กัมพูชาได้อาวุธจีนอะไรอีก หลังรถถัง T-59D ถูกจับตา
การส่งมอบรถถัง T-59D ทำให้คลังอาวุธจีนของกัมพูชากลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มจรวด ปืนใหญ่ และเรือรบที่เปลี่ยนภาพกองทัพกัมพูชาไปจากเดิม
รถถัง T-59D จากจีนทำให้ประเด็นอาวุธของกัมพูชาถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง แต่ภาพรวมไม่ได้หยุดอยู่ที่รถถังเพียงรุ่นเดียว เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กัมพูชามีความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์กับจีนหลายระดับ ตั้งแต่อาวุธเบา ยานเกราะ เฮลิคอปเตอร์ ไปจนถึงเรือรบที่ฐานทัพเรือเรียม
ข้อมูลจาก Janes ระบุว่า รถถัง T-59D ที่มีรายงานว่าส่งถึงกัมพูชา เป็นรุ่นปรับปรุงจากพื้นฐานรถถัง T-59 ซึ่งมีสายพัฒนามาจากแบบโซเวียต และรุ่น T-59D ถูกอธิบายว่ามีการปรับปรุงด้านอำนาจยิง ระบบมองกลางคืน ระบบตรวจจับความร้อน และระบบควบคุมการยิง เมื่อเทียบกับรุ่นเก่ากว่า
อาวุธเบาและรถหุ้มเกราะ ยังเป็นฐานกำลังภาคพื้นดิน
ในระดับทหารราบ ต้นฉบับระบุว่ากัมพูชายังใช้อาวุธเบาจากจีนหลายกลุ่ม เช่น ปืนเล็กยาวตระกูล Type 56 ซึ่งเป็นอาวุธยุคสงครามเย็นที่ยังพบได้ในหลายประเทศ รวมถึงปืนตระกูล CQ และปืนซุ่มยิงตระกูล Type 79 / Type 85
อาวุธกลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ดุลกำลังเปลี่ยนแบบฉับพลัน แต่มีความหมายในแง่การรักษากำลังประจำหน่วย การฝึก และการใช้งานในภูมิประเทศแบบป่าเขาและพื้นที่ชายแดน
ส่วนยานพาหนะภาคพื้นดิน ต้นฉบับระบุถึงรถหุ้มเกราะล้อยาง ZFB-05 และยานลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกตระกูล Lynx ซึ่งเป็นกลุ่มยุทโธปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการลาดตระเวนและเคลื่อนกำลัง มากกว่าการรบประจันหน้าด้วยเกราะหนัก
จุดที่ถูกจับตามากกว่า คือจรวดและปืนใหญ่
กลุ่มที่ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุดคือระบบยิงสนับสนุนระยะไกล เช่น จรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่อัตตาจรที่ต้นฉบับระบุว่าเกี่ยวข้องกับจีน ได้แก่ AR2, Type 90B และ SH15
เหตุผลที่อาวุธประเภทนี้ถูกจับตา เพราะไม่ได้วัดกันที่จำนวนรถถังหรือการปะทะระยะประชิดเท่านั้น แต่เกี่ยวกับระยะยิง ความคล่องตัว และความสามารถในการกดดันพื้นที่ลึกหลังแนวปะทะ หากเกิดสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน
อย่างไรก็ดี รายละเอียดเรื่องจำนวน สถานะประจำการจริง และความพร้อมรบของระบบเหล่านี้ยังควรตรวจสอบจากแหล่งทางการหรือฐานข้อมูลยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมก่อนสรุปแบบเด็ดขาด
กองทัพอากาศยังเน้นเฮลิคอปเตอร์ ไม่ใช่เครื่องบินขับไล่
ในมิติทางอากาศ กัมพูชายังไม่ได้มีภาพของกองทัพอากาศที่เน้นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบไทย แต่ต้นฉบับระบุว่ามีเฮลิคอปเตอร์ Z-9 จากจีน ซึ่งใช้ในภารกิจขนส่ง ลำเลียงพล สนับสนุน และกู้ภัย
เมื่อเทียบกับไทยที่มีเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen อยู่ในระบบ กัมพูชายังมีข้อจำกัดด้านการครองอากาศและระบบเชื่อมโยงข้อมูลการรบขนาดใหญ่ จุดนี้ทำให้ความเสี่ยงทางอากาศโดยตรงยังไม่ใช่ประเด็นใหญ่เท่ากับอาวุธยิงสนับสนุนภาคพื้นดินและการยกระดับทางทะเล
ฐานทัพเรือเรียมและเรือ Type 056 คือภาพเปลี่ยนสำคัญ
ด้านกองทัพเรือเป็นส่วนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด ฐานทัพเรือเรียมในจังหวัดพระสีหนุได้รับการปรับปรุงโดยมีจีนเกี่ยวข้อง ขณะที่ AP รายงานว่า ฐานดังกล่าวเปิดรับเรือต่างชาติหลังการปรับปรุง แต่ยังมีข้อกังวลจากสหรัฐฯ เรื่องบทบาทของจีน แม้รัฐบาลกัมพูชาจะปฏิเสธเรื่องสิทธิพิเศษแบบผูกขาดก็ตาม
