จิตวิทยาของการก้าวข้ามอุปสรรค และ 3 ขั้นตอนของการทําอะไรให้เป็นนิสัยโดยอัตโนมัติ
ความสําเร็จเป็นผลลัพธ์ของกิจวัตรมากกว่าทักษะ ถ้าอยากทําบางสิ่งให้ดีเลิศ คุณต้องทําสิ่งนั้นบ่อย ๆ มีหลายคนที่เขียนได้ดี แต่มีน้อยคนที่เขียนได้ดีและ เขียนได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่แยกผู้เชี่ยวชาญออกจากเราทุกคนคือส่วนผสมระหว่างการควบคุมตัวเองอย่างจริงจัง กิจวัตรที่เคร่งครัด และการมุ่งมั่นอย่างไม่สั่นคลอน
ทักษะตามธรรมชาติอาจเป็นสิ่งที่ติดตัวคุณมาแต่กําเนิด แต่การควบคุมตัวเองเป็นสิ่งที่คุณต้องพัฒนาขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักเชื่อในทางตรงกันข้าม พวกเขาเชื่อว่าตัวเองสามารถพัฒนาความสามารถให้สมบูรณ์แบบได้ และ แรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ทําเช่นนั้นจะเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย
เรามีความสามารถในการควบคุมตัวเองจํากัด พูดอีกอย่างว่า ใน แต่ละวันเราจะยับยั้งตัวเองจากแรงกระตุ้นและความปรารถนาต่าง ๆ ได้ เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เราสามารถขยายช่วงเวลาดังกล่าวด้วยการฝึกฝน แต่มันก็จะยังมีขีดจํากัดอยู่ดี
คนที่เข้าใจเรื่องนี้จะใช้เวลาอย่างชาญฉลาด พวกเขาจะกําจัดการ ตัดสินใจที่ไม่จําเป็น ลดสิ่งที่ทําให้วอกแวก และจํากัดสิ่งที่ไม่สลักสําคัญ จากนั้นจึงเริ่มจดจ่อ และเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาจะทําสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชำนาญและเป็นนิสัย ในช่วงทศวรรษที่ 1960 นักจิตวิทยาได้ระบุ 3 ขั้นตอนที่เราต้องเผชิญเพื่อสร้างทักษะใหม่ ๆ ดังกล่าว
การรู้คิด : เมื่อเราคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับงาน ทำผิดพลาด และคิดค้นกลยุทธ์ที่จะทำงานให