ในพระไตรปิฎกที่เป็นพุทธพจน์หรือสาวกภาสิต ตอนใด หมวดใด ที่บอกว่า ตัณหาเป็นปัจจัยของอวิชชา/อาสวะ (สร้างกับ เอไอ)
ในพระไตรปิฎก มีการระบุถึงความสัมพันธ์ที่หมุนวนเป็นปัจจัยแก่กันและกันระหว่าง ตัณหา อวิชชา และอาสวะ ไว้อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนที่เป็นพุทธพจน์และสาวกภาสิต โดยปรากฏอยู่ในหลายหมวดและหลายพระสูตร ดังนี้ครับ
1. อาสวะเป็นปัจจัยของอวิชชา และ อวิชชาเป็นปัจจัยของอาสวะ (สาวกภาสิต)
ข้อความนี้ปรากฏใน สัมมาทิฏฐิสูตร พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (เล่มที่ 12) เป็น "สาวกภาสิต" โดย ท่านพระสารีบุตร ได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายอธิบายถึงวงจรที่เกื้อหนุนกันลึกไปกว่าลูปปฏิจจสมุปบาททั่วไป ดังนี้:
"อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย" — เพราะอาสวะเกิด อวิชชาจึงเกิด
"อวิชฺชาสมุทยา อาสวสมุทโย" — เพราะอวิชชาเกิด อาสวะจึงเกิด
ท่านพระสารีบุตรชี้ให้เห็นว่า อวิชชา (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4) ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มี อาสวะ 3 (กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ) เป็นอาหารหรือเป็นเหตุเกิด และในขณะเดียวกัน ตัวอาสวะเองก็มีอวิชชาเป็นเหตุเกิดเช่นกัน เป็นกระบวนการหนุนเนื่องซ้อนกันอยู่
2. ตัณหาเป็นปัจจัยของอวิชชา / อาสวะ (พุทธพจน์)
หากพิจารณาเชื่อมโยงว่า "ตัณหา" เข้าไปเป็นปัจจัยให้เกิดอวิชชาและอาสวะได้อย่างไร ในพระไตรปิฎกมี "พุทธพจน์" ที่ตรัสรับรองลูปนี้ไว้ใน 2 หมวดสำคัญ คือ:
ก. อวิชชาสูตร (พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต เล่มที่ 24)
พระพุทธเจ้าตรัสว่า อวิชชาก็มี "อาหาร" (ปัจจัยหนุน) ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ โดยทรงไล่ลำดับเหตุปัจจัยย้อนกลับไป ดังนี้:
-
นิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอวิชชา
-
ทุจริต 3 (ทางกาย วาจา ใจ) เป็นอาหารของนิวรณ์ 5
-
การไม่สำรวมอายตนะ (อินทรียสังวร) เป็นอาหารของทุจริต 3
จุดเชื่อมโยงทางสภาวะ: ในอายตนวิภังค์และมหาตัณหาสังขยสูตร เมื่อตา/หู/จมูก/ลิ้น/กาย/ใจ กระทบอารมณ์แล้ว "ตัณหา" ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ที่ไม่สำรวมอินทรีย์ เมื่อตัณหาครอบงำใจดิ้นรนไป ย่อมนำไปสู่การทำทุจริต 3 และเกิดนิวรณ์ กลายไปเป็นอาหารหนุนให้ "อวิชชา" และ "อาสวะ" เจริญงอกงามยิ่งขึ้น
ข. ปัจจยาการวิภังค์ (พระอภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ เล่มที่ 35)
ในทางพระอภิธรรม มีการอธิบายปฏิจจสมุปบาทแบบ "อัทธา 3" (คาบเวลาดลใจอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) และลูปหมุนวน (จักร) ซึ่งระบุว่า:
-
ตัณหา อุปาทาน ภพ ในชาตินี้ (ปัจจุบันเหตุ) คือตัวการสั่งสมกิเลสและกรรม
-
กิเลสกลุ่มนี้ (ซึ่งมีตัณหาเป็นประธาน) สันดานจะหมักหมมกลายเป็น อาสวะ และส่งผลเป็น อวิชชา ตัวคลุมจิต ทำให้เกิดการปรุงแต่งสังขารเพื่อเวียนว่ายตายเกิดต่อไปไม่สิ้นสุด
สรุปโครงสร้างความสัมพันธ์ตามคัมภีร์
อวิชชาและอาสวะแท้จริงแล้วคือเนื้อเดียวกัน (เพราะอวิชชาสวะ ก็คืออาสวะข้อหนึ่ง) โดยมี ตัณหา คอยดิ้นรนแสวงหาและยึดมั่น เมื่อกระทำตามตัณหา จิตก็เกิดความหมักหมม (อาสวะ) และบดบังปัญญา (อวิชชา) วงจรนี้จึงหมุนวนกลับไปกลับมา เป็นคำตอบว่าทำไมในสังสารวัฏจึงหาจุดเริ่มต้นไม่ได้นั่นเองครับ
https://share.gemini.google/LCfSk7Czk9QF
5 เทพที่สายมูนิยมไปสักการะ ขอพร เสริมสิริมงคล
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
อ่านจบแล้ว คุณอาจไม่เข้าร้านเหล้า ผับ หรือสถานบันเทิงแบบเดิมอีก
เลขเด็ดจากดวงดาว งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ทรายดูดไม่ได้ดูดคนจมหายทั้งตัวอย่างที่คิด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
แนวทางเลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว ไว้เพียบ!
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?