Janes รายงานเพิ่มเติมว่า ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่ากัมพูชาได้รับเรือคอร์เวตต์ตระกูล Type 056 จากจีน โดยเรือที่พบที่ฐานทัพเรือเรียมมีความยาวประมาณ 95 เมตร และอาจเป็นหนึ่งในรุ่นขนาดใหญ่ของตระกูลนี้
เรือรบประเภทนี้ทำให้กองทัพเรือกัมพูชาขยับจากภาพเดิมที่เน้นเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ไปสู่ขีดความสามารถในการลาดตระเวนและแสดงกำลังทางทะเลได้มากขึ้น แม้ยังไม่เท่าขนาดและประสบการณ์ของกองทัพเรือไทย
เมื่อเทียบกับไทย ภาพรวมยังไม่ใช่การพลิกดุลทั้งหมด
หากมองทั้งระบบ กัมพูชายังไม่ได้มีขีดความสามารถเหนือกว่าไทยในภาพรวม ไทยยังมีความได้เปรียบด้านกองทัพอากาศ รถถังหลักบางรุ่น กองเรือผิวน้ำขนาดใหญ่กว่า และประสบการณ์ฝึกร่วมระดับนานาชาติ
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ กัมพูชามีอาวุธบางกลุ่มที่สร้างแรงกดดันเชิงยุทธวิธีได้มากขึ้น โดยเฉพาะจรวดหลายลำกล้อง ปืนใหญ่อัตตาจร และเรือรบผิวน้ำรุ่นใหม่
ดังนั้น ประเด็นอาวุธจีนของกัมพูชาไม่ควรถูกมองเฉพาะว่า “มีรถถังกี่คัน” แต่ควรมองเป็นภาพรวมของการยกระดับกำลังรบหลายมิติ ทั้งชายแดน พื้นที่ลึกหลังแนวปะทะ และอ่าวไทย
สถานะที่ควรติดตามต่อคือ จำนวนยุทโธปกรณ์ที่ส่งมอบจริง ความพร้อมของกำลังพล ระบบสนับสนุนหลังการขาย การฝึกใช้งาน และท่าทีของประเทศรอบภูมิภาคต่อฐานทัพเรือเรียม ซึ่งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนอ่าวไทย
KEY TAKEAWAYS:
- อาวุธจีนในกัมพูชาไม่ได้มีเฉพาะรถถัง T-59D แต่ครอบคลุมอาวุธเบา รถหุ้มเกราะ เฮลิคอปเตอร์ ปืนใหญ่ จรวด และเรือรบ
- จุดที่ควรติดตามมากที่สุดคือระบบยิงสนับสนุนระยะไกล และเรือคอร์เวตต์ Type 056 ที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพเรือเรียม
- กัมพูชายังไม่ได้พลิกดุลกำลังรบเหนือไทยในภาพรวม แต่มีขีดความสามารถบางด้านที่กดดันเชิงยุทธวิธีได้มากขึ้น
- ข้อมูลจำนวนและสถานะประจำการจริงของอาวุธบางรุ่นยังควรตรวจสอบเพิ่มจากแหล่งทางการหรือฐานข้อมูลเฉพาะทาง
- ฐานทัพเรือเรียมยังเป็นประเด็นสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งกัมพูชา จีน สหรัฐฯ และความมั่นคงในอ่าวไทย
แหล่งที่มา: Mind Matter, Janes, AP
อ้างอิง:
https://www.janes.com/defence-intelligence-insights/defence-news/defence/cambodia-receives-initial-batch-of-chinese-t-59d-tanks
https://www.janes.com/defence-intelligence-insights/defence-news/sea/cambodia-inducts-enlarged-type056-corvette-from-china
https://apnews.com/article/cambodia-ream-base-uss-cincinnati-china-a8d9fe4d1dda8c7cf9bec2639718b19c
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาด
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
จากเพื่อนรักสู่ศึก 20 ล้าน “ต้า–ยัต เฟ็ดเฟ่” แตกหักถึงศาล
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
ป้ายใหม่ รพ.สุรินทร์ไม่มีภาษาเขมร จุดกระแสวิจารณ์สองฝั่ง
ทรัมป์เดือดคำว่า “ผลงานหลากหลาย” ขู่ร้อง FCC จัดการนักข่าว NBC
คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาด
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
คอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไร
ขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย
หมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม
คาเมนีเรียกร้องให้รัฐต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซีย "รวมใจกันภายใต้ธงแห่งอิสลาม" เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง
หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
ประชากรปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลียลดลงถึง 97% จาก 63,000 ตัว เหลือเพียง 1,811 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ฯเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
