ก่อนมักปลอดภัยกว่า แล้วค่อยเปิดเฉพาะตอนที่ต้องใช้จริง
สัญญาณบนหน้าจอช่วยบอกว่าไมค์หรือกล้องกำลังถูกใช้
มือถือรุ่นใหม่ทั้ง iPhone และ Android มีสัญญาณบอกเมื่อมีแอปใช้ไมโครโฟนหรือกล้อง เช่น จุดสีหรือไอคอนบริเวณด้านบนของหน้าจอ สัญญาณนี้มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าเซ็นเซอร์สำคัญกำลังทำงานอยู่
ถ้าเห็นสัญญาณไมโครโฟนขึ้นตอนกำลังใช้แอปประชุมหรืออัดเสียง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเห็นขึ้นในจังหวะที่ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันเสียง หรือแอปที่ไม่ควรใช้ไมค์กำลังเข้าถึงไมค์ ก็ควรเข้าไปตรวจสอบสิทธิ์ทันที
อย่ามองข้ามสัญญาณเล็กๆ เหล่านี้ เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรารู้ทันว่าแอปใดกำลังใช้ฮาร์ดแวร์สำคัญของเครื่องอยู่
วิธีปิดไมโครโฟนใน iPhone
ถ้าใช้ iPhone ให้เข้าไปที่ Settings หรือการตั้งค่า จากนั้นเลือก Privacy & Security หรือความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วเลือก Microphone หรือไมโครโฟน จากนั้นจะเห็นรายชื่อแอปที่เคยขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน
ให้ปิดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็น เช่น แอปที่ไม่ได้ใช้เสียง แอปที่ไม่ค่อยได้เปิด หรือแอปที่เราไม่ไว้ใจ ถ้าภายหลังจำเป็นต้องใช้เสียง แอปจะขออนุญาตอีกครั้ง หรือเราสามารถกลับมาเปิดเองได้
นอกจากนี้ iPhone ยังมี App Privacy Report ที่ช่วยให้ดูได้ว่าแอปต่างๆ เข้าถึงข้อมูลหรือเซ็นเซอร์อะไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา ถ้าเปิดใช้และตรวจเป็นระยะ จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแอปไหนใช้สิทธิ์มากเกินไปหรือไม่
วิธีปิดไมโครโฟนใน Android
ถ้าใช้ Android ให้เข้าไปที่ Settings หรือการตั้งค่า จากนั้นมองหาเมนู Privacy หรือ Security & Privacy แล้วเข้า Permission manager หรือการจัดการสิทธิ์ จากนั้นเลือก Microphone เพื่อดูว่าแอปไหนได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนบ้าง
ให้เลือกแอปที่ไม่จำเป็น แล้วเปลี่ยนเป็นไม่อนุญาต หรือให้อนุญาตเฉพาะขณะใช้งานแอป ถ้าเครื่องมีปุ่มปิดไมโครโฟนทั้งระบบในหน้า Quick Settings ก็สามารถใช้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้
มือถือ Android หลายรุ่นยังแสดงจุดหรือไอคอนสีเมื่อกล้องหรือไมค์ถูกใช้ ถ้าเห็นขึ้นผิดเวลา ให้กดดูรายละเอียดหรือเข้าไปตรวจสิทธิ์ของแอปทันที
ปิดการติดตามโฆษณาก็ช่วยลดความแม่นได้
การปิดไมโครโฟนช่วยเรื่องการเข้าถึงเสียง แต่ถ้าอยากลดโฆษณาที่ตามติดมากเกินไป ต้องดูเรื่องการติดตามโฆษณาด้วย เพราะโฆษณาแม่นๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไมค์อย่างเดียว แต่มาจากข้อมูลพฤติกรรมและการติดตามข้ามแอปหรือเว็บไซต์
ใน iPhone สามารถเข้า Settings เลือก Privacy & Security แล้วดูหัวข้อ Tracking เพื่อปิดไม่ให้แอปขอติดตามข้ามแอปได้ ส่วนใน Android สามารถดูเมนู Ads หรือ Ad Privacy และรีเซ็ตหรือลดการปรับแต่งโฆษณาตามตัวเครื่องได้ตามรุ่นและเวอร์ชัน
การตั้งค่าเหล่านี้ไม่ได้ทำให้โฆษณาหายไปทั้งหมด แต่จะช่วยลดระดับการติดตามและทำให้โฆษณาเจาะจงตัวเราน้อยลง
ล้างประวัติและจัดการคุกกี้ก็สำคัญ
เว็บไซต์จำนวนมากใช้คุกกี้หรือเครื่องมือติดตามเพื่อจำว่าเราเคยเข้าเว็บไหน ดูสินค้าอะไร หรือทิ้งอะไรไว้ในตะกร้า พอเราออกจากเว็บนั้นไป โฆษณาสินค้าเดิมจึงตามไปปรากฏในแอปหรือเว็บไซต์อื่นได้
