5 ห้างญี่ปุ่นในไทยที่กลายเป็นความทรงจำ ทำไมหลายแบรนด์ต้องอำลาตลาด
จากไทยไดมารูถึงอิเซตัน หลายห้างญี่ปุ่นเคยเป็นภาพจำของคนกรุงเทพฯ แต่เส้นทางธุรกิจกลับไม่ได้ยืนยาวเท่าความทรงจำของผู้คน
ห้างญี่ปุ่นเคยเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของการเดินห้างในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะยุคที่สินค้านำเข้า บันไดเลื่อน อาหารญี่ปุ่น และบริการแบบญี่ปุ่นยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่หลายชื่อที่เคยคึกคักกลับทยอยปิดตัว เหลือไว้ทั้งความคิดถึงและบทเรียนเรื่องการทำธุรกิจค้าปลีกในตลาดไทย
ชื่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ห้างเก่า แต่เป็นหมุดหมายของเมืองในแต่ละยุค ทั้งราชประสงค์ พระราม 9 รัชดาภิเษก และศรีนครินทร์ หลายแห่งเคยเป็นจุดนัดพบของครอบครัว วัยรุ่น และคนทำงาน ก่อนพื้นที่เดิมจะถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้า โซนไลฟ์สไตล์ หรือแหล่งไอทีในปัจจุบัน
ไทยไดมารู มักถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในตำนานห้างญี่ปุ่นยุคแรกของไทย เปิดที่ย่านราชประสงค์ในปี 2507 และเป็นที่จดจำจากบันไดเลื่อน ซึ่งเป็นของใหม่มากสำหรับคนไทยในเวลานั้น ข้อมูลจาก Thailand NOW ระบุว่า บันไดเลื่อนแห่งแรกในไทยเริ่มให้บริการที่ไทยไดมารู ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2507
ต่อมาไทยไดมารูย้ายไปยังราชดำริ อาเขต และภายหลังย้ายไปฝั่งพระโขนงกับเสรีเซ็นเตอร์ เมื่อสัญญาพื้นที่เดิมสิ้นสุดลง แต่อัตลักษณ์ที่เคยผูกกับย่านราชประสงค์และกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นไม่ได้ส่งต่อได้ง่ายในทำเลใหม่ สุดท้ายชื่อไทยไดมารูจึงค่อย ๆ หายไปจากชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ
อิเซตัน เป็นอีกชื่อที่คนจำนวนมากจำได้ชัดกว่า เพราะอยู่ในเซ็นทรัลเวิลด์มายาวนาน จุดขายของอิเซตันคือภาพของห้างญี่ปุ่นร่วมสมัย มีสินค้านำเข้า ร้านหนังสือ ร้านอาหาร และบรรยากาศที่ต่างจากห้างไทยทั่วไป Bangkok Post รายงานว่าอิเซตันยุติธุรกิจในไทยหลังดำเนินกิจการมา 28 ปี เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2563
การปิดของอิเซตันไม่ได้แปลว่า “ความเป็นญี่ปุ่น” หายจากเซ็นทรัลเวิลด์ทั้งหมด เพราะร้านอาหารและร้านบางส่วนยังถูกดึงไปเปิดต่อในพื้นที่อื่น แต่ในเชิงความรู้สึก อิเซตันคือการปิดฉากห้างญี่ปุ่นเต็มรูปแบบที่คนกรุงเทพฯ รุ่นหนึ่งคุ้นเคย
เยาฮัน เคยสร้างความตื่นตาในย่านพระราม 9 โดยเฉพาะในฟอร์จูนทาวน์ จุดเด่นไม่ได้มีแค่สินค้า แต่รวมถึงความบันเทิงสำหรับครอบครัว เช่น สวนสนุกในร่ม ลานสเก็ต และโซนของเล่นที่ทำให้เด็กยุคนั้นจำได้ดี ข้อมูลประวัติของ Yaohan ระบุว่าสาขาแรกในไทยเปิดที่ฟอร์จูนทาวน์ ถนนรัชดาภิเษก ในปี 2534 และถอนตัวในปี 2540 ท่ามกลางปัญหาทางการเงินและวิกฤตเศรษฐกิจ
กรณีเยาฮันทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกต่างชาติ ต่อให้สาขาในไทยมีภาพจำแข็งแรง แต่หากบริษัทแม่มีปัญหาการเงินระดับโครงสร้าง สาขาต่างประเทศก็หลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก
โซโก้ ผูกกับภาพห้างหรูย่านราชประสงค์ บริเวณอัมรินทร์ พลาซ่าเดิม หลายคนจำได้จากทำเลระดับพรีเมียม บริการแบบญี่ปุ่น และบรรยากาศที่ดูเป็นสากลมากในยุคนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับเกษรอัมรินทร์ระบุว่าอัมรินทร์ พลาซ่าเปิดในปี 2528 โดยมีโซโก้เป็น anchor หลัก และเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกของเครือโซโก้
พื้นที่เดิมของโซโก้เปลี่ยนบทบาทไปตามยุค จากอัมรินทร์ พลาซ่า สู่การพัฒนาในเครือเกษร และรีโนเวตเป็นเกษรอัมรินทร์ในเวลาต่อมา นี่เป็นตัวอย่างชัดของทำเลที่ยังมีมูลค่า แต่แบรนด์ที่เคยอยู่ในทำเลนั้นอาจไม่ได้อยู่ตลอดไป
จัสโก้ ต่างจากหลายชื่อก่อนหน้า เพราะภาพจำของจัสโก้ใกล้กับซูเปอร์มาร์เก็ตและชีวิตประจำวันมากกว่า หลายคนจำสาขารัชดาภิเษกได้จากของกิน ของใช้ เครื่องเขียน และบรรยากาศเดินง่ายแบบครอบครัว ข้อมูลของ AEON Thailand ระบุว่า Maxvalu Supermarket ในไทยดำเนินงานภายใต้ AEON Thailand และสาขา Maxvalu แรกในไทยเปิดเมื่อเดือนตุลาคม 2550
ในเชิงธุรกิจ จัสโก้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ปิดแล้วหายไป” แต่เป็นกรณีของแบรนด์ที่เปลี่ยนรูปแบบและชื่อให้เข้ากับยุคค้าปลีกใหม่มากขึ้น ปัจจุบันผู้บริโภคอาจไม่เห็นชื่อจัสโก้เหมือนเดิม แต่ยังเห็นร่องรอยของเครืออิออนผ่าน Maxvalu และธุรกิจอื่นในไทย
เมื่อมองรวมกัน ห้างญี่ปุ่นเหล่านี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของตลาดไทย คือความสำเร็จในประเทศต้นทางไม่ได้รับประกันว่าจะทำซ้ำได้ทันทีในอีกประเทศหนึ่ง ทำเล คู่แข่ง พฤติกรรมผู้บริโภค ค่าเช่า วิกฤตเศรษฐกิจ และความสามารถในการปรับตัว ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แต่ละแบรนด์เดินต่อได้ไม่เท่ากัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้หลายห้างจะปิดตัวไปนานแล้ว แต่ชื่อของพวกเขายังถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะห้างเหล่านี้ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายประสบการณ์ในวันที่กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองการค้าแบบเดิมสู่เมืองห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่
สำหรับคนอ่านรุ่นใหม่ เรื่องนี้อาจเป็นประวัติศาสตร์เมืองแบบย่อ ๆ แต่สำหรับคนที่เคยเดินห้างเหล่านี้ มันคือความทรงจำของวันหยุด ครอบครัว บันไดเลื่อนแรก ๆ อาหารญี่ปุ่นที่ยังหายาก และช่วงเวลาที่คำว่า “ห้างญี่ปุ่น” เคยมีเสน่ห์เฉพาะตัวในกรุงเทพฯ
- ห้างญี่ปุ่นหลายแห่งเคยเป็นภาพจำสำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านราชประสงค์ พระราม 9 และรัชดาภิเษก
- ไทยไดมารูถูกจดจำจากบันไดเลื่อนยุคแรก ส่วนอิเซตันคือภาพห้างญี่ปุ่นร่วมสมัยในเซ็นทรัลเวิลด์
- เยาฮันได้รับผลกระทบจากปัญหาบริษัทแม่และวิกฤตเศรษฐกิจ ส่วนโซโก้ผูกกับทำเลหรูในอัมรินทร์ พลาซ่า
- จัสโก้เป็นกรณีที่แบรนด์เปลี่ยนรูปแบบไปสู่ Maxvalu ภายใต้เครืออิออน
- บทเรียนสำคัญคือธุรกิจค้าปลีกต่างชาติต้องปรับให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย ทำเล และการแข่งขันในแต่ละยุค
แหล่งที่มา:
ข้อมูลต้นฉบับจากผู้ใช้ / Bangkok Post / Thailand NOW / AEON Thailand / ข้อมูลประวัติ Thai Daimaru, Yaohan และ Gaysorn Amarin
อ้างอิง:
https://www.bangkokpost.com/business/general/1878800/isetan-to-exit-thailand-after-28-years
https://www.thailandnow.in.th/life-society/a-litany-of-firsts/
https://www.aeonthailand.co.th/about/
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ดราม่า เจลาโต้ parameter ที่ขายแพง
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
สเปน-อาร์เจนตินา ใครจะคว้าแชมป์ในคืนนี้?
คนซื้อหวยไม่เคยถูก(เพราะอะไร)
ยาวกว่ากำแพงเมืองจีน-ทำไมออสเตรเลียถึงสร้างรั้วยาวที่สุดในโลก
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ไขปริศนา “ระบบปฏิบัติการแมวส้ม” ทำไมเจ้าเหมียวสีนี้ถึงยืนหนึ่งเรื่องความตึง! 🐱🍊
ทำไม หลวงพระบาง ถึงเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีชีวิต
ทำไม "ปลานิล" ไม่ระบาดเหมือน "ปลาหมอคางดำ" ทั้งที่เข้ามาในไทยก่อน?
ทำไม เจลาโต้ ถึงขายราคาแพง
ทำความรู้จัก"ลูกแพร์"ผลไม้รสหวานฉ่ำ อร่อย พร้อมประโยชน์มากมาย
จังหวัดที่ผู้ชายหล่อที่สุด ถูกยกย่องว่าหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทย




