หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มือถือแอบฟังเราจริงไหม ทำไมพูดอะไรแล้วโฆษณาเด้งจัง

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนเคยเจอเหตุการณ์ที่ชวนขนลุกมาก คือเพิ่งพูดกับเพื่อนว่าอยากซื้อรองเท้า อยากไปเที่ยวทะเล อยากกินอาหารเสริม หรือกำลังคิดจะซ่อมแอร์ ผ่านไปไม่นานโฆษณาเรื่องนั้นก็เด้งขึ้นมาบนมือถือทันที จนอดสงสัยไม่ได้ว่า มือถือกำลังแอบฟังเราหรือเปล่า

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ โดยทั่วไปโฆษณาที่เด้งขึ้นมาไม่ได้จำเป็นต้องมาจากการแอบฟังเสียงตลอดเวลาเสมอไป แต่เกิดจากระบบติดตามพฤติกรรมและอัลกอริทึมที่รู้จักเราเยอะกว่าที่เราคิดมาก ทั้งสิ่งที่ค้นหา สิ่งที่กดดู สถานที่ที่ไป คนที่อยู่ใกล้ เพจที่ติดตาม แอปที่ใช้ และข้อมูลจากเว็บไซต์หรือร้านค้าที่เราเคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องไมโครโฟนก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะแอปบางประเภทต้องขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟนจริง เช่น แอปโทรคุย แอปประชุม แอปอัดเสียง แอปกล้อง หรือแอปโซเชียลที่ใช้ถ่ายคลิป ถ้าเราให้สิทธิ์ไว้โดยไม่เคยตรวจสอบ ก็อาจเปิดช่องให้แอปเข้าถึงไมโครโฟนได้ในบางสถานการณ์ ดังนั้นคำตอบที่ดีที่สุดคือ ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรรู้เท่าทันและจัดการสิทธิ์ให้รอบคอบ

ทำไมโฆษณาถึงดูเหมือนรู้ว่าเราคุยอะไรกัน

สาเหตุหลักคือระบบโฆษณาไม่ได้เดาจากข้อมูลแค่ชิ้นเดียว แต่เอาข้อมูลหลายชิ้นมาต่อกันจนดูเหมือนอ่านใจเราได้ เช่น เมื่อวานเราอาจค้นหาร้านกาแฟ วันนี้เพื่อนที่อยู่ใกล้เราอาจค้นหารองเท้า แล้วเราเคยดูวิดีโอเกี่ยวกับแฟชั่นมาก่อน ระบบก็อาจเดาว่าเราน่าจะสนใจสินค้าคล้ายกัน

บางครั้งเราพูดเรื่องหนึ่งเพราะก่อนหน้านั้นเราเห็นมันผ่านตาในโซเชียลโดยไม่รู้ตัว เช่น เห็นโฆษณาแวบหนึ่ง เห็นเพื่อนแชร์ เห็นคลิปผ่านหน้าฟีด แล้วเรื่องนั้นค้างอยู่ในหัว พอเราพูดออกมา หลังจากนั้นโฆษณาเด้งอีกครั้ง เราจึงรู้สึกว่าโฆษณามาหลังจากคำพูด ทั้งที่จริงระบบอาจเริ่มจัดเราอยู่ในกลุ่มสนใจเรื่องนั้นไปก่อนแล้ว

นี่คือสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์นี้น่ากลัวมาก เพราะจากมุมของผู้ใช้ มันเหมือนมือถือได้ยินสิ่งที่เพิ่งพูด แต่จากมุมของระบบโฆษณา มันอาจมาจากข้อมูลพฤติกรรมจำนวนมากที่ถูกเก็บและวิเคราะห์อยู่แล้ว

อัลกอริทึมไม่ได้ฟังอย่างเดียว แต่ตามรอยพฤติกรรมเรา

แพลตฟอร์มโฆษณาสามารถเรียนรู้ความสนใจจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ เช่น กดถูกใจ ดูคลิปนาน หยุดดูสินค้าบางแบบ ค้นหาคำบางคำ เข้าเว็บไซต์บางหน้า กดใส่ตะกร้าแต่ไม่ซื้อ หรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีร้านค้าบางประเภทบ่อยๆ

ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อจัดเราเข้าเป็นกลุ่ม เช่น คนสนใจท่องเที่ยว คนกำลังจะแต่งบ้าน คนมีลูกเล็ก คนชอบออกกำลังกาย คนกำลังมองหารถ หรือคนที่มีแนวโน้มจะซื้อของบางประเภทในช่วงนี้

