ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
หลายคนเคยเจอสถานการณ์ที่น่าแปลกใจ พูดจาสุภาพกับคนแปลกหน้าได้ทั้งวัน อดทนกับลูกค้าได้เป็นชั่วโมง ยิ้มให้เพื่อนร่วมงานแม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่พอกลับถึงบ้าน กลับหงุดหงิดง่ายขึ้น พูดจาแข็งขึ้น หรือระบายอารมณ์ใส่คนที่รักมากที่สุดโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือ คนที่ได้รับด้านดีที่สุดของเรา มักเป็นคนที่ไม่ได้สำคัญที่สุดในชีวิต ขณะที่คนในครอบครัวหรือคนรักกลับต้องเจอกับด้านที่แย่ที่สุดอยู่บ่อยครั้ง
คำถามคือ มนุษย์กำลังมีนิสัยสองหน้าหรือไม่ หรือมีเหตุผลทางจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่เรื่องของพลังงานทางอารมณ์ ตลอดทั้งวัน เราใช้พลังงานจำนวนมากในการควบคุมตัวเอง ต้องคิดก่อนพูด ต้องระวังภาพลักษณ์ และต้องรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้คนรอบตัว
เมื่ออยู่กับคนนอก สมองรู้ว่าทุกการกระทำมีผลต่อชื่อเสียง โอกาสในการทำงาน หรือความสัมพันธ์ในอนาคต เราจึงเปิดระบบควบคุมตนเองอย่างเต็มที่
แต่เมื่อกลับมาอยู่กับครอบครัว สมองกลับประเมินสถานการณ์ต่างออกไป คนในบ้านคือคนที่รักเรา เข้าใจเรา และมีแนวโน้มจะอยู่กับเราแม้ในวันที่เราอารมณ์ไม่ดี
ในระดับจิตใต้สำนึก สมองจึงมองว่าพื้นที่นี้ปลอดภัยพอที่จะปล่อยการ์ดลงได้ ความเครียด ความเหนื่อยล้า และอารมณ์ที่สะสมมาตลอดวันจึงถูกปลดปล่อยออกมาในพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัยที่สุด
ปัญหาคือ ความปลอดภัยทางอารมณ์ไม่ได้แปลว่าคนตรงหน้าจะไม่เจ็บปวด การที่ใครสักคนรักเรา ไม่ได้หมายความว่าเขาควรต้องรับอารมณ์ด้านลบทั้งหมดของเราเสมอไป
นักจิตวิทยาบางคนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Emotional Dumping หรือการเทอารมณ์ที่สะสมไว้ออกมาใส่คนที่เราเชื่อว่าจะไม่จากไปไหนง่าย ๆ
อีกปัจจัยหนึ่งคือความคุ้นเคย ยิ่งเราอยู่กับใครนานเท่าไร สมองยิ่งลดระดับความระมัดระวังลงเท่านั้น เหมือนกับที่เราแต่งตัวเรียบร้อยเมื่อออกจากบ้าน แต่กลับนั่งสบาย ๆ เมื่ออยู่คนเดียวในห้องนอน
ความสัมพันธ์ก็เช่นกัน เมื่อคนคนหนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน สมองอาจเริ่มมองเขาเป็นสิ่งที่มีอยู่แน่นอน จนเผลอลืมไปว่าอีกฝ่ายยังมีความรู้สึก มีขีดจำกัด และอาจเจ็บปวดได้เหมือนกับคนแปลกหน้าทุกคน
ที่น่าสนใจคือ คนจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจร้ายกับคนในครอบครัวเลย ตรงกันข้าม พวกเขามักรักคนเหล่านั้นมากที่สุด แต่ความรักไม่ได้ป้องกันพฤติกรรมนี้เสมอไป เพราะปัญหาเกิดจากความเคยชินและการประเมินความสัมพันธ์ผิดพลาดมากกว่าความไม่รัก
บางครั้งเราจึงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับคนนอก จนลืมดูแลความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือคนที่อยู่ข้างเราอยู่แล้ว
ดังนั้น เหตุผลที่เรามักใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว ไม่ได้เกิดจากการที่เรารักคนนอกมากกว่า แต่เกิดจากสมองที่มองคนใกล้ตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการปลดปล่อยอารมณ์ และบางครั้งก็เผลอมองว่าพวกเขาจะอยู่ตรงนั้นเสมอไม่ว่าเราจะปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในด้านมืดที่เงียบที่สุดของจิตวิทยามนุษย์ เพราะคนที่เรารักที่สุด มักเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของเรามากที่สุดเช่นกัน
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
"กฎ 3 ข้อ" ของ Richard Lustig ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้ถูกลอตเตอรี่ 7 ครั้ง กวาดเงินกว่า 30 ล้าน
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
เซียงจาบ๊วยแผ่นไม่ใช่บ๊วย!!!
งวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐี
จังหวัดที่พบแหล่งแร่ทองคำมากที่สุด ในระดับที่สามารถขุดเจาะได้จริง
นาทีละ 1 ดอลลาร์! เรื่องจริงของ "The Snuggery" ธุรกิจรับจ้างกอด ห้ามสยิว กอดอย่างเดียว!
นะโมตัสสะแปลว่าอะไร?



