ทำไมเราแอบสะใจ เวลาเห็นคนเก่งหรือคนดังทำพลาด
เวลาคนที่ดูเก่ง ดูรวย หรือดูสมบูรณ์แบบมาตลอดเกิดพลาดขึ้นมา หลายคนอาจรู้สึกสะใจเล็ก ๆ ทั้งที่ไม่ได้อยากเป็นคนใจร้าย อารมณ์นี้มีคำอธิบายในทางจิตวิทยา และอาจบอกได้ว่าเรากำลังเหนื่อยกับการเปรียบเทียบตัวเองมากแค่ไหน
ลองนึกถึงข่าวสักข่าวหนึ่ง
นักธุรกิจชื่อดังที่เคยดูประสบความสำเร็จมาก เกิดตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่
ดาราที่ภาพลักษณ์ดีมาตลอด มีเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา
หัวหน้าที่เคยมั่นใจเกินร้อย ถูกตำหนิต่อหน้าคนจำนวนมาก
หรือเพื่อนร่วมงานที่ใคร ๆ ก็ชมว่าเก่งที่สุดในทีม กลับทำงานพลาดแบบที่ทุกคนเห็น
หลายครั้งเราไม่ได้หัวเราะออกมา ไม่ได้ดีใจชัดเจน แต่ลึก ๆ กลับมีความรู้สึกโล่งใจ สะใจนิด ๆ หรือรู้สึกว่า “เห็นไหม เขาก็พลาดได้เหมือนกัน”
แล้วเราก็อาจรู้สึกผิดตามมาอีกทีว่า ทำไมเราถึงคิดแบบนั้น
อารมณ์นี้มีชื่อเรียกว่า Schadenfreude
Schadenfreude เป็นคำภาษาเยอรมัน ใช้อธิบายความรู้สึกพึงพอใจหรือมีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นเจอความโชคร้าย ความผิดพลาด หรือความล้มเหลว
ฟังดูเป็นอารมณ์ที่ไม่น่าภูมิใจนัก แต่ความจริงคือมันเป็นอารมณ์ที่พบได้ในมนุษย์ทั่วไป ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนใจร้ายหรือคนขี้อิจฉาเท่านั้น
จุดสำคัญคือ ความรู้สึกแรกที่แวบขึ้นมา ไม่ได้นิยามว่าเราเป็นคนแบบไหนเสมอไป สิ่งที่บอกตัวตนมากกว่าคือ เราทำอะไรต่อหลังจากรู้สึกแบบนั้น
ถ้ารู้ทันแล้วปล่อยผ่าน นั่นคือการสังเกตใจตัวเอง
แต่ถ้าใช้ความรู้สึกนั้นไปซ้ำเติม ดูถูก หรือเหยียบคนที่กำลังล้ม ตรงนั้นต่างหากที่เริ่มเป็นปัญหา
ทำไมสมองถึงรู้สึกโล่งใจเมื่อคนที่อยู่สูงพลาด
เหตุผลหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า การเปรียบเทียบทางสังคม หรือ social comparison
มนุษย์ไม่ได้ประเมินคุณค่าของตัวเองแบบลอย ๆ เสมอไป เรามักเทียบตัวเองกับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว
ใครประสบความสำเร็จกว่าเรา
ใครหน้าตาดีกว่าเรา
ใครมีเงินมากกว่าเรา
ใครได้รับคำชมมากกว่าเรา
ใครดูมีชีวิตที่ลงตัวกว่าเรา
การเทียบแบบนี้อาจช่วยให้เราอยากพัฒนาตัวเองได้ แต่ถ้าเกิดบ่อยเกินไป มันจะกลายเป็นแรงกดดันเงียบ ๆ
ยิ่งอีกฝ่ายดูสูงกว่าเรามากเท่าไร ช่องว่างในใจก็ยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น
เมื่อวันหนึ่งคนคนนั้นพลาด สมองจึงรับรู้เหมือนช่องว่างนั้นแคบลงชั่วคราว
เขาไม่ได้สูงจนแตะไม่ถึงอีกต่อไป
เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน
เขาก็มีวันที่หลุด มีวันที่ผิด มีวันที่ชีวิตไม่สมบูรณ์แบบ
ความสะใจเล็ก ๆ จึงอาจไม่ได้มาจากความเกลียดเสมอไป แต่มาจากความโล่งใจว่าเราไม่ได้ด้อยอยู่ฝ่ายเดียว
ทำไมคนดัง คนเก่ง หรือคนมีอำนาจจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ
คนที่มีชื่อเสียง มีฐานะ มีอำนาจ หรือดูประสบความสำเร็จมากกว่าค่าเฉลี่ย มักกลายเป็นเป้าของอารมณ์แบบนี้ได้ง่าย
ไม่ใช่เพราะทุกคนเกลียดพวกเขา
แต่เพราะคนเหล่านี้มักกลายเป็น “มาตรฐาน” ที่คนอื่นใช้เทียบชีวิตตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคนที่ดูสมบูรณ์แบบเกิดผิดพลาด คนดูบางส่วนจึงรู้สึกเหมือนโลกกลับมาสมดุลขึ้นเล็กน้อย
เหมือนในใจพูดว่า “สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น”
อารมณ์นี้จะยิ่งแรงขึ้น ถ้าเรารู้สึกว่าอีกฝ่ายเคยได้เปรียบ เคยได้รับสิทธิพิเศษ หรือเคยอยู่ในจุดที่เราไม่มีทางไปถึง
ในบางกรณี Schadenfreude จึงปนกับความรู้สึกเรื่องความยุติธรรม เช่น เห็นคนที่เคยเอาเปรียบคนอื่นได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง
แต่ในอีกหลายกรณี มันอาจไม่ได้เกี่ยวกับความยุติธรรมเลย แต่อาจเกี่ยวกับบาดแผลในใจเราเองมากกว่า
โซเชียลมีเดียทำให้อารมณ์นี้เกิดง่ายขึ้น
เมื่อก่อน เราอาจเปรียบเทียบตัวเองกับคนไม่กี่คนรอบตัว เช่น เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง เพื่อนสมัยเรียน หรือคนในชุมชนเดียวกัน
แต่ทุกวันนี้ เราเห็นชีวิตที่ดีที่สุดของคนจำนวนมากทุกวัน
เห็นบ้านสวย
เห็นรถใหม่
เห็นทริปต่างประเทศ
เห็นความรักที่ดูดี
เห็นหุ่นดี หน้าดี งานดี รายได้ดี
เห็นความสำเร็จที่ถูกคัดมาแล้วว่าเป็นมุมที่ดีที่สุด
ปัญหาคือ สมองของเราอาจลืมไปว่าสิ่งที่เห็นบนหน้าจอไม่ใช่ชีวิตทั้งหมดของคนคนนั้น แต่มันเป็นเพียงช่วงเวลาที่ถูกเลือกมาแสดง
เมื่อเราเห็นภาพสมบูรณ์แบบซ้ำ ๆ ใจจึงเหนื่อยจากการเทียบตัวเองกับมาตรฐานที่อาจไม่มีอยู่จริง
พอมีข่าวว่าคนที่เคยดูดีมาก ๆ เกิดสะดุดขึ้นมา ความโล่งใจจึงเกิดง่ายขึ้น
ไม่ใช่เพราะเราอยากให้เขาพังเสมอไป แต่อาจเพราะเรารู้สึกว่า ในที่สุดภาพที่สมบูรณ์แบบนั้นก็มีรอยร้าวเหมือนกัน
เช็กตัวเองอย่างไร เมื่อรู้สึกสะใจที่คนอื่นพลาด
ความรู้สึกแบบนี้ไม่จำเป็นต้องถูกกดทับหรือปฏิเสธทันที เพราะยิ่งปฏิเสธ เราอาจยิ่งไม่เข้าใจตัวเอง
ลองถามตัวเองสั้น ๆ 4 ข้อ
หนึ่ง เราสะใจเพราะเขาเคยทำร้ายคนอื่นจริง ๆ หรือเพราะเขาดูเหนือกว่าเรา
สอง ความผิดพลาดของเขาทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เพราะเราไม่ต้องเทียบตัวเองหนักเท่าเดิมหรือเปล่า
สาม เรากำลังเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับการแพ้ชนะของคนอื่นมากเกินไปไหม
สี่ ถ้าวันหนึ่งเราเป็นฝ่ายพลาด เราอยากให้คนอื่นมองเราด้วยสายตาแบบไหน
คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ตัดสินตัวเอง แต่มีไว้ดึงสติกลับมา
เพราะบางครั้งความสะใจที่เกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าคนอื่นแย่แค่ไหน แต่อาจบอกว่าเรากำลังรู้สึกไม่มั่นคง เหนื่อยจากการแข่งขัน หรือกดดันจากการต้องดีพออยู่ตลอดเวลา
อารมณ์แรกไม่ได้น่ากลัวเท่าการปล่อยให้มันนำทาง
