ผีเสื้อปีกแก้ว ปีกใสเหมือนล่องหนได้จริง เบื้องหลังคือโครงสร้างระดับนาโน
ผีเสื้อปีกแก้ว หรือ Greta oto เป็นผีเสื้อที่มีปีกโปร่งใสจนมองทะลุฉากหลังได้ ความใสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการพรางตัว แสง และโครงสร้างเล็กระดับนาโนบนปีก
ผีเสื้อส่วนใหญ่ดึงสายตาด้วยสีสันและลวดลายบนปีก แต่ ผีเสื้อปีกแก้ว กลับใช้วิธีตรงกันข้าม ปีกของมันใสจนมองเห็นฉากหลังได้ ทำให้เมื่อเกาะอยู่บนใบไม้หรือบินผ่านแสงเงาในป่าฝน มันแทบกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัว
ผีเสื้อชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Greta oto และมีชื่อสามัญว่า glasswing butterfly เพราะปีกโปร่งใสราวกับแผ่นแก้ว ส่วนกลางของปีกแทบไม่มีสี ขณะที่ขอบปีกยังมีสีน้ำตาลเข้มแต้มแดงหรือส้ม ทำให้รูปร่างของมันยังพอมองเห็นได้เมื่ออยู่ใกล้ ๆ
ในพื้นที่ที่ใช้ภาษาสเปน ผีเสื้อชนิดนี้ยังถูกเรียกว่า espejitos แปลได้ว่า “กระจกบานเล็ก” เป็นชื่อที่เข้ากับลักษณะปีกซึ่งดูเหมือนแผ่นใสบาง ๆ มากกว่าปีกผีเสื้อทั่วไป
ความโปร่งใสของปีกไม่ได้เป็นแค่ลักษณะแปลกตา งานวิจัยที่เผยแพร่ใน Nature Communications ระบุว่า ปีกใสของผีเสื้อปีกแก้วมีคุณสมบัติลดการสะท้อนแสงได้ดีในหลายมุมมอง โดยมีโครงสร้างขนาดเล็กมากบนพื้นผิวปีกที่เรียกว่า nanopillars ช่วยให้แสงสะท้อนกลับน้อยลง และทำให้ปีกดูโปร่งใสมากขึ้น
โครงสร้างเหล่านี้ไม่ได้เรียงตัวเป็นระเบียบเหมือนลายที่มนุษย์ออกแบบ แต่มีความไม่สม่ำเสมอทั้งความสูงและความกว้าง ความไม่เป็นระเบียบนี้กลับช่วยลดการสะท้อนของแสงในหลายทิศทาง ทำให้ปีกไม่วาว ไม่สะท้อนเด่น และไม่ดึงสายตานักล่าได้ง่าย
สำหรับผีเสื้อในธรรมชาติ การ “ไม่เด่น” อาจมีประโยชน์พอ ๆ กับการมีสีสด ผีเสื้อหลายชนิดใช้สีเพื่อเตือนศัตรูหรือเลียนแบบสิ่งมีชีวิตอื่น แต่ผีเสื้อปีกแก้วใช้ความโปร่งใสเป็นวิธีพรางตัว เมื่อลำตัวเล็ก ๆ เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางใบไม้ กิ่งไม้ และแสงที่ลอดผ่านเรือนยอดป่า ปีกใสช่วยให้มันมองเห็นได้ยากขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งชีววิทยาระบุว่า Greta oto พบได้ในแถบอเมริกากลางไปจนถึงอเมริกาใต้ และมีรายงานการพบในบางพื้นที่ไกลขึ้นไปทางตอนเหนือ เช่น เม็กซิโกหรือรัฐทางใต้ของสหรัฐฯ ถิ่นอาศัยที่เหมาะกับมันมักเป็นป่าฝนหรือพื้นที่ชื้นที่มีพืชอาหารและร่มเงาเพียงพอ
แม้ปีกจะดูบอบบาง แต่ผีเสื้อปีกแก้วไม่ได้พึ่งพาความใสเพียงอย่างเดียวในการเอาตัวรอด ตัวหนอนของมันเกี่ยวข้องกับพืชในกลุ่ม Cestrum ซึ่งมีสารเคมีตามธรรมชาติ ขณะที่ตัวเต็มวัยยังเกี่ยวข้องกับพืชบางกลุ่มที่มีสารอัลคาลอยด์ สารเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายของมันมีรสชาติไม่น่ากินสำหรับนักล่า เช่น นกหรือแมลงบางชนิด
พฤติกรรมการหาคู่ของผีเสื้อปีกแก้วยังเกี่ยวข้องกับอาหารที่มันกินเข้าไปด้วย ตัวผู้สามารถรวมกลุ่มกันในพื้นที่ร่มของป่าฝนเพื่อดึงดูดตัวเมีย พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า lekking และมีข้อมูลว่าฟีโรโมนของตัวผู้เกี่ยวข้องกับสารจากพืชที่มันได้รับผ่านอาหาร
อีกด้านที่น่าสนใจคือ ผีเสื้อปีกแก้วไม่ได้เป็นเพียงผีเสื้อที่เกาะนิ่งอยู่กับป่าเท่านั้น มีข้อมูลว่ามันสามารถเดินทางได้ไกลราว 12 ไมล์ หรือประมาณ 19 กิโลเมตรต่อวันในบางกรณี ซึ่งถือว่าน่าทึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวและลักษณะปีกที่ดูบางมาก
