นักเรียน–นักศึกษาวางแผนค่าใช้จ่ายยังไง ให้เงินพอถึงสิ้นเดือน
เขียนโดย kitasan
เงินค่าขนมหรือเงินรายเดือนของนักเรียนและนักศึกษาอาจดูไม่มาก แต่ถ้าวางแผนดีพอ ก็ช่วยให้ใช้เงินถึงสิ้นเดือน ลดการยืมเงิน และเริ่มมีเงินเก็บได้ตั้งแต่วัยเรียน
หัวใจสำคัญไม่ใช่การประหยัดทุกอย่างจนใช้ชีวิตลำบาก แต่คือการรู้ว่าเงินเข้ามาเท่าไร ต้องจ่ายอะไรแน่นอน และเงินส่วนไหนควรเก็บไว้ก่อนใช้
เริ่มจากรู้ตัวเลขเงินจริงที่มี
ก่อนแบ่งงบ ควรเขียนให้ชัดว่าแต่ละเดือนมีรายรับจากทางไหนบ้าง เช่น เงินจากผู้ปกครอง เงินค่าขนมรายสัปดาห์ ทุนการศึกษา หรือรายได้จากงานพิเศษ
ถ้าได้เงินไม่เท่ากันทุกเดือน ให้ใช้ตัวเลขแบบปลอดภัยไว้ก่อน เช่น เดือนนี้คาดว่าจะได้เงิน 5,000 บาท แต่มีบางส่วนยังไม่แน่นอน อาจวางแผนจาก 4,500 บาทก่อน เพื่อไม่ให้ใช้เกินเงินจริง
แยกเงินจำเป็นออกจากเงินอยากได้
รายจ่ายของวัยเรียนมักปนกันหลายอย่าง ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรม และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
วิธีที่ช่วยให้เห็นภาพเร็วคือแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือ “ต้องจ่าย” เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเอกสารเรียน หรือค่าหอพัก
กลุ่มที่สองคือ “ควรเก็บ” เช่น เงินสำรอง เงินออม หรือเงินไว้ซื้อของจำเป็นในอนาคต
กลุ่มที่สามคือ “อยากได้” เช่น ชานม เกม เสื้อผ้า ดูหนัง หรือของตามกระแส
ถ้าเงินเริ่มตึง ควรลดจากกลุ่ม “อยากได้” ก่อน ไม่ใช่ลดค่าอาหารหรือค่าเดินทางจนกระทบชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างแบ่งเงิน 4,500 บาทต่อเดือน
ถ้ามีเงินใช้เดือนละ 4,500 บาท อาจเริ่มจากแบ่งแบบง่าย ๆ ดังนี้
ค่าอาหารและของใช้จำเป็น 2,400 บาท
ค่าเดินทาง 800 บาท
ค่าโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต 300 บาท
เงินออมและเงินสำรอง 450 บาท
เงินใช้ส่วนตัวหรือความบันเทิง 550 บาท
เมื่อแบ่งแบบนี้ จะเห็นทันทีว่าเงิน 4,500 บาทไม่ควรถูกหารเป็นวันละ 150 บาทอย่างเดียว เพราะบางค่าใช้จ่ายไม่ได้เกิดทุกวัน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าหนังสือ หรือค่าเดินทางบางช่วง
วิธีที่เหมาะกว่าคือกันเงินก้อนที่จำเป็นออกมาก่อน แล้วค่อยเอาเงินที่เหลือมาแบ่งใช้รายวันหรือรายสัปดาห์
ลองใช้งบรายสัปดาห์แทนรายวัน
หลายคนตั้งงบรายวันแล้วหลุดง่าย เพราะบางวันต้องจ่ายมากกว่าปกติ เช่น ซื้อเอกสาร ทำรายงาน หรือมีกิจกรรมหลังเรียน
การตั้งงบรายสัปดาห์อาจยืดหยุ่นกว่า เช่น ถ้าเหลือเงินใช้ทั่วไป 1,200 บาทต่อเดือน อาจแบ่งเป็นสัปดาห์ละ 300 บาท วันไหนใช้น้อยก็เหลือไปชดเชยวันที่จำเป็นต้องใช้มากขึ้น
แต่ควรมีข้อแม้ว่า ถ้าใช้เงินสัปดาห์นี้เกิน ต้องลดสัปดาห์ถัดไป ไม่ใช่ดึงเงินออมหรือเงินสำรองมาใช้ทุกครั้ง
ออมก่อนใช้ ไม่ต้องเริ่มเยอะ
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำแนวคิดการจัดสรรเงินโดยแบ่งออมก่อนใช้ ซึ่งอาจเริ่มที่ 10% ของรายได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อทำได้สม่ำเสมอ
สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ได้เงินไม่มาก การออมเดือนละ 100–300 บาทก็ยังมีความหมาย เพราะเป้าหมายในช่วงแรกไม่ใช่การเก็บเงินก้อนใหญ่ทันที แต่คือการสร้างนิสัยว่าได้เงินมาแล้วไม่ใช้หมด
เงินก้อนนี้ควรแยกจากเงินใช้ประจำวัน เช่น แยกบัญชี แยกซอง หรือแยกกระเป๋าในแอป เพื่อไม่ให้เผลอนำมาใช้กับของที่ไม่ได้จำเป็น
เงินสำรองสำคัญกว่าที่คิด
คนที่อยู่หอ เรียนต่างจังหวัด หรือเดินทางไกลควรมีเงินสำรองติดไว้เสมอ เพราะค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ เช่น ป่วยกะทันหัน โทรศัพท์เสีย ค่ารถเพิ่ม หรือจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนเร่งด่วน
ไม่จำเป็นต้องมีเงินสำรองก้อนใหญ่ในทันที อาจเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น 500 บาท 1,000 บาท แล้วค่อยเพิ่มขึ้นตามกำลัง
เงินสำรองไม่ควรถูกใช้กับของลดราคา ชานม เสื้อผ้า หรือความบันเทิง เพราะถ้าใช้ไปเรื่อย ๆ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นจริงอาจไม่มีเงินเหลือ
จดรายรับรายจ่ายอย่างน้อย 7 วัน
ถ้ายังไม่รู้ว่าเงินหายไปกับอะไร ให้จดรายจ่ายจริงอย่างน้อย 7 วัน โดยไม่ต้องตัดสินตัวเองก่อน แค่บันทึกตามจริงว่าใช้เงินกับอะไรบ้าง
เมื่อครบสัปดาห์ จะเริ่มเห็นพฤติกรรม เช่น ซื้อเครื่องดื่มทุกวัน ใช้เงินกับของจุกจิกมากกว่าที่คิด หรือเสียเงินกับค่าส่งอาหารบ่อยเกินไป
หลังจากนั้นค่อยเลือกตัดบางอย่าง เช่น ลดเครื่องดื่มหวานจากทุกวันเหลือสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง พกน้ำเองบางวัน หรือกำหนดวันซื้อของออนไลน์ให้ชัดเจน
ก่อนซื้อของตามกระแส ลองถามตัวเอง 4 ข้อ
ของบางอย่างไม่ได้ผิดที่จะซื้อ แต่ควรซื้อเมื่อไม่กระทบเงินจำเป็น ลองถามตัวเองก่อนจ่ายว่า
จำเป็นต้องใช้ตอนนี้หรือไม่
ถ้าไม่ซื้อวันนี้ จะเดือดร้อนหรือเปล่า
เงินก้อนนี้ควรเอาไปจ่ายเรื่องอื่นก่อนหรือไม่
ซื้อแล้วจะยังมีเงินพอถึงสิ้นเดือนหรือเปล่า
ถ้าคำตอบยังไม่ชัด ให้รอ 24 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจ หลายครั้งความอยากจะลดลงเอง และช่วยให้ไม่เสียเงินกับของที่ใช้ไม่นาน
หารายได้เสริมได้ แต่ต้องไม่กระทบการเรียน
นักเรียนและนักศึกษาบางคนอาจมีรายได้เสริม เช่น สอนพิเศษ รับออกแบบ ทำคอนเทนต์ ขายของออนไลน์ หรือทำงานพาร์ตไทม์
สิ่งที่ควรระวังคืออย่าให้รายได้เสริมกลายเป็นภาระจนพักผ่อนไม่พอหรือเสียการเรียน และควรแยกเงินรายได้เสริมเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ใช้ได้กับส่วนที่เก็บไว้สำหรับเป้าหมายระยะยาว
การวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับวัยเรียนจึงไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เริ่มจากรู้รายรับ แยกเงินจำเป็น ออมก่อนใช้ จดรายจ่าย และทบทวนทุกสัปดาห์ หากทำต่อเนื่อง จะช่วยให้เงินพอใช้มากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเข้าสู่วัยทำงาน
แหล่งที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย / Consumer Financial Protection Bureau
อ้างอิง:
https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/planning-steps.html
https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/budgeting.html
https://www.consumerfinance.gov/about-us/blog/track-your-spending-with-this-easy-tool/
พระแม่ลักษมีเทพแห่งความมั่งคั่ง เปิดความหมายเลขธูป แนวทางเลขเด่นงวด 16 มิถุนายน 2569
พบหมวกเรือรบโปรตุเกส 3 หาดภูเก็ต เตือนห้ามจับแม้เกยตื้น
ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดครั้งแรก เช็กอะไรบ้างให้ชีวิตเริ่มง่ายขึ้น
5 คณะสุดแกร่ง เรียนจบแล้วตลาดแย่งตัว
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ย้ายเข้าบ้านใหม่ วันแรกควรเช็กอะไรบ้างก่อนเริ่มอยู่จริง
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
5 ถ้ำไทยที่ทั้งสวย ลึกลับ และต้องรู้ข้อควรระวังก่อนเข้า
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
พระแม่ลักษมีเทพแห่งความมั่งคั่ง เปิดความหมายเลขธูป แนวทางเลขเด่นงวด 16 มิถุนายน 2569
พบหมวกเรือรบโปรตุเกส 3 หาดภูเก็ต เตือนห้ามจับแม้เกยตื้น
ฮุน เซน ประกาศห้ามนำสินค้าไทยส่งผ่านชายแดนทางบกเข้ากัมพูชาเด็ดขาด
งูกินตับตุ๊กแกจริงไหม? แยกความเชื่อจากพฤติกรรมสัตว์
ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดครั้งแรก เช็กอะไรบ้างให้ชีวิตเริ่มง่ายขึ้น
ชวนลองเข้ามาดูคนที่ได้ทำความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว


