หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ในพระไตรปิฎกที่เป็นพุทธพจน์หรือสาวกภาสิต ตอนใด หมวดใด ที่บอกว่า ตัณหาเป็นปัจจัยของอวิชชา/อาสวะ (สร้างกับ เอไอ)

โพสท์โดย กัลยาณปุถุชน

ในพระไตรปิฎก มีการระบุถึงความสัมพันธ์ที่หมุนวนเป็นปัจจัยแก่กันและกันระหว่าง ตัณหา อวิชชา และอาสวะ ไว้อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนที่เป็นพุทธพจน์และสาวกภาสิต โดยปรากฏอยู่ในหลายหมวดและหลายพระสูตร ดังนี้ครับ

1. อาสวะเป็นปัจจัยของอวิชชา และ อวิชชาเป็นปัจจัยของอาสวะ (สาวกภาสิต)

ข้อความนี้ปรากฏใน สัมมาทิฏฐิสูตร พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (เล่มที่ 12) เป็น "สาวกภาสิต" โดย ท่านพระสารีบุตร ได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายอธิบายถึงวงจรที่เกื้อหนุนกันลึกไปกว่าลูปปฏิจจสมุปบาททั่วไป ดังนี้:

"อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย" — เพราะอาสวะเกิด อวิชชาจึงเกิด

"อวิชฺชาสมุทยา อาสวสมุทโย" — เพราะอวิชชาเกิด อาสวะจึงเกิด

ท่านพระสารีบุตรชี้ให้เห็นว่า อวิชชา (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4) ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มี อาสวะ 3 (กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ) เป็นอาหารหรือเป็นเหตุเกิด และในขณะเดียวกัน ตัวอาสวะเองก็มีอวิชชาเป็นเหตุเกิดเช่นกัน เป็นกระบวนการหนุนเนื่องซ้อนกันอยู่

2. ตัณหาเป็นปัจจัยของอวิชชา / อาสวะ (พุทธพจน์)

หากพิจารณาเชื่อมโยงว่า "ตัณหา" เข้าไปเป็นปัจจัยให้เกิดอวิชชาและอาสวะได้อย่างไร ในพระไตรปิฎกมี "พุทธพจน์" ที่ตรัสรับรองลูปนี้ไว้ใน 2 หมวดสำคัญ คือ:

ก. อวิชชาสูตร (พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต เล่มที่ 24)

พระพุทธเจ้าตรัสว่า อวิชชาก็มี "อาหาร" (ปัจจัยหนุน) ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ โดยทรงไล่ลำดับเหตุปัจจัยย้อนกลับไป ดังนี้:

จุดเชื่อมโยงทางสภาวะ: ในอายตนวิภังค์และมหาตัณหาสังขยสูตร เมื่อตา/หู/จมูก/ลิ้น/กาย/ใจ กระทบอารมณ์แล้ว "ตัณหา" ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ที่ไม่สำรวมอินทรีย์ เมื่อตัณหาครอบงำใจดิ้นรนไป ย่อมนำไปสู่การทำทุจริต 3 และเกิดนิวรณ์ กลายไปเป็นอาหารหนุนให้ "อวิชชา" และ "อาสวะ" เจริญงอกงามยิ่งขึ้น

ข. ปัจจยาการวิภังค์ (พระอภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ เล่มที่ 35)

ในทางพระอภิธรรม มีการอธิบายปฏิจจสมุปบาทแบบ "อัทธา 3" (คาบเวลาดลใจอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) และลูปหมุนวน (จักร) ซึ่งระบุว่า:

สรุปโครงสร้างความสัมพันธ์ตามคัมภีร์

อวิชชาและอาสวะแท้จริงแล้วคือเนื้อเดียวกัน (เพราะอวิชชาสวะ ก็คืออาสวะข้อหนึ่ง) โดยมี ตัณหา คอยดิ้นรนแสวงหาและยึดมั่น เมื่อกระทำตามตัณหา จิตก็เกิดความหมักหมม (อาสวะ) และบดบังปัญญา (อวิชชา) วงจรนี้จึงหมุนวนกลับไปกลับมา เป็นคำตอบว่าทำไมในสังสารวัฏจึงหาจุดเริ่มต้นไม่ได้นั่นเองครับ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่:
https://share.gemini.google/LCfSk7Czk9QF
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กัลยาณปุถุชน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
โพสท์โดย กัลยาณปุถุชน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 เทพที่สายมูนิยมไปสักการะ ขอพร เสริมสิริมงคลนึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดอ่านจบแล้ว คุณอาจไม่เข้าร้านเหล้า ผับ หรือสถานบันเทิงแบบเดิมอีกเลขเด็ดจากดวงดาว งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้ทรายดูดไม่ได้ดูดคนจมหายทั้งตัวอย่างที่คิด4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุดวิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติแนวทางเลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว ไว้เพียบ!เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
10 อันดับ วิธีขอหวยที่คนเชื่อว่าได้เลขแม่นที่สุดวิธีเช็กว่าคุณแก่แล้วหรือยัง? นี่คือ 10 วิธีทดสอบจากข้อมูลจริง10 ปัจจัยที่ทำให้คนสูญเสียปีสุขภาพและเสียชีวิตก่อนวัยมากที่สุดในปี 256910 วิธีเช็กว่าคุณ “โดนของ” หรือไม่ จากข้อมูลจริง
ตั้งกระทู้ใหม่