หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Floppy Disk ยังไม่หายไปไหน ทำไมบางระบบเก่ายังต้องใช้แผ่นเล็ก 1.44 MB


เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี


Floppy Disk อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เคยอยู่คู่กับคอมพิวเตอร์ทั่วโลก

Floppy Disk อาจหายไปจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ของคนทั่วไปแล้ว แต่ในบางระบบเก่า มันยังเป็นชิ้นส่วนที่เลิกใช้ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะเกี่ยวข้องกับต้นทุน ความเข้ากันได้ และเครื่องจักรที่ยังทำงานได้ดี

หลายคนรู้จัก Floppy Disk จากไอคอนรูปแผ่นดิสก์บนปุ่ม Save มากกว่าจากของจริง แต่แผ่นเล็ก ๆ ที่เคยใช้เก็บรายงาน เกม รูปภาพ และไฟล์งานในยุค 90 ยังไม่ได้หายไปจากโลกทั้งหมด

คำตอบของคำถามว่า “ปี 2569 ยังมีคนใช้ Floppy Disk อยู่ไหม” คือ ยังมีอยู่จริง เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปแล้ว มันหลงเหลืออยู่ในบางระบบที่ถูกออกแบบมาหลายสิบปีก่อน และยังทำงานได้ดีพอจนเจ้าของระบบไม่อยากหรือไม่สามารถเปลี่ยนทันที

Floppy Disk เริ่มต้นจากโลกคอมพิวเตอร์ยุคเมนเฟรม IBM ระบุว่าเริ่มจำหน่ายฟลอปปีดิสก์ไดรฟ์ในปี 1971 และได้รับสิทธิบัตรเกี่ยวกับไดรฟ์และแผ่นดิสก์ในปี 1972 ขณะที่ Computer History Museum ระบุว่า ฟอร์แมต 3.5 นิ้วเป็นฟอร์แมตที่ผลิตในเชิงมวลชนช่วงท้าย ๆ และค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยซีดีและแฟลชไดรฟ์ในเวลาต่อมา

สำหรับคนไทยที่โตมากับคอมพิวเตอร์ยุค 90 ภาพจำของ Floppy Disk มักมาพร้อมกล่องใส่แผ่น เขียนปากกาหน้าแผ่นว่า “รายงาน”, “เกม”, “รูปดารา” หรือ “งานส่งอาจารย์” ความจุ 1.44 MB ในยุคนั้นถือว่ามีค่า แต่ถ้าเทียบกับปัจจุบัน รูปถ่ายจากสมาร์ตโฟนเพียงรูปเดียวก็มักใหญ่กว่าแผ่นทั้งแผ่นแล้ว

จุดสำคัญคือ Floppy Disk ไม่ได้อยู่รอดเพราะมันดีกว่า USB หรือ Cloud Storage แต่อยู่รอดเพราะ ระบบบางอย่างถูกสร้างมาให้ใช้กับมันตั้งแต่แรก

ตัวอย่างที่พบได้คือเครื่องจักรอุตสาหกรรมรุ่นเก่า เครื่องปักผ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด เครื่องบินบางรุ่น หรือระบบเฉพาะทางที่ยังพึ่งพาเครื่องอ่านฟลอปปีดิสก์อยู่ รายงานของ Wired เคยอธิบายว่า เหตุผลหนึ่งที่เทคโนโลยีนี้ยังไม่ตาย คือเครื่องจักรเดิมยังทำงานได้ และการเปลี่ยนระบบอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลของเก่าให้ใช้ต่อ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเครื่องจักรหนึ่งตัวยังผลิตงานได้ดี แต่รับไฟล์ผ่าน Floppy Disk เท่านั้น เจ้าของโรงงานอาจเลือกเก็บไดรฟ์และแผ่นสำรองไว้ มากกว่าจะเปลี่ยนเครื่องทั้งระบบเพื่อให้รองรับ USB

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความย้อนยุคแบบน่ารัก แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบเก่าที่เรียกว่า legacy system หรือระบบที่ยังใช้งานอยู่แม้เทคโนโลยีรอบข้างจะเปลี่ยนไปมากแล้ว หลายองค์กรไม่ได้เปลี่ยนระบบทันที เพราะต้องคำนึงถึงความเสถียร ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงจากการย้ายข้อมูล และความเข้ากันได้กับเครื่องมือเดิม

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2024 หน่วยงานดิจิทัลของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกกฎระเบียบที่ยังบังคับใช้ Floppy Disk และสื่อบันทึกข้อมูลบางประเภทในกระบวนการราชการ โดยกฎที่เหลือถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2024 กรณีนี้ทำให้หลายคนเห็นว่า เทคโนโลยีเก่าอาจอยู่ต่อได้นานกว่าที่คิด หากมันถูกผูกกับกฎ ระบบเอกสาร หรือกระบวนการทำงานเดิม

ส่วนในสหรัฐฯ ระบบสั่งการนิวเคลียร์บางส่วนเคยถูกพูดถึงเพราะใช้แผ่น Floppy Disk ขนาด 8 นิ้ว ก่อนที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ จะเลิกใช้และเปลี่ยนไปใช้สื่อบันทึกข้อมูลแบบ solid-state ในปี 2019 ตามรายงานของ Defense News

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่า Floppy Disk ยังเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับงานทั่วไปในวันนี้ เพราะสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ มันช้า จุน้อย หาอุปกรณ์อ่านยาก และเสี่ยงต่อข้อมูลเสียหายเมื่อเวลาผ่านไป ปัจจุบัน USB Flash Drive, SSD, SD Card และ Cloud Storage ตอบโจทย์กว่ามากทั้งด้านความจุ ความเร็ว และการสำรองข้อมูล

สิ่งที่ทำให้ Floppy Disk น่าสนใจในปี 2569 จึงไม่ใช่ความสามารถของมัน แต่เป็นเรื่องของ “อายุระบบ” ที่ยาวกว่าที่คนทั่วไปคิด เทคโนโลยีบางอย่างอาจหายไปจากบ้านเราแล้ว แต่ยังซ่อนอยู่หลังเครื่องจักร โรงงาน ห้องควบคุม หรืออุปกรณ์เฉพาะทางที่ยังเดินเครื่องทุกวัน

สุดท้าย Floppy Disk อาจไม่ได้เป็นพระเอกของการเก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่ยังเหลือบทบาทในฐานะสัญลักษณ์ของยุคเปลี่ยนผ่าน จากวันที่ไฟล์ขนาด 1 MB ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเก็บอะไร ไปสู่วันที่คนทั่วไปอัปโหลดวิดีโอขึ้น Cloud ได้ในไม่กี่วินาที

และทุกครั้งที่เรากดปุ่ม Save โดยเห็นไอคอนรูปแผ่นดิสก์ นั่นอาจเป็นร่องรอยเล็ก ๆ ของเทคโนโลยีที่เลิกอยู่บนโต๊ะทำงานแล้ว แต่ยังไม่หายไปจากประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

 

 


จาก Floppy Disk 1.44 MB สู่ยุค USB และ Cloud Storage

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
แหล่งที่มา:
IBM, Computer History Museum, Digital Agency Japan, Reuters, Wired, Defense News

อ้างอิง:
https://www.ibm.com/history/floppy-disk
https://www.computerhistory.org/revolution/memory-storage/8/261
https://www.digital.go.jp/en/news/d0d894b1-9d2e-4e0a-a538-dab1acee296d
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 700+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ10 มหาวิทยาลัยแคมปัสใหญ่ เดินข้ามตึกไม่ง่ายจนต้องพึ่งรถรับส่ง5 มหาวิทยาลัยใกล้ทะเลในไทย บรรยากาศดี แต่ควรรู้ก่อนว่า “ใกล้” ไม่ได้แปลว่าติดหาดทุกแห่งApple ส่งสัญญาณขึ้นราคา อาจกระทบ iPhone-Mac เหตุชิปหน่วยความจำแพงขึ้นหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดซื้อหวยกี่ใบถึงเพิ่มโอกาสถูกรางวัลที่ 1? สิ่งที่สถิติบอก ต่างจากความเชื่อแค่ไหนปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกันเงินเยนอ่อนทะลุ 160 ต่อดอลลาร์ ทำไมญี่ปุ่นยังพยุงค่าเงินไม่อยู่ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบทำไมเลข 26 ถึงถูกพูดถึงมากก่อนงวด 1 กรกฎาคม 2569ทีเร็กซ์ไม่ได้มีดีแค่ฟันคม ทำไมมันยังเป็นไดโนเสาร์ที่คนทั้งโลกจำได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 มหาวิทยาลัยแคมปัสใหญ่ เดินข้ามตึกไม่ง่ายจนต้องพึ่งรถรับส่งความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569Apple ส่งสัญญาณขึ้นราคา อาจกระทบ iPhone-Mac เหตุชิปหน่วยความจำแพงขึ้นทีเร็กซ์ไม่ได้มีดีแค่ฟันคม ทำไมมันยังเป็นไดโนเสาร์ที่คนทั้งโลกจำได้😃 ชวนลองเข้ามาดูสิ่งธรรมดา ๆ ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันได้ตั้งตัว 😁
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรู้ไอที / เทคโนโลยี
อธิบายไอทีแบบบ้าน ๆ เรื่องยากแค่ไหนก็พอเข้าใจได้โหมด Incognito ไม่ได้ทำให้คุณล่องหนอย่างที่หลายคนเข้าใจทำไมช่างไอทีถึงชอบถามว่า "ปิดเปิดเครื่องหรือยัง?" ทั้งที่ฟังดูเหมือนคำตอบขอไปทีใช้ Windows ทุกวัน แต่หลายคนอาจยังไม่เคยลองคีย์ลัดเหล่านี้
ตั้งกระทู้ใหม่