การรู้สึกสะใจแวบหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนเลว
แต่ถ้าเราปล่อยให้อารมณ์นั้นพาไปไกลจนกลายเป็นการซ้ำเติม แชร์ต่อด้วยความสะใจ หรือใช้ความล้มเหลวของคนอื่นเป็นความบันเทิง ตรงนั้นอาจทำให้เราค่อย ๆ ชินกับการลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนอื่น
ในทางกลับกัน ถ้าเราเห็นอารมณ์นี้แล้วหยุดดูมันสักนิด มันอาจกลายเป็นหน้าต่างให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
เราอิจฉาอะไร
เรากลัวอะไร
เรารู้สึกด้อยตรงไหน
เราอยากได้รับการยอมรับจากใคร
และเรากำลังเหนื่อยกับการเปรียบเทียบมากเกินไปหรือไม่
สุดท้ายแล้ว การเห็นคนอื่นพลาดอาจไม่ได้น่าสนใจเท่าการเห็นใจตัวเองในวันที่เรารู้สึกไม่พอ
เมื่อเราไม่ต้องใช้ความล้มเหลวของคนอื่นมาปลอบใจตัวเองบ่อย ๆ ความผิดพลาดของเขาก็จะเป็นเพียงเรื่องของเขา ไม่ใช่แหล่งพลังงานลับที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นชั่วคราว
และบางที นั่นอาจเป็นจุดที่ใจเราเริ่มเป็นอิสระจากการเปรียบเทียบจริง ๆ
แหล่งที่มา: Britannica / APA Dictionary of Psychology / Frontiers in Psychology
อ้างอิง:
https://www.britannica.com/topic/schadenfreude
https://dictionary.apa.org/social-comparison-theory
https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2025.1597241/full
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
เจาะคัมภีร์สถิติต้อนรับครึ่งปีหลัง: วิเคราะห์แนวโน้มตัวเลขงวด 1 กรกฎาคม 2569 จากฐานทุนงวดล่าสุด
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
ไมโล VS โอวัลติน ทำไมเครื่องดื่มสองแก้วนี้ถึงกลายเป็นความทรงจำวัยเด็กของคนไทย
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
เปลี่ยนงานทุก 2–3 ปี อาจไม่ใช่ความเสี่ยงเสมอไป ถ้ามีแผนและทักษะชัด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69
ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลก
เจาะคัมภีร์สถิติต้อนรับครึ่งปีหลัง: วิเคราะห์แนวโน้มตัวเลขงวด 1 กรกฎาคม 2569 จากฐานทุนงวดล่าสุด
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69
ไมโล VS โอวัลติน ทำไมเครื่องดื่มสองแก้วนี้ถึงกลายเป็นความทรงจำวัยเด็กของคนไทย
ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลก
จังหวัดที่มีผู้หญิงเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับประชากรทั้งจังหวัด
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
เด็กรุ่นใหม่เพิ่งรู้จัก! TikTok ปลุกกระแส "ขนมแมวพิมพ์" และ "หมากฝรั่งบุหรี่ตราแมว" ของกินหน้าโรงเรียนที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้ว
ของเล่นยุค 90 ทำไมกลับมาอยู่ในบ้านคนวัย 40 ไม่ใช่แค่ของเก่า แต่คือพื้นที่พักใจ
กินวิตามินตามวัยดีจริงไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้ออาหารเสริมเพิ่มอีกขวด