หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

งูกะปะ งูพิษสวนยางที่ควรระวัง เพราะนิ่งจนมองไม่เห็น

เขียนโดย dukedick

 

งูกะปะเป็นงูพิษที่คนเดินสวนยาง ป่าชื้น หรือพื้นที่มีใบไม้แห้งควรรู้จัก เพราะอันตรายของมันไม่ได้มาจากการไล่กัดคน แต่มาจากการนอนนิ่ง พรางตัวแนบพื้น และถูกเหยียบเข้าโดยไม่ตั้งใจ

งูชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calloselasma rhodostoma หรือ Malayan pit viper พบได้ในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้น ป่าละเมาะ สวนยางพารา และพื้นที่มีเศษใบไม้ทับถมตามพื้น

ลำตัวของงูกะปะมักค่อนข้างสั้น อ้วนหนา สีออกน้ำตาลอ่อน ชมพูหม่น หรือคล้ายใบไม้แห้ง มีลายเข้มเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียงตามสองข้างลำตัว ลายนี้ทำให้มันกลมกลืนกับพื้นดิน ใบไม้ และกิ่งไม้ได้ดีมาก

 

นี่คือเหตุผลที่หลายคนไม่เห็นงูกะปะจนกระทั่งเข้าใกล้เกินไป

จุดที่ควรรู้คือ งูกะปะไม่ใช่งูที่มักออกมาไล่คน โดยธรรมชาติแล้วมันมักเลือกอยู่นิ่ง ซ่อนตัว และป้องกันตัวเมื่อถูกรบกวน แต่ความนิ่งนี่เองที่ทำให้เสี่ยง เพราะคนที่เดินผ่านกองใบไม้ เดินตัดสวนยาง หรือใช้มือคุ้ยเศษไม้ อาจเข้าไปใกล้มันโดยไม่รู้ตัว

งูกะปะอยู่ในกลุ่มงูพิษที่มี “หลุมรับความร้อน” หรือ pit organ บริเวณใกล้ดวงตาและรูจมูก อวัยวะนี้ช่วยให้มันรับรู้ความร้อนจากสิ่งมีชีวิตเลือดอุ่นได้ แม้ในสภาพแสงน้อย จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่งูในกลุ่มนี้ล่าเหยื่อได้ดีในช่วงกลางคืนหรือพื้นที่มืด

เมื่อถูกงูกะปะกัด สิ่งที่ต้องระวังคือพิษที่มีผลต่อระบบเลือดและเนื้อเยื่อ อาการอาจเริ่มจากปวด บวม แดง หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ถูกกัด บางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ เลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือเกิดเนื้อเยื่อเสียหายได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ตำแหน่งที่คนมักเสี่ยงถูกกัดคือเท้า ข้อเท้า และขาส่วนล่าง เพราะเป็นจุดที่เข้าใกล้งูบนพื้นโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำ เช้ามืด หลังฝนตก หรือช่วงที่ต้องเดินในพื้นที่รกและชื้น

วิธีลดความเสี่ยงเมื่อต้องเข้าพื้นที่เสี่ยง ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

สวมรองเท้าหุ้มข้อหรือรองเท้าบูทเมื่อต้องเดินสวนยางหรือป่าชื้น ใช้ไฟฉายเสมอเมื่อต้องเดินตอนมืด ไม่ใช้มือเปล่าคุ้ยกองใบไม้ กองไม้ หรือซอกหิน และควรใช้ไม้ยาวเขี่ยพื้นที่ด้านหน้าก่อนเดินเข้าไปในจุดที่มองไม่ชัด

ถ้าเจองูกะปะ สิ่งที่ควรทำที่สุดคือถอยออกช้า ๆ เว้นระยะให้ปลอดภัย และไม่พยายามจับ เขี่ย ไล่ หรือถ่ายรูปใกล้เกินไป แม้งูจะดูนิ่ง แต่จังหวะฉกอาจเกิดขึ้นเร็วมากเมื่อมันรู้สึกถูกคุกคาม

หากถูกงูกะปะกัด ควรตั้งสติ ลดการเคลื่อนไหวของผู้ถูกกัดให้มากที่สุด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้ง และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ระหว่างนั้นควรจดจำลักษณะงูจากระยะปลอดภัย หากทำได้ แต่ไม่ควรเสียเวลาไล่จับหรือนำงูไปด้วย

สิ่งที่ไม่ควรทำคือกรีดแผล ดูดพิษ ใช้ไฟจี้แผล ดื่มสุรา ทายาสมุนไพรลงแผล หรือขันชะเนาะแน่น ๆ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น และทำให้การรักษายุ่งยากกว่าเดิม

การรักษาผู้ถูกงูพิษกัดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะประเมินอาการ ตรวจการแข็งตัวของเลือด เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และพิจารณาใช้เซรุ่มแก้พิษงูตามข้อบ่งชี้ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ระบุว่ามีเซรุ่มแก้พิษงูกะปะ หรือ Malayan Pit Viper antivenin อยู่ในรายการเซรุ่มเดี่ยวชนิดแห้งสำหรับงูพิษ

แม้งูกะปะจะเป็นสัตว์ที่ควรระวัง แต่ไม่จำเป็นต้องมองมันเป็นศัตรูทั้งหมด เพราะงูมีบทบาทในระบบนิเวศ ช่วยควบคุมสัตว์ฟันแทะอย่างหนู ซึ่งเป็นปัญหากับพื้นที่เกษตรและชุมชนได้เช่นกัน

ทางที่ปลอดภัยที่สุดจึงไม่ใช่การเข้าไปจัดการงูด้วยตัวเอง แต่คือการรู้ว่าพื้นที่แบบไหนเสี่ยง รู้ว่าควรถอยอย่างไรเมื่อเจอ และรู้ว่าหากถูกกัดต้องไปโรงพยาบาลเร็วที่สุด

สำหรับคนที่อยู่ใกล้สวนยาง ป่าชื้น หรือมีพื้นที่รกหลังบ้าน บทเรียนสำคัญของงูกะปะคือ อันตรายบางอย่างไม่ได้ส่งเสียงเตือนล่วงหน้า สิ่งที่ดูเหมือนกองใบไม้ธรรมดา อาจมีงูพิษนอนนิ่งอยู่ได้เสมอ

 

เนื้อหาโดย: dukedick
แหล่งที่มา: กรมควบคุมโรค / สถานเสาวภา สภากาชาดไทย / งานวิชาการด้านพิษงูกะปะ
อ้างอิง:
https://www.ddc.moph.go.th/dip/journal_detail.php?deptcode=dip&publish=15881
https://saovabha.org/services_list_detail/2022-01-01-09917
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10160700/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 130 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนมัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 8แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันRichard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ 2569: เปรียบเทียบ 10 โรงเรียน ค่าแรกเข้า และงบปีแรกอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันRichard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรมัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569คดีปล้น Banco Central ที่ใช้อุโมงค์ยาวเกือบ 80 เมตรแมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
หอยทากคิวบา: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนป่า ที่ธรรมชาติแต่งแต้มด้วยสีสันAlba : ลิงอุรังอุตังเผือกแสนน่ารัก แห่งประเทศอินโดนีเซียงูหางกระดิ่งขนตา นักพรางตัวผู้ซ่อนเขี้ยวพิษแห่งผืนป่าWhite-browed Purpletuft นกจิ๋วแห่งป่าแอมะซอน กับขนสีม่วงแสนสวยที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัว
ตั้งกระทู้ใหม่