หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผีเสื้อปีกแก้ว ปีกใสเหมือนล่องหนได้จริง เบื้องหลังคือโครงสร้างระดับนาโน


เขียนโดย dukedick

 

ผีเสื้อปีกแก้ว หรือ Greta oto เป็นผีเสื้อที่มีปีกโปร่งใสจนมองทะลุฉากหลังได้ ความใสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการพรางตัว แสง และโครงสร้างเล็กระดับนาโนบนปีก

ผีเสื้อส่วนใหญ่ดึงสายตาด้วยสีสันและลวดลายบนปีก แต่ ผีเสื้อปีกแก้ว กลับใช้วิธีตรงกันข้าม ปีกของมันใสจนมองเห็นฉากหลังได้ ทำให้เมื่อเกาะอยู่บนใบไม้หรือบินผ่านแสงเงาในป่าฝน มันแทบกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัว

ผีเสื้อชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Greta oto และมีชื่อสามัญว่า glasswing butterfly เพราะปีกโปร่งใสราวกับแผ่นแก้ว ส่วนกลางของปีกแทบไม่มีสี ขณะที่ขอบปีกยังมีสีน้ำตาลเข้มแต้มแดงหรือส้ม ทำให้รูปร่างของมันยังพอมองเห็นได้เมื่ออยู่ใกล้ ๆ

ในพื้นที่ที่ใช้ภาษาสเปน ผีเสื้อชนิดนี้ยังถูกเรียกว่า espejitos แปลได้ว่า “กระจกบานเล็ก” เป็นชื่อที่เข้ากับลักษณะปีกซึ่งดูเหมือนแผ่นใสบาง ๆ มากกว่าปีกผีเสื้อทั่วไป

ความโปร่งใสของปีกไม่ได้เป็นแค่ลักษณะแปลกตา งานวิจัยที่เผยแพร่ใน Nature Communications ระบุว่า ปีกใสของผีเสื้อปีกแก้วมีคุณสมบัติลดการสะท้อนแสงได้ดีในหลายมุมมอง โดยมีโครงสร้างขนาดเล็กมากบนพื้นผิวปีกที่เรียกว่า nanopillars ช่วยให้แสงสะท้อนกลับน้อยลง และทำให้ปีกดูโปร่งใสมากขึ้น

โครงสร้างเหล่านี้ไม่ได้เรียงตัวเป็นระเบียบเหมือนลายที่มนุษย์ออกแบบ แต่มีความไม่สม่ำเสมอทั้งความสูงและความกว้าง ความไม่เป็นระเบียบนี้กลับช่วยลดการสะท้อนของแสงในหลายทิศทาง ทำให้ปีกไม่วาว ไม่สะท้อนเด่น และไม่ดึงสายตานักล่าได้ง่าย

สำหรับผีเสื้อในธรรมชาติ การ “ไม่เด่น” อาจมีประโยชน์พอ ๆ กับการมีสีสด ผีเสื้อหลายชนิดใช้สีเพื่อเตือนศัตรูหรือเลียนแบบสิ่งมีชีวิตอื่น แต่ผีเสื้อปีกแก้วใช้ความโปร่งใสเป็นวิธีพรางตัว เมื่อลำตัวเล็ก ๆ เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางใบไม้ กิ่งไม้ และแสงที่ลอดผ่านเรือนยอดป่า ปีกใสช่วยให้มันมองเห็นได้ยากขึ้น

ข้อมูลจากแหล่งชีววิทยาระบุว่า Greta oto พบได้ในแถบอเมริกากลางไปจนถึงอเมริกาใต้ และมีรายงานการพบในบางพื้นที่ไกลขึ้นไปทางตอนเหนือ เช่น เม็กซิโกหรือรัฐทางใต้ของสหรัฐฯ ถิ่นอาศัยที่เหมาะกับมันมักเป็นป่าฝนหรือพื้นที่ชื้นที่มีพืชอาหารและร่มเงาเพียงพอ

แม้ปีกจะดูบอบบาง แต่ผีเสื้อปีกแก้วไม่ได้พึ่งพาความใสเพียงอย่างเดียวในการเอาตัวรอด ตัวหนอนของมันเกี่ยวข้องกับพืชในกลุ่ม Cestrum ซึ่งมีสารเคมีตามธรรมชาติ ขณะที่ตัวเต็มวัยยังเกี่ยวข้องกับพืชบางกลุ่มที่มีสารอัลคาลอยด์ สารเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายของมันมีรสชาติไม่น่ากินสำหรับนักล่า เช่น นกหรือแมลงบางชนิด