นักวิทยาศาสตร์ยังสนใจปีกของผีเสื้อปีกแก้วในฐานะแรงบันดาลใจด้านวัสดุและพื้นผิวโปร่งใส เพราะธรรมชาติของปีกชนิดนี้ช่วยลดแสงสะท้อนโดยไม่ต้องพึ่งสีหรือสารเคลือบแบบหนา แนวคิดนี้ถูกนำไปศึกษาในงานที่เกี่ยวกับกระจกใส พื้นผิวลดแสงสะท้อน และวัสดุที่ต้องการความโปร่งใสสูง
เมื่อดูจากข้อมูลที่มีอยู่ ผีเสื้อปีกแก้วจึงเป็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ใช้ทั้งโครงสร้างทางกายภาพ พฤติกรรม และสารเคมีจากอาหารมาช่วยในการอยู่รอด ปีกใสของมันไม่ใช่แค่รายละเอียดสวยงามในธรรมชาติ แต่เป็นระบบที่ทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมของป่าฝนอย่างละเอียดมาก
สำหรับผู้อ่านไทยที่อาจไม่คุ้นกับผีเสื้อชนิดนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่ภาพจำของปีกใสซึ่งต่างจากผีเสื้อทั่วไปอย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อรู้ว่าความใสนั้นเกิดจากโครงสร้างระดับนาโนและมีบทบาทจริงในการพรางตัว ผีเสื้อปีกแก้วจึงไม่ใช่เพียงสัตว์แปลกตา แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าธรรมชาติสามารถออกแบบการเอาชีวิตรอดได้ซับซ้อนกว่าที่ตาเปล่ามองเห็น
- ผีเสื้อปีกแก้ว หรือ Greta oto มีปีกโปร่งใสจนมองทะลุฉากหลังได้
- ความใสของปีกเกี่ยวข้องกับโครงสร้างระดับนาโนที่ช่วยลดการสะท้อนแสง
- ปีกโปร่งใสช่วยให้มันกลมกลืนกับใบไม้ แสง และเงาในป่าฝน
- ตัวหนอนและตัวเต็มวัยเกี่ยวข้องกับพืชบางชนิดที่มีสารเคมีตามธรรมชาติ ช่วยลดโอกาสถูกนักล่ากิน
- งานวิจัยปีกผีเสื้อชนิดนี้ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดวัสดุโปร่งใสและพื้นผิวลดแสงสะท้อน
แหล่งที่มา:
Postjung, Nature Communications, Marine Biological Laboratory, Science, วิกิพีเดีย
อ้างอิง:
https://www.nature.com/articles/ncomms7909
https://www.mbl.edu/news/seeing-invisible-how-butterflies-make-transparent-wings
https://www.science.org/content/article/how-glasswing-butterflies-grow-their-invisible-wings
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
ทำไมกุ้งแห้งถึงมีสีส้มสด ทั้งที่ไม่ได้ใส่สี ความลับซ่อนอยู่ในเปลือกกุ้ง
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
แถบสีรุ้งบนธนบัตรไม่ได้ใช้หมึก แต่ใช้ร่องนาโนหลอกตาให้เห็นทุกสี
ประกายวาบจากไฟแช็กไม่ใช่เปลวไฟ แต่คือเศษโลหะที่กำลังลุกไหม้
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
ชอล์กธรรมดาที่แท้จริงคือสุสานจิ๋วของแพลงก์ตอนนับล้านตัวจากท้องทะเลโบราณ
โดเมนเนม Cars.com ที่ถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท!
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ใส่หมวกกันน็อก ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากแค่ไหน
แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ส.ค.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
ทำไมกุ้งแห้งถึงมีสีส้มสด ทั้งที่ไม่ได้ใส่สี ความลับซ่อนอยู่ในเปลือกกุ้ง
ใส่หมวกกันน็อก ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากแค่ไหน
ซูมร่องแผ่นเสียงใต้กล้องจุลทรรศน์ แล้วจะรู้ว่าเสียงเพลงมีรูปร่างจริง
ไขความลับ “หมองูเป่าปี่” เหตุใดงูเห่าจึงแผ่แม่เบี้ยและโยกตัวตามเสียงเพลง
“แมงมุมแม่ม่าย” นักล่าร่างจิ๋วกับพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ท้อง
“ไครนอยด์” ดอกไม้มีชีวิตแห่งท้องทะเล สิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่บนโลกมานานเกือบ 500 ล้านปี
4 สิงหาคม “วันเสือลายเมฆสากล” ชวนรู้จักนักล่าลายก้อนเมฆผู้ลึกลับแห่งพงไพร