ถ้าไม่อยากให้โฆษณาตามมากเกินไป ควรล้างประวัติการท่องเว็บและคุกกี้เป็นระยะ ใช้โหมดส่วนตัวเมื่อต้องค้นหาเรื่องที่ไม่อยากให้ตามต่อ และระวังการกดยอมรับคุกกี้ทุกเว็บโดยไม่อ่านอะไรเลย
นอกจากนี้ควรออกจากระบบบัญชีในบางเว็บเมื่อไม่ใช้งาน และหลีกเลี่ยงการผูกทุกอย่างเข้ากับบัญชีเดียวถ้าไม่จำเป็น เพราะยิ่งบัญชีเดียวเชื่อมหลายบริการ ระบบก็ยิ่งต่อภาพพฤติกรรมของเราได้ง่ายขึ้น
แอปฟรีไม่ได้ฟรีเสมอไป
แอปฟรีจำนวนมากหารายได้จากโฆษณาและข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้ ไม่ได้แปลว่าแอปเหล่านี้ผิดเสมอไป แต่ผู้ใช้ควรรู้ว่าโมเดลธุรกิจของแอปฟรีจำนวนมากคือการทำให้โฆษณาแม่นขึ้นและขายพื้นที่โฆษณาได้ดีขึ้น
ถ้าแอปหนึ่งฟรีมาก ใช้งานได้เยอะ และขอสิทธิ์หลายอย่างเกินความจำเป็น เราควรถามว่าแอปนี้ได้ประโยชน์จากอะไร และสิทธิ์ที่เรายอมให้คุ้มกับความสะดวกที่ได้รับหรือไม่
บางครั้งการจ่ายเงินให้บริการที่น่าเชื่อถือ ไม่มีโฆษณาหนัก และขอสิทธิ์น้อยกว่า อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะแอปที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว งาน เอกสาร สุขภาพ หรือการเงิน
แล้วมือถือแอบฟังจริงไหม
คำตอบที่ยุติธรรมที่สุดคือ เราไม่ควรสรุปว่ามือถือทุกเครื่องแอบฟังตลอดเวลาเพื่อยิงโฆษณา เพราะการยิงโฆษณาแม่นๆ อธิบายได้ด้วยข้อมูลพฤติกรรมจำนวนมากที่ระบบมีอยู่แล้ว และการฟังเสียงตลอดเวลายังมีต้นทุนสูง ทั้งแบตเตอรี่ การประมวลผล ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ
แต่ก็ไม่ควรประมาทจนคิดว่าไม่มีแอปไหนเข้าถึงไมโครโฟนได้เลย เพราะถ้าเราเคยให้สิทธิ์ แอปบางตัวอาจใช้ไมโครโฟนเมื่อมีฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง และแอปที่ไม่น่าไว้ใจก็อาจใช้สิทธิ์เกินความจำเป็นได้
ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่กลัวจนไม่ใช้มือถือ แต่คือใช้มือถือแบบรู้สิทธิ์ของตัวเอง ตรวจสิทธิ์แอปเป็นระยะ และลดการติดตามที่ไม่จำเป็น
วิธีเช็กความเป็นส่วนตัวแบบเร็วๆ
เริ่มจากเข้าไปดูสิทธิ์ไมโครโฟนของทุกแอป แล้วปิดแอปที่ไม่จำเป็น จากนั้นดูสิทธิ์กล้อง ตำแหน่ง รูปภาพ รายชื่อ และบลูทูธ เพราะข้อมูลเหล่านี้ก็ช่วยให้ระบบรู้จักเราได้มากเช่นกัน
ต่อมาคือดูการตั้งค่าโฆษณาและการติดตาม ปิดการติดตามข้ามแอปเท่าที่ทำได้ รีเซ็ต advertising ID หรือข้อมูลโฆษณาเป็นระยะ และลบแอปที่ไม่ได้ใช้มานาน โดยเฉพาะแอปที่ขอสิทธิ์เยอะผิดปกติ
สุดท้ายคือฝึกสังเกตสัญญาณไมค์และกล้องบนหน้าจอ ถ้าเห็นขึ้นผิดเวลา อย่ามองข้าม ให้เข้าไปตรวจว่าแอปไหนใช้อยู่ แล้วปิดสิทธิ์ทันทีถ้าไม่จำเป็น
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้น
เผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
ทริกเปลี่ยนมือถือเครื่องเก่าให้เป็นกล้องวงจรปิดฟรี ไม่ต้องซื้อใหม่
ปล่อยนกปล่อยปลา ได้บุญ หรือ สนับสนุนธุรกิจบาป
ฝรั่งเศสร้อนมาก! หลายคนแห่ซื้อแอร์และพัดลมดับร้อน ทำเอาห้างดังคิวแน่นเพียบ
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า
เผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม
ทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้น
แฮงก์เหล้าไม่ได้เกิดจากขาดน้ำอย่างเดียว
"นอร์เวย์" สั่งแบน AI ในโรงเรียนประถมแล้ว
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย


