หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมการสั่งกลับออฟฟิศเต็มเวลา อาจทำให้บริษัทเสียคนเก่งก่อนใคร


เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

หลังยุคโควิด หลายบริษัทอยากให้พนักงานกลับมาเจอกันเต็มเวลา แต่สำหรับคนทำงานที่มีประสบการณ์สูง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ต้องเข้าออฟฟิศกี่วัน” แต่คือ “เข้าไปเพื่ออะไร”

ARTICLE:
การกลับเข้าออฟฟิศอาจดูเหมือนเรื่องปกติของบริษัท แต่สำหรับพนักงานที่ทำงานมานาน มีทักษะสูง และพิสูจน์ผลงานตัวเองมาแล้วหลายปี นโยบาย “เข้าออฟฟิศเต็มเวลา” อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาเริ่มคิดเรื่องลาออกอย่างจริงจัง

ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าพนักงานไม่อยากทำงาน หรือองค์กรไม่ควรมีออฟฟิศอีกต่อไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ คนจำนวนมากเคยเห็นแล้วว่า งานบางประเภทสามารถทำได้ดีโดยไม่ต้องเดินทางทุกวัน

ช่วงปี 2020 หลายบริษัทมองการทำงานจากบ้านเป็นมาตรการชั่วคราว รอให้สถานการณ์กลับสู่ปกติแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม แต่เวลาหลายปีที่ผ่านไปทำให้คนทำงานจำนวนไม่น้อยปรับชีวิตใหม่ พวกเขาได้เวลากลับคืนจากการเดินทาง ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น มีเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือจัดการชีวิตส่วนตัวดีขึ้น

เมื่อเคยมีชีวิตแบบนั้นแล้ว การถูกขอให้กลับไปนั่งรถวันละหลายชั่วโมงเพื่อพิสูจน์ว่า “อยู่ที่โต๊ะทำงาน” จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก

โดยเฉพาะพนักงานระดับซีเนียร์หรือกลุ่ม high-performers ซึ่งมักมีทักษะเฉพาะทาง มีประสบการณ์ และมีทางเลือกในตลาดแรงงานมากกว่าคนทั่วไป งานวิจัยและรายงานด้านทรัพยากรบุคคลหลายชิ้นเริ่มชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า นโยบายกลับออฟฟิศที่เข้มเกินไปอาจกระทบการรักษาคนเก่งมากกว่าที่องค์กรคิด

Gartner เคยรายงานว่า เมื่อองค์กรใช้นโยบาย return to office แบบเข้ม กลุ่มพนักงานที่มีผลงานสูงมีแนวโน้ม “ตั้งใจจะอยู่ต่อ” ลดลงมากกว่าพนักงานทั่วไป และยังระบุว่าพนักงานจำนวนหนึ่งมองว่านโยบายดังกล่าวให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้บริหารต้องการ มากกว่าสิ่งที่พนักงานต้องใช้เพื่อทำงานให้ดี

อีกข้อมูลหนึ่งจาก Gartner ระบุว่า ผู้บริหาร 1 ใน 3 ที่ถูกกำหนดให้กลับเข้าออฟฟิศกล่าวว่าพวกเขามีแผนจะออกจากนายจ้างด้วยเหตุผลนี้ ขณะที่กลุ่ม non-executives มีสัดส่วนต่ำกว่า แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่มอง RTO เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนงาน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ออฟฟิศจำเป็นไหม” แต่คือ “ออฟฟิศจำเป็นสำหรับงานแบบไหน และเมื่อไร”

สำหรับบางงาน การเจอกันจริงมีคุณค่า เช่น การระดมสมอง การสอนงานคนใหม่ การประชุมที่ต้องใช้ความไว้วางใจสูง หรือกิจกรรมที่สร้างทีม แต่สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ งานวิเคราะห์ งานเขียน งานโค้ด งานวางแผน หรืองานที่วัดผลลัพธ์ได้ชัด การบังคับเข้าออฟฟิศทุกวันอาจไม่ได้เพิ่มคุณภาพงานเสมอไป

งานศึกษาที่เผยแพร่โดย Stanford Institute for Economic Policy Research ระบุว่า การทำงานแบบไฮบริดในกรณีศึกษาของ Trip.com ทำให้พนักงานที่ทำงานจากบ้าน 2 วันต่อสัปดาห์มี productivity และโอกาสเลื่อนตำแหน่งไม่ต่างจากกลุ่มที่เข้าออฟฟิศเต็มเวลา ขณะเดียวกันอัตราการลาออกลดลง 33% ในกลุ่มที่เปลี่ยนจากเข้าออฟฟิศเต็มเวลาไปเป็นไฮบริด

นี่เป็นเหตุผลที่หลายบริษัทเริ่มเจอโจทย์ยากกว่าเดิม เพราะการกลับออฟฟิศไม่ใช่แค่เรื่องตารางทำงาน แต่เป็นเรื่องความไว้วางใจระหว่างองค์กรกับพนักงาน

