หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทุบสถิติโลก? ชายวัย 50 อ้าง "ไม่ได้ถ่ายท้องนาน 67 วัน" กลัวลำไส้ระเบิดจนไม่กล้ากินข้าว หมอตรวจละเอียดทำเอาอึ้งทั้งโรงพยาบาล!

เขียนโดย แมวเอาแต่นอน

อาการ “ท้องผูก” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและสร้างความทรมานให้กับใครหลายคน แต่คุณเคยคิดไหมว่า มนุษย์เราจะสามารถอั้นหรือไม่ได้ขับถ่ายยาวนานที่สุดได้กี่วัน? ล่าสุดมีกรณีศึกษาที่กลายเป็นกระแสไวรัลและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อแพทย์ฉุกเฉินรายหนึ่งได้ออกมาแชร์ประสบการณ์สุดแปลก หลังเจอคนไข้เพศชายอายุ 50 ปี ยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่ได้ถ่ายอุจจาระมานานถึง 67 วัน!” จนเกิดอาการวิตกกังวลอย่างรุนแรง ไม่กล้ากินอาหารเพราะกลัวลำไส้จะระเบิด

ย้อนรอยเคสสุดแปลก: หมอตรวจซ้ำคิดว่า "พยาบาลคีย์ข้อมูลผิด"

เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยแพทย์แผนกฉุกเฉินในไต้หวัน ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยคุณหมอเล่าว่า ในตอนแรกที่เห็นระบบคีย์ข้อมูลของพยาบาลคัดกรองระบุว่าคนไข้ไม่ได้ขับถ่ายมา 67 วัน คุณหมอยังคิดว่าเป็นความผิดพลาดในการพิมพ์ (Typo) และคิดว่าคนไข้น่าจะไม่ได้ถ่ายแค่ 6-7 วันเท่านั้น

แต่เมื่อคุณหมอเข้าไปซักประวัติและตรวจสอบกับคนไข้โดยตรง ชายวัย 50 ปีรายนี้กลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองนับวันอย่างละเอียดและ ไม่ได้ถ่ายท้องมานานถึง 67 วันจริงๆ ความกลัวว่าลำไส้จะทะลุหรือระเบิดทำให้เขาไม่กล้าทานอาหารตามปกติจนร่างกายเริ่มอิดโรย

หาหมอ 6 ครั้ง ทำ CT Scan 3 รอบ ผลตรวจทำเอาหมอและคนไข้งงเป็นแถบ

จากการตรวจสอบประวัติการรักษาย้อนหลัง ยิ่งทำให้แพทย์ต้องประหลาดใจ เพราะคนไข้รายนี้เดินสายพบแพทย์มาแล้วหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็น แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ, แผนกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รวมถึงแผนกอายุรกรรมโรคระบบทางเดินอาหาร โดยเขามาโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยฉุกเฉินรวมแล้วมากกว่า 6 ครั้ง!

ตลอดการเดินสายรักษา เขาผ่านการตรวจอย่างละเอียดมาแล้วมากมาย:

  • ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): 3 ครั้ง

  • ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): ผลการตรวจทุกอย่างระบุชัดเจนว่า "ปกติ" ไม่พบรอยโรคหรือสิ่งอุดตันใดๆ ในลำไส้

เพื่อความสบายใจของคนไข้ ในการตรวจครั้งล่าสุดนี้ คุณหมอจึงได้สั่งเอกซเรย์ช่องท้องอีกครั้ง ซึ่งผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม คือ ไม่พบอุจจาระสะสมในลำไส้เป็นปริมาณมาก แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณหมอทำการสวนทวารและใช้วิธี "ล้วงอุจจาระด้วยมือ" (Manual Evacuation) ก็กลับพบว่าไม่มีอุจจาระตกค้างอยู่เลย คุณหมอจึงทำได้เพียงแจ้งคนไข้ตามตรงว่านี่ไม่ใช่ปัญหาทางกายภาพและไม่จำเป็นต้องรับการรักษาทางแพทย์แผนกฉุกเฉินอีกต่อไป

ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย: ท้องผูกเรื้อรัง หรือเป็นอาการของ "โรคคิดไปเอง"?