พอระบบจัดกลุ่มเราได้ โฆษณาที่เราเห็นก็จะเริ่มตรงขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งตรงเกินไปและทำให้รู้สึกเหมือนถูกฟัง ทั้งที่จริงอาจเป็นผลจากการตามรอยพฤติกรรมหลายช่องทางมากกว่าเสียงพูดเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจากคนรอบตัวก็ทำให้โฆษณาแม่นขึ้น

อีกเหตุผลที่หลายคนไม่ทันคิดคือระบบอาจใช้สัญญาณจากคนรอบตัวด้วย เช่น เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ Wi-Fi เดียวกัน อยู่ตำแหน่งเดียวกันบ่อยๆ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในโซเชียล ระบบอาจเดาว่าคนกลุ่มนี้มีความสนใจบางอย่างใกล้กัน

ตัวอย่างเช่น เราไม่ได้ค้นหาเครื่องกรองน้ำ แต่คนในบ้านค้นหาไว้หลายครั้ง ต่อมาเราเห็นโฆษณาเครื่องกรองน้ำบนมือถือของตัวเอง ก็อาจรู้สึกเหมือนมือถือแอบฟังตอนคุยกัน ทั้งที่ข้อมูลอาจมาจากพฤติกรรมของคนในเครือข่ายเดียวกันหรือกลุ่มที่ระบบมองว่าเกี่ยวข้องกัน

นี่ทำให้โฆษณาดูฉลาดขึ้นมาก เพราะมันไม่ได้รู้แค่เราเป็นใคร แต่พยายามเดาด้วยว่าเราคล้ายใคร อยู่กับใคร และน่าจะสนใจเรื่องอะไรจากสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลรอบตัวเรา

ไมโครโฟนยังเป็นสิทธิ์ที่ต้องระวัง

แม้โฆษณาส่วนใหญ่จะอธิบายได้จากข้อมูลพฤติกรรม แต่สิทธิ์ไมโครโฟนยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแอปที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนสามารถเข้าถึงเสียงได้เมื่อมีการใช้งานตามเงื่อนไขของระบบปฏิบัติการและสิทธิ์ที่เราให้ไว้

แอปที่สมเหตุสมผลในการขอไมโครโฟน เช่น แอปโทรศัพท์ แอปประชุม แอปอัดเสียง แอปกล้อง แอปแชตเสียง หรือแอปตัดต่อวิดีโอ แต่ถ้าแอปไฟฉาย แอปแต่งรูปธรรมดา แอปคำนวณ หรือแอปที่ไม่เกี่ยวกับเสียงเลยขอไมโครโฟน ก็ควรตั้งคำถามว่ามันจำเป็นจริงไหม

หลักง่ายๆ คือ แอปควรได้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน ถ้าไม่รู้ว่าทำไมแอปนั้นต้องใช้ไมโครโฟน ปิดไว้ก่อนมักปลอดภัยกว่า แล้วค่อยเปิดเฉพาะตอนที่ต้องใช้จริง

สัญญาณบนหน้าจอช่วยบอกว่าไมค์หรือกล้องกำลังถูกใช้

มือถือรุ่นใหม่ทั้ง iPhone และ Android มีสัญญาณบอกเมื่อมีแอปใช้ไมโครโฟนหรือกล้อง เช่น จุดสีหรือไอคอนบริเวณด้านบนของหน้าจอ สัญญาณนี้มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าเซ็นเซอร์สำคัญกำลังทำงานอยู่

ถ้าเห็นสัญญาณไมโครโฟนขึ้นตอนกำลังใช้แอปประชุมหรืออัดเสียง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเห็นขึ้นในจังหวะที่ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันเสียง หรือแอปที่ไม่ควรใช้ไมค์กำลังเข้าถึงไมค์ ก็ควรเข้าไปตรวจสอบสิทธิ์ทันที

อย่ามองข้ามสัญญาณเล็กๆ เหล่านี้ เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรารู้ทันว่าแอปใดกำลังใช้ฮาร์ดแวร์สำคัญของเครื่องอยู่

วิธีปิดไมโครโฟนใน iPhone

ถ้าใช้ iPhone ให้เข้าไปที่ Settings หรือการตั้งค่า จากนั้นเลือก Privacy & Security หรือความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วเลือก Microphone หรือไมโครโฟน จากนั้นจะเห็นรายชื่อแอปที่เคยขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน

ให้ปิดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็น เช่น แอปที่ไม่ได้ใช้เสียง แอปที่ไม่ค่อยได้เปิด หรือแอปที่เราไม่ไว้ใจ ถ้าภายหลังจำเป็นต้องใช้เสียง แอปจะขออนุญาตอีกครั้ง หรือเราสามารถกลับมาเปิดเองได้