ถ้าบริษัทบอกว่าต้องกลับออฟฟิศเพื่อ “วัฒนธรรมองค์กร” พนักงานอาจถามต่อว่า วัฒนธรรมนั้นเกิดจากการนั่งอยู่ในตึก หรือเกิดจากการสื่อสารที่ดี การมีเป้าหมายร่วมกัน และการทำงานที่เคารพเวลาของกันและกัน

ถ้าบริษัทบอกว่าต้องกลับเพื่อ “ทำงานร่วมกันให้ดีขึ้น” พนักงานอาจยอมรับได้ง่ายขึ้น หากการเข้าออฟฟิศมีเหตุผลชัด เช่น เข้าวันที่ทีมต้องประชุมสำคัญ เวิร์กช็อป หรือสอนงานจริง ไม่ใช่เข้าไปนั่งประชุมออนไลน์กับคนที่อยู่คนละชั้น

ในมุมของบริษัท ผู้บริหารไม่ได้ผิดที่อยากให้ทีมกลับมาเจอกัน เพราะหลายองค์กรกังวลเรื่องการสื่อสาร ความผูกพัน การสอนงาน และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรมองข้าม เพียงแต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคำสั่ง “กลับมาเต็มเวลา” ถูกใช้เหมือนคำตอบเดียวสำหรับทุกตำแหน่ง ทุกทีม และทุกช่วงชีวิตของพนักงาน

สำหรับคนทำงานไทย เรื่องนี้ยิ่งใกล้ตัว เพราะหลายคนต้องเสียเวลาเดินทางเช้าเย็น เจอรถติด ค่าเดินทางสูง และเวลาส่วนตัวที่หายไปโดยไม่ได้ช่วยให้งานดีขึ้นเสมอไป หากองค์กรไม่อธิบายเหตุผลให้ชัด นโยบายกลับออฟฟิศอาจถูกมองว่าเป็นการดึงชีวิตเดิมที่หนักกว่าเดิมกลับมาอีกครั้ง

ข้อมูลจากเอกสารวิจัยบน arXiv ที่ศึกษานโยบายกลับออฟฟิศในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ยังชี้ว่า RTO อาจเกี่ยวข้องกับการไหลออกของพนักงานที่มีอายุงานยาวและระดับอาวุโสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกสารนี้ควรอ่านในฐานะงานวิจัยที่ต้องดูบริบท ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้เหมารวมกับทุกบริษัท

ทางออกจึงอาจไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง “เข้าออฟฟิศทุกวัน” กับ “ทำงานที่บ้านตลอดไป” แต่คือการออกแบบการทำงานให้ตอบโจทย์งานจริง คนจริง และผลลัพธ์จริง

บริษัทที่อยากรักษาคนเก่งอาจต้องตอบคำถามให้ได้ว่า วันที่พนักงานต้องเข้าออฟฟิศ เขาได้อะไรที่ทำจากบ้านไม่ได้ และเวลาชีวิตที่เสียไปนั้นคุ้มกับผลลัพธ์ที่องค์กรได้รับหรือไม่

เพราะสำหรับพนักงานซีเนียร์จำนวนหนึ่ง เงินเดือนยังสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดอีกต่อไป สิ่งที่พวกเขาให้ค่ามากขึ้นคืออิสระ ความไว้ใจ คุณภาพชีวิต และความรู้สึกว่างานไม่กลืนชีวิตทั้งหมด

สุดท้าย นโยบายกลับออฟฟิศเต็มเวลาอาจไม่ได้ทำให้ทุกคนลาออก แต่มีโอกาสกระทบคนที่องค์กรอยากรักษามากที่สุดก่อนใคร นั่นคือคนที่มีฝีมือ มีทางเลือก และไม่จำเป็นต้องยอมแลกเวลาชีวิตกับนโยบายที่เขาไม่เห็นเหตุผลเพียงพอ

KEY TAKEAWAYS:

  • การกลับออฟฟิศไม่ใช่ปัญหาเสมอไป แต่การบังคับเต็มเวลาโดยไม่มีเหตุผลชัดอาจทำให้พนักงานต่อต้าน
  • กลุ่มพนักงานมีประสบการณ์สูงและ high-performers มักมีทางเลือกมากกว่า จึงกล้าตัดสินใจเปลี่ยนงาน
  • งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า hybrid work สามารถช่วยลดการลาออกได้ โดยไม่จำเป็นต้องลด productivity
  • ออฟฟิศยังมีคุณค่าในบางกิจกรรม เช่น ระดมสมอง สอนงาน และสร้างทีม แต่ไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์ทุกงาน
  • บริษัทที่อยากรักษาคนเก่งควรอธิบาย “เหตุผลของการเข้าออฟฟิศ” ไม่ใช่ใช้คำสั่งอย่างเดียว

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮาราประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่? ความทรงจำวัยเด็กอาจไม่ได้เหมือนที่เราเคยจำ! สมองสามารถ “เติมเรื่อง” ให้เราได้เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่