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ระบุว่าตามหลักวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะไม่ขับถ่ายนานกว่า 2 เดือนโดยที่ลำไส้ไม่เกิดการอุดตันหรือติดเชื้อในกระแสเลือด

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า คนไข้รายนี้อาจจะมีอาการของ “โรคคิดไปเองว่าป่วย” (Hypochondriasis) หรือ “โรคเครียดและวิตกกังวลขั้นรุนแรง” (Anxiety Disorder) จนทำให้หลงลืมไปว่าตนเองเคยขับถ่าย หรือมีความหมกมุ่นกับระบบขับถ่ายจนนับวันผิดพลาด ซึ่งชาวเน็ตและแพทย์บางส่วนแนะนำว่า คนไข้รายนี้อาจต้องการการปรึกษาจากจิตแพทย์มากกว่าอายุรแพทย์ทางเดินอาหาร

💡 อุทาหรณ์เตือนใจ: อย่าซื้อ "ยาระบาย-ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์" มาทานเองซุ่มสี่ซุ่มห้า!

จากเคสข้างต้น แม้จะเป็นเรื่องของสภาพจิตใจ แต่ในความเป็นจริงปัญหาท้องผูกเรื้อรังทำให้หลายคนหันไปพึ่งทางลัดที่อันตราย โดยในรายงานข่าวเดียวกันได้ระบุถึงเคสเตือนภัยของหญิงวัย 44 ปีรายหนึ่งที่ทรมานจากโรคท้องผูกมานานกว่า 10 ปี จนต้องซื้อ "ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ น้ำพรุน และชาช่วยระบาย" ที่โฆษณาว่ามาจากธรรมชาติมาทานเป็นประจำ

ผลลัพธ์สุดท้ายเธอเกิดอาการปวดท้องรุนแรงและถ่ายไม่ออกนาน 5 วัน เมื่อส่งโรงพยาบาลแพทย์พบว่า ลำไส้ใหญ่บางส่วนสูญเสียความยืดหยุ่นและกลายเป็นสีดำ คล้ายกับผิวของเสือดาว (Melanosis Coli) ซึ่งเกิดจากการสะสมของสารในยาระบาย จนต้องผ่าตัดตัดลำไส้ทิ้งไปถึง 30 เซนติเมตร!

วิธีรับมืออาการท้องผูกอย่างปลอดภัยตามหลักแพทย์

หากคุณมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้และไม่ควรซื้อยาระบายทานเองติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรปรับพฤติกรรมดังนี้:

  1. เพิ่มไฟเบอร์: ทานผัก ผลไม้ และธัญพืชขัดสีน้อย

  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อให้อุจจาระนิ่มลง

  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการทำงานและการบีบตัวของลำไส้

  4. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา: ไม่กลั้นอุจจาระเมื่อรู้สึกปวด

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดีกว่าการคิดไปเองหรือซื้อยามาใช้เองจนเกิดอันตรายต่อชีวิต

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แมวเอาแต่นอน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
แมวเอาแต่นอน นำเสนอข่าว เรื่องแปลกต่างๆ จากต่างประเทศมาแปลและเรียบเรียงเพื่อความเข้าใจง่าน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ ให้น่าสนใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชายวัยยี่สิบกว่าปีเกือบตาบอด หลังจากใช้ปืนนวดดวงตา ส่งผลให้จอประสาทตาฉีกขาดอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ คิม กอน-ฮี ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี ในข้อหารับสินบนห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย"เสก โลโซ" คัมแบ๊กยิ่งใหญ่! สมราคา "ราชาร็อกแอนด์โรลล์"แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยเลขเด่น 1 กรกฎาคม 2569 เปิดพลังไพ่รวมทั้ง 7 วัน"ฮุนเซน" เข้าพบ "สี จิ้นผิง" จีนย้ำ "กัมพูชา" เป็นมิตรแท้ พร้อมสนับสนุนในการปกป้องอธิปไตยสิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจโฟล์คสวาเตรียมปิดโรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี ส่งผลให้พนักงานถูกเลิกจ้างมากถึง 100,000 คนโรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตจิตใจของสนมในราชวงศ์ชิง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สายสิญจน์คืออะไร ทำไมด้ายเส้นเล็ก ๆ ถึงมีความหมายในพิธีไทยGen Alpha คือใคร? พร้อมตัวอย่างคนดังในวงการบันเทิงGen Z คือใคร? ใช่คุณหรือเปล่าทำไมคนอื่นเกาแล้วจั๊กจี้ แต่เกาตัวเองกลับไม่ค่อยรู้สึกอะไร
ตั้งกระทู้ใหม่