นอกจากนี้ iPhone ยังมี App Privacy Report ที่ช่วยให้ดูได้ว่าแอปต่างๆ เข้าถึงข้อมูลหรือเซ็นเซอร์อะไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา ถ้าเปิดใช้และตรวจเป็นระยะ จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแอปไหนใช้สิทธิ์มากเกินไปหรือไม่

วิธีปิดไมโครโฟนใน Android

ถ้าใช้ Android ให้เข้าไปที่ Settings หรือการตั้งค่า จากนั้นมองหาเมนู Privacy หรือ Security & Privacy แล้วเข้า Permission manager หรือการจัดการสิทธิ์ จากนั้นเลือก Microphone เพื่อดูว่าแอปไหนได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนบ้าง

ให้เลือกแอปที่ไม่จำเป็น แล้วเปลี่ยนเป็นไม่อนุญาต หรือให้อนุญาตเฉพาะขณะใช้งานแอป ถ้าเครื่องมีปุ่มปิดไมโครโฟนทั้งระบบในหน้า Quick Settings ก็สามารถใช้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้

มือถือ Android หลายรุ่นยังแสดงจุดหรือไอคอนสีเมื่อกล้องหรือไมค์ถูกใช้ ถ้าเห็นขึ้นผิดเวลา ให้กดดูรายละเอียดหรือเข้าไปตรวจสิทธิ์ของแอปทันที

ปิดการติดตามโฆษณาก็ช่วยลดความแม่นได้

การปิดไมโครโฟนช่วยเรื่องการเข้าถึงเสียง แต่ถ้าอยากลดโฆษณาที่ตามติดมากเกินไป ต้องดูเรื่องการติดตามโฆษณาด้วย เพราะโฆษณาแม่นๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไมค์อย่างเดียว แต่มาจากข้อมูลพฤติกรรมและการติดตามข้ามแอปหรือเว็บไซต์

ใน iPhone สามารถเข้า Settings เลือก Privacy & Security แล้วดูหัวข้อ Tracking เพื่อปิดไม่ให้แอปขอติดตามข้ามแอปได้ ส่วนใน Android สามารถดูเมนู Ads หรือ Ad Privacy และรีเซ็ตหรือลดการปรับแต่งโฆษณาตามตัวเครื่องได้ตามรุ่นและเวอร์ชัน

การตั้งค่าเหล่านี้ไม่ได้ทำให้โฆษณาหายไปทั้งหมด แต่จะช่วยลดระดับการติดตามและทำให้โฆษณาเจาะจงตัวเราน้อยลง

ล้างประวัติและจัดการคุกกี้ก็สำคัญ

เว็บไซต์จำนวนมากใช้คุกกี้หรือเครื่องมือติดตามเพื่อจำว่าเราเคยเข้าเว็บไหน ดูสินค้าอะไร หรือทิ้งอะไรไว้ในตะกร้า พอเราออกจากเว็บนั้นไป โฆษณาสินค้าเดิมจึงตามไปปรากฏในแอปหรือเว็บไซต์อื่นได้

ถ้าไม่อยากให้โฆษณาตามมากเกินไป ควรล้างประวัติการท่องเว็บและคุกกี้เป็นระยะ ใช้โหมดส่วนตัวเมื่อต้องค้นหาเรื่องที่ไม่อยากให้ตามต่อ และระวังการกดยอมรับคุกกี้ทุกเว็บโดยไม่อ่านอะไรเลย

นอกจากนี้ควรออกจากระบบบัญชีในบางเว็บเมื่อไม่ใช้งาน และหลีกเลี่ยงการผูกทุกอย่างเข้ากับบัญชีเดียวถ้าไม่จำเป็น เพราะยิ่งบัญชีเดียวเชื่อมหลายบริการ ระบบก็ยิ่งต่อภาพพฤติกรรมของเราได้ง่ายขึ้น

แอปฟรีไม่ได้ฟรีเสมอไป

แอปฟรีจำนวนมากหารายได้จากโฆษณาและข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้ ไม่ได้แปลว่าแอปเหล่านี้ผิดเสมอไป แต่ผู้ใช้ควรรู้ว่าโมเดลธุรกิจของแอปฟรีจำนวนมากคือการทำให้โฆษณาแม่นขึ้นและขายพื้นที่โฆษณาได้ดีขึ้น