พฤติกรรมการหาคู่ของผีเสื้อปีกแก้วยังเกี่ยวข้องกับอาหารที่มันกินเข้าไปด้วย ตัวผู้สามารถรวมกลุ่มกันในพื้นที่ร่มของป่าฝนเพื่อดึงดูดตัวเมีย พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า lekking และมีข้อมูลว่าฟีโรโมนของตัวผู้เกี่ยวข้องกับสารจากพืชที่มันได้รับผ่านอาหาร

อีกด้านที่น่าสนใจคือ ผีเสื้อปีกแก้วไม่ได้เป็นเพียงผีเสื้อที่เกาะนิ่งอยู่กับป่าเท่านั้น มีข้อมูลว่ามันสามารถเดินทางได้ไกลราว 12 ไมล์ หรือประมาณ 19 กิโลเมตรต่อวันในบางกรณี ซึ่งถือว่าน่าทึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวและลักษณะปีกที่ดูบางมาก

นักวิทยาศาสตร์ยังสนใจปีกของผีเสื้อปีกแก้วในฐานะแรงบันดาลใจด้านวัสดุและพื้นผิวโปร่งใส เพราะธรรมชาติของปีกชนิดนี้ช่วยลดแสงสะท้อนโดยไม่ต้องพึ่งสีหรือสารเคลือบแบบหนา แนวคิดนี้ถูกนำไปศึกษาในงานที่เกี่ยวกับกระจกใส พื้นผิวลดแสงสะท้อน และวัสดุที่ต้องการความโปร่งใสสูง

เมื่อดูจากข้อมูลที่มีอยู่ ผีเสื้อปีกแก้วจึงเป็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ใช้ทั้งโครงสร้างทางกายภาพ พฤติกรรม และสารเคมีจากอาหารมาช่วยในการอยู่รอด ปีกใสของมันไม่ใช่แค่รายละเอียดสวยงามในธรรมชาติ แต่เป็นระบบที่ทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมของป่าฝนอย่างละเอียดมาก

สำหรับผู้อ่านไทยที่อาจไม่คุ้นกับผีเสื้อชนิดนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่ภาพจำของปีกใสซึ่งต่างจากผีเสื้อทั่วไปอย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อรู้ว่าความใสนั้นเกิดจากโครงสร้างระดับนาโนและมีบทบาทจริงในการพรางตัว ผีเสื้อปีกแก้วจึงไม่ใช่เพียงสัตว์แปลกตา แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าธรรมชาติสามารถออกแบบการเอาชีวิตรอดได้ซับซ้อนกว่าที่ตาเปล่ามองเห็น

 

 

เนื้อหาโดย: dukedick
แหล่งที่มา:
Postjung, Nature Communications, Marine Biological Laboratory, Science, วิกิพีเดีย

อ้างอิง:
https://www.nature.com/articles/ncomms7909
https://www.mbl.edu/news/seeing-invisible-how-butterflies-make-transparent-wings
https://www.science.org/content/article/how-glasswing-butterflies-grow-their-invisible-wings
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขายทำไมกุ้งแห้งถึงมีสีส้มสด ทั้งที่ไม่ได้ใส่สี ความลับซ่อนอยู่ในเปลือกกุ้งAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!แถบสีรุ้งบนธนบัตรไม่ได้ใช้หมึก แต่ใช้ร่องนาโนหลอกตาให้เห็นทุกสีประกายวาบจากไฟแช็กไม่ใช่เปลวไฟ แต่คือเศษโลหะที่กำลังลุกไหม้คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธชอล์กธรรมดาที่แท้จริงคือสุสานจิ๋วของแพลงก์ตอนนับล้านตัวจากท้องทะเลโบราณโดเมนเนม Cars.com ที่ถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท!เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569ใส่หมวกกันน็อก ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากแค่ไหนแนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ส.ค.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมกุ้งแห้งถึงมีสีส้มสด ทั้งที่ไม่ได้ใส่สี ความลับซ่อนอยู่ในเปลือกกุ้งใส่หมวกกันน็อก ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากแค่ไหนซูมร่องแผ่นเสียงใต้กล้องจุลทรรศน์ แล้วจะรู้ว่าเสียงเพลงมีรูปร่างจริง
ไขความลับ “หมองูเป่าปี่” เหตุใดงูเห่าจึงแผ่แม่เบี้ยและโยกตัวตามเสียงเพลง“แมงมุมแม่ม่าย” นักล่าร่างจิ๋วกับพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ท้อง“ไครนอยด์” ดอกไม้มีชีวิตแห่งท้องทะเล สิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่บนโลกมานานเกือบ 500 ล้านปี4 สิงหาคม “วันเสือลายเมฆสากล” ชวนรู้จักนักล่าลายก้อนเมฆผู้ลึกลับแห่งพงไพร
ตั้งกระทู้ใหม่