หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม Multitasking ทั้งวัน ยิ่งทำให้เหนื่อยและงานเสร็จช้ากว่าที่คิด

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

หลายคนคิดว่าการทำหลายอย่างพร้อมกันคือทักษะของคนยุคใหม่ แต่ในชีวิตจริง สมองอาจกำลังจ่ายต้นทุนจากการสลับงานบ่อยกว่าที่เรารู้ตัว


หลายคนใช้ชีวิตทำงานแบบเปิดหลายหน้าจอพร้อมกัน ตอบแชต เช็กอีเมล ฟังประชุม และพยายามทำงานหลักให้เดินไปด้วย แต่ความรู้สึกว่า “ยุ่งตลอดเวลา” ไม่ได้แปลว่าเรากำลังมีประสิทธิภาพเสมอไป

ปัญหาของ Multitasking คือมันทำให้เรารู้สึกเหมือนควบคุมทุกอย่างได้ ทั้งที่หลายครั้งสมองกำลังถูกดึงไปมาจนหมดแรงก่อนงานสำคัญจะเสร็จจริง

ในทางจิตวิทยาการรู้คิด ประเด็นที่ถูกพูดถึงมานานคือ “task switching” หรือการสลับงาน สมาคมจิตวิทยาอเมริกันอธิบายว่า การย้ายความสนใจจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งมีต้นทุนทางเวลาและสมาธิ แม้ต้นทุนนั้นอาจดูเล็กน้อยในแต่ละครั้ง แต่เมื่อเกิดซ้ำทั้งวัน ผลกระทบจะสะสมได้

พูดง่าย ๆ คือ สมองไม่ได้ทำงานซับซ้อนหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างไร้รอยต่อเสมอไป หลายกรณีเป็นการสลับความสนใจอย่างรวดเร็ว จากเอกสารไปแชต จากแชตไปอีเมล แล้วกลับมาที่งานเดิม

ทุกครั้งที่กลับมางานเดิม สมองต้องใช้เวลา “ตั้งหลักใหม่” โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิดลึก เช่น เขียนบทความ วิเคราะห์ข้อมูล วางแผน หรือแก้ปัญหาซับซ้อน นี่คือเหตุผลที่บางวันเราดูทำหลายอย่างมาก แต่กลับรู้สึกว่างานสำคัญไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

อีกด้านหนึ่ง Multitasking ยังทำให้เราเผลอเข้าใจผิดว่า “งานเดินหลายทาง” เท่ากับ “งานก้าวหน้า” ทั้งที่ความจริงอาจเป็นเพียงความคืบหน้าเล็ก ๆ ในหลายงาน แต่ไม่มีงานไหนจบเป็นชิ้นเป็นอัน

เปิดไฟล์ไว้หลายหน้า ตอบข้อความหลายห้อง อ่านอีเมลหลายฉบับ แต่พอสิ้นวันกลับพบว่างานที่ต้องใช้สมาธิจริง ๆ ยังอยู่ตรงจุดเดิม ความเหนื่อยจึงไม่ได้มาจากปริมาณงานอย่างเดียว แต่มาจากการดึงสมองไปคนละทิศตลอดเวลา

งานวิจัยของ Stanford ที่เผยแพร่ผ่าน Stanford News เคยรายงานว่า ผู้ที่ใช้สื่อหลายอย่างพร้อมกันหนัก ๆ มีแนวโน้มจัดการสิ่งรบกวนได้แย่กว่ากลุ่มที่ทำเช่นนั้นน้อยกว่า โดยเฉพาะเรื่องการกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากความสนใจ ขณะที่บทความวิชาการใน PNAS ซึ่งเผยแพร่ผ่านฐานข้อมูล NIH PMC ระบุว่า กลุ่มที่เป็น heavy media multitaskers มีความไวต่อสิ่งรบกวนมากกว่า และทำได้แย่กว่าในการทดสอบบางด้านของ cognitive control

นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนห้ามทำหลายอย่างพร้อมกันโดยเด็ดขาด เพราะชีวิตจริงมีงานแทรก มีข้อความด่วน และมีสถานการณ์ที่ต้องรับมือหลายเรื่องพร้อมกัน แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การปล่อยให้รูปแบบนี้กลายเป็นโหมดหลักของทั้งวัน

เมื่อสมองชินกับการสลับสิ่งกระตุ้นตลอดเวลา เราอาจเริ่มทำงานแบบตื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว อ่านอะไรได้น้อยลง คิดอะไรได้นานน้อยลง และเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับงานเดียวเงียบ ๆ นานพอ

ความผิดพลาดเล็ก ๆ ก็อาจเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน เช่น ลืมแนบไฟล์ ส่งข้อความผิดคน อ่านตัวเลขพลาด หรือจำรายละเอียดในประชุมคลาดเคลื่อน หลายครั้งไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะสมองถูกใช้งานในสภาพที่ต้องแบ่งความจำระยะสั้นไปหลายทาง

อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ Multitasking อาจทำให้ “งานด่วน” ชนะ “งานสำคัญ” เสมอ อะไรที่ดังขึ้นก่อนมักได้ความสนใจก่อน ข้อความใหม่ชนะงานระยะยาว อีเมลด่วนชนะการวางแผน และคำขอของคนอื่นชนะเป้าหมายของตัวเอง

สุดท้ายทั้งวันจึงกลายเป็นการตอบสนองสิ่งที่เข้ามา มากกว่าการเลือกทำสิ่งที่สำคัญจริง ๆ

ทางออกไม่จำเป็นต้องสุดโต่งถึงขั้นตัดทุกช่องทางการสื่อสาร แต่เริ่มจากการจัดจังหวะให้สมองได้ทำงานเป็นช่วง เช่น ปิดแจ้งเตือนชั่วคราว 30–45 นาที ทำงานหลักให้จบหนึ่งช่วง แล้วค่อยกลับมาตอบข้อความเป็นรอบ

การทำทีละอย่างอาจดูช้ากว่าในตอนแรก แต่หลายครั้งกลับเร็วกว่าในภาพรวม เพราะเราเสียเวลาน้อยลงกับการเริ่มต้นใหม่ซ้ำ ๆ และมีโอกาสทำงานลึกได้ดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่า เรากำลัง “ยุ่ง” หรือกำลัง “ก้าวหน้า” เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

ในวันที่ทุกหน้าจอพยายามดึงความสนใจของเราไปพร้อมกัน ความสามารถในการโฟกัสทีละเรื่องอาจกลายเป็นทักษะสำคัญกว่าการตอบทุกอย่างให้เร็วที่สุด

แหล่งที่มา:
American Psychological Association, Stanford University, PNAS, NIH PMC

อ้างอิง:
https://www.apa.org/topics/research/multitasking
https://news.stanford.edu/stories/2009/08/multitask-research-study-082409
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2747164/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดนั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่งปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย10 เรื่องที่ควรรู้เรื่อง AI ก่อนใช้จริงในชีวิตประจำวัน10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสียแรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คนคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับนั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่ง10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสียบิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหากแรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คนหญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบู
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Big Bubble หมากฝรั่งเทปในตำนาน หายไปไหน? จากขนมสุดฮิตหน้าโรงเรียน สู่ความทรงจำของเด็กยุค 90ไม่ตอบอีเมลทันที อาจช่วยให้งานเสร็จมากขึ้นกว่าที่คิดพักสมอง 20 นาทีช่วงบ่าย อาจช่วยงานเดินกว่ากาแฟอีกแก้วทำไมหลายคนมองว่าพุทธศาสนาคล้ายวิทยาศาสตร์ ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ตั้งกระทู้ใหม่