หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อาหารที่พระพุทธเจ้าห้ามภิกษุฉันมีอะไรบ้าง หลายอย่างไม่ใช่อย่างที่ชาวพุทธส่วนใหญ่เข้าใจ

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

หลายคนเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าห้ามพระกินเนื้อสัตว์

บางคนเชื่อว่าพระที่ฉันเนื้อสัตว์ผิดพระวินัย

บางคนคิดว่าพระต้องกินมังสวิรัติเท่านั้น

แต่เมื่อไปดูหลักพระวินัยจริง ๆ จะพบว่าเรื่องอาหารของพระสงฆ์มีรายละเอียดมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติให้ภิกษุต้องเป็นมังสวิรัติ

ในสมัยพุทธกาล พระสงฆ์ดำรงชีวิตด้วยการบิณฑบาต

ชาวบ้านมีอะไรก็ใส่บาตรอย่างนั้น

พระไม่มีสิทธิ์สั่งอาหาร

ไม่มีสิทธิ์เลือกเมนูตามใจตัวเอง

และไม่ควรทำให้ญาติโยมลำบากเพราะต้องจัดอาหารพิเศษให้

แต่ไม่ได้แปลว่าพระจะฉันอะไรก็ได้ทั้งหมด

ในพระวินัยมีอาหารบางอย่างที่ภิกษุห้ามฉัน

หนึ่งในหมวดที่ชาวพุทธควรรู้คือเนื้อ 10 ชนิดที่ห้ามฉัน

ได้แก่ เนื้อมนุษย์ ช้าง ม้า สุนัข งู สิงโต เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี และเสือดาวหรือสัตว์ร้ายในกลุ่มเดียวกันตามการอธิบายในคัมภีร์

หลายคนอาจถามว่า ทำไมต้องห้ามเนื้อเหล่านี้

เหตุผลไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติหรือสุขภาพ

แต่เกี่ยวข้องกับความเหมาะสม ความรู้สึกของสังคม และความปลอดภัยของพระสงฆ์ในยุคนั้นด้วย

เช่น เนื้อมนุษย์เป็นของไม่สมควรอย่างยิ่ง

เนื้อช้างและม้าเกี่ยวข้องกับสัตว์สำคัญของบ้านเมือง

ส่วนเนื้อสัตว์ร้ายบางชนิดอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรืออันตรายต่อภิกษุที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

แล้วเนื้อสัตว์ทั่วไปล่ะ พระฉันได้ไหม

คำตอบคือ พระพุทธเจ้าทรงวางหลักที่เรียกว่าเนื้อบริสุทธิ์ 3 ประการ

คือหนึ่ง ไม่ได้เห็นว่าเขาฆ่าเพื่อเรา

สอง ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเพื่อเรา

สาม ไม่ได้สงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อเรา

ถ้าครบสามข้อนี้ ภิกษุสามารถฉันได้

พูดให้เข้าใจง่ายคือ พระไม่ได้เป็นผู้สั่งฆ่า

ไม่ได้เห็นว่าเขาฆ่าสัตว์ตัวนั้นเพื่อตนเอง

ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเพื่อตนเอง

และไม่มีเหตุให้สงสัยว่าอาหารนั้นเกิดจากการฆ่าเพื่อถวายตนโดยเฉพาะ

นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดว่าพระพุทธเจ้าห้ามเนื้อสัตว์ทั้งหมด

อีกข้อสำคัญมากคือเรื่องเวลาฉันอาหาร

ภิกษุในพระวินัยฉันอาหารได้ตั้งแต่รุ่งอรุณจนถึงเที่ยงวัน

หลังเที่ยงไปแล้วห้ามฉันอาหารหนัก

นี่คือเหตุผลที่เราได้ยินคำว่า ฉันเช้า และ ฉันเพล

เพราะเพลคือมื้อก่อนเที่ยง ไม่ใช่มื้อเย็น

แล้วทำไมบางครั้งเห็นพระดื่มน้ำหวานหลังเที่ยงได้

ในพระวินัยมีสิ่งที่เรียกว่าน้ำปานะ

คือน้ำผลไม้หรือน้ำบางชนิดที่ไม่จัดเป็นอาหารเคี้ยวกลืนแบบมื้ออาหาร

ภิกษุจึงสามารถฉันได้ในเวลาที่ไม่ใช่เวลาฉันอาหาร

แต่รายละเอียดเรื่องนี้มีข้อปฏิบัติย่อยและการตีความแตกต่างกันตามสำนักและวัด

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ พระไม่ควรสะสมอาหารไว้กินตามใจ

อาหารส่วนใหญ่ที่ได้รับมา ต้องฉันตามเวลาที่พระวินัยกำหนด

ไม่ใช่สะสมไว้เหมือนเสบียงส่วนตัวหลายวัน

เพราะชีวิตสมณะตั้งอยู่บนความมักน้อย สันโดษ และไม่ยึดติดกับการกิน

แล้วกระเทียม หอม หรือผักกลิ่นแรงที่บางคนบอกว่าพระห้ามล่ะ

เรื่องนี้ต้องแยกให้ดี

ข้อห้ามเกี่ยวกับผักกลิ่นแรงบางชนิดพบชัดในแนวปฏิบัติของพุทธศาสนามหายานบางสาย

แต่ไม่ใช่ข้อห้ามหลักแบบเดียวกับพระวินัยเถรวาทที่พระไทยใช้เป็นหลัก

ดังนั้นชาวพุทธควรระวังการนำธรรมเนียมของแต่ละนิกายมาปนกันจนเข้าใจว่าเป็นข้อบัญญัติเดียวกันทั้งหมด

สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด

พระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามภิกษุกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด

แต่ทรงห้ามเนื้อบางประเภท

และห้ามฉันเนื้อที่รู้ เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อถวายตนโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องเวลาฉันอาหาร การไม่สะสมอาหาร และความเรียบง่ายในการดำรงชีวิต

หัวใจของเรื่องนี้จึงไม่ใช่ว่าพระควรกินเมนูอะไรให้อร่อย

แต่คือการฝึกชีวิตให้มักน้อย ไม่เลือกมาก ไม่สร้างภาระให้ญาติโยม และใช้การกินเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกละความยึดติด

นี่คือสิ่งที่ชาวพุทธควรศึกษาให้เข้าใจ ก่อนจะตัดสินกันด้วยความเชื่อที่ได้ยินต่อ ๆ กันมา

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 41 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: jeffreyfc
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเรา1 จังหวัดที่คนหนีออกมากที่สุดในไทยรถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐ4 สัตว์ที่ "ตะกละ" ที่สุดในโลก!!10 วิธีไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียง เพราะแผลในใจบางอย่างติดตัวไปได้นานโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติเจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยบั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน10 มหาวิทยาลัยที่มีคณะมากที่สุดในประเทศไทย10 อาชีพเสริมหลังเลิกงาน คนทำงานประจำก็เริ่มได้จริง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เป้ย-เมย์" ไขข้อสงสัย! ดาราไปงานแต่งใส่ซองกันเท่าไหร่ช่องเล็ก ๆ บนไม้เสียบลูกชิ้นมีไว้ทำอะไร รายละเอียดเล็กที่หลายคนเพิ่งสังเกตมารัง: ราชาแห่งผลไม้กลิ่นหอมจากบอร์เนียวดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเราปลาหมอคางดำมาไทยได้อย่างไร จากปลาวิจัยสู่ปัญหาในแหล่งน้ำหลายจังหวัด4 สัตว์ที่ "ตะกละ" ที่สุดในโลก!!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"ช้างคู่บารมี" (ช้างเผือก)ดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเราทริคประหยัดเงินแบบไม่ลำบากตัวเองเพราะอะไรเด็กรุ่นใหม่ถึงไม่อยากมีลูก
ตั้งกระทู้ใหม่