หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

10 สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเข้าข่ายโรคอ้วน ไม่ใช่แค่ดูจากน้ำหนักอย่างเดียว

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนคิดว่าโรคอ้วนคือการมีน้ำหนักตัวมากเท่านั้น

แต่ในทางการแพทย์ เรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก

บางคนตัวใหญ่แต่สุขภาพดี ขณะที่บางคนดูไม่อ้วนมากแต่มีไขมันสะสมในระดับที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ

แพทย์จึงไม่ได้ดูแค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่ดูทั้งสัดส่วนร่างกาย การสะสมไขมัน และผลกระทบต่อสุขภาพร่วมกัน

นี่คือ 10 สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเข้าข่ายโรคอ้วนหรือมีความเสี่ยงจากภาวะอ้วน

1. ค่า BMI ตั้งแต่ 25 ขึ้นไป

สำหรับคนเอเชีย ค่า BMI ตั้งแต่ 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน

2. รอบเอวเกินเกณฑ์

ผู้ชายที่มีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร และผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร มีความเสี่ยงจากไขมันสะสมในช่องท้องเพิ่มขึ้น

3. มีพุงชัดเจน

ไขมันบริเวณหน้าท้องมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเรื้อรังหลายชนิด

4. เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

กิจกรรมที่เคยทำได้สบาย เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินระยะสั้น อาจทำให้เหนื่อยมากขึ้น

5. ปวดเข่าหรือปวดข้อบ่อย

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นส่งภาระต่อข้อเข่า สะโพก และกระดูกสันหลัง

6. มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือกรนหนัก

ภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหยุดหายใจขณะหลับ

7. ความดันโลหิตสูง

ผู้ที่มีภาวะอ้วนมีโอกาสพบความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไป

8. ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะอ้วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างชัดเจน

9. ไขมันในเลือดผิดปกติ

มักพบระดับไตรกลีเซอไรด์สูงและไขมันดีต่ำกว่าปกติ

10. น้ำหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยควบคุมได้ยาก

หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปี ควรเริ่มประเมินสุขภาพและปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ

สิ่งสำคัญคือ BMI เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น

นักกีฬาเพาะกายบางคนอาจมี BMI สูงเพราะมีกล้ามเนื้อจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากไขมัน

ในทางกลับกัน บางคนมี BMI ปกติแต่มีไขมันสะสมในช่องท้องมาก ซึ่งก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคได้เช่นกัน

แพทย์จึงมักพิจารณาร่วมกันทั้งน้ำหนัก ส่วนสูง รอบเอว ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด

ข่าวดีคือ การลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัวเดิม ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหลายชนิดได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นเป้าหมายที่สำคัญอาจไม่ใช่การผอมที่สุด

แต่คือการมีสัดส่วนร่างกายและสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 65 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนรีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69จ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงานเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569ทำไมผู้ชายบางคนจึงมองหน้าอกและสะโพกของผู้หญิงสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
งูหางกระดิ่งแต่ละตัวใช้พิษไม่เท่ากันจริงหรือ—งานทดลองพบลักษณะนิสัยส่วนตัวไหม?ภาพ Jacob Lawrence ที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะ 60 ปี ก่อนพบว่าเป็นแผงหนึ่งจากชุด Struggle?ภาพขอบ Macclesfield Psalter ช่วยจำบทสวด ส่วนหน้าปีศาจที่เลือนหายบอกอะไร?นักแสดงคณะละครสัตว์เคยปลอมตัวเป็นกษัตริย์แอลเบเนีย 5 วันจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่