ถ้าแอปหนึ่งฟรีมาก ใช้งานได้เยอะ และขอสิทธิ์หลายอย่างเกินความจำเป็น เราควรถามว่าแอปนี้ได้ประโยชน์จากอะไร และสิทธิ์ที่เรายอมให้คุ้มกับความสะดวกที่ได้รับหรือไม่

บางครั้งการจ่ายเงินให้บริการที่น่าเชื่อถือ ไม่มีโฆษณาหนัก และขอสิทธิ์น้อยกว่า อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะแอปที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว งาน เอกสาร สุขภาพ หรือการเงิน

แล้วมือถือแอบฟังจริงไหม

คำตอบที่ยุติธรรมที่สุดคือ เราไม่ควรสรุปว่ามือถือทุกเครื่องแอบฟังตลอดเวลาเพื่อยิงโฆษณา เพราะการยิงโฆษณาแม่นๆ อธิบายได้ด้วยข้อมูลพฤติกรรมจำนวนมากที่ระบบมีอยู่แล้ว และการฟังเสียงตลอดเวลายังมีต้นทุนสูง ทั้งแบตเตอรี่ การประมวลผล ความเสี่ยงทางกฎหมาย และความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ

แต่ก็ไม่ควรประมาทจนคิดว่าไม่มีแอปไหนเข้าถึงไมโครโฟนได้เลย เพราะถ้าเราเคยให้สิทธิ์ แอปบางตัวอาจใช้ไมโครโฟนเมื่อมีฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง และแอปที่ไม่น่าไว้ใจก็อาจใช้สิทธิ์เกินความจำเป็นได้

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่กลัวจนไม่ใช้มือถือ แต่คือใช้มือถือแบบรู้สิทธิ์ของตัวเอง ตรวจสิทธิ์แอปเป็นระยะ และลดการติดตามที่ไม่จำเป็น

วิธีเช็กความเป็นส่วนตัวแบบเร็วๆ

เริ่มจากเข้าไปดูสิทธิ์ไมโครโฟนของทุกแอป แล้วปิดแอปที่ไม่จำเป็น จากนั้นดูสิทธิ์กล้อง ตำแหน่ง รูปภาพ รายชื่อ และบลูทูธ เพราะข้อมูลเหล่านี้ก็ช่วยให้ระบบรู้จักเราได้มากเช่นกัน

ต่อมาคือดูการตั้งค่าโฆษณาและการติดตาม ปิดการติดตามข้ามแอปเท่าที่ทำได้ รีเซ็ต advertising ID หรือข้อมูลโฆษณาเป็นระยะ และลบแอปที่ไม่ได้ใช้มานาน โดยเฉพาะแอปที่ขอสิทธิ์เยอะผิดปกติ

สุดท้ายคือฝึกสังเกตสัญญาณไมค์และกล้องบนหน้าจอ ถ้าเห็นขึ้นผิดเวลา อย่ามองข้าม ให้เข้าไปตรวจว่าแอปไหนใช้อยู่ แล้วปิดสิทธิ์ทันทีถ้าไม่จำเป็น

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทยความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่า5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้นเผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วม108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?ทริกเปลี่ยนมือถือเครื่องเก่าให้เป็นกล้องวงจรปิดฟรี ไม่ต้องซื้อใหม่ปล่อยนกปล่อยปลา ได้บุญ หรือ สนับสนุนธุรกิจบาปฝรั่งเศสร้อนมาก! หลายคนแห่ซื้อแอร์และพัดลมดับร้อน ทำเอาห้างดังคิวแน่นเพียบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่าเผยความลับ! ทำไม พนง.โรงแรม และร้านอาหารชอบเทน้ำแข็งลงโถส้วมทำไมบางทีเรากินส้มตำแล้วท้องเสียทันที? อาหารเป็นพิษหรือแค่ลำไส้ถูกกระตุ้นแฮงก์เหล้าไม่ได้เกิดจากขาดน้ำอย่างเดียว"นอร์เวย์" สั่งแบน AI ในโรงเรียนประถมแล้ว5 สายพันธ์มดที่หาดูได้ยากในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จะSEO VS SEM อันไหนดีกว่ากันนนนนนนครับเพื่อนๆๆทำไมตื่นมาแล้วปากเหม็นทั้งที่แปรงฟันก่อนนอนความลับใต้ผิวหนัง ทำไมแผลที่ปากถึงหายเร็วกว่าแผลที่แขนขาเป็นสิบเท่าอยากเก่งมาร์เก็ตติ้ง น้องๆต้องรู้สิ่งนี้ครับ
ตั้งกระทู้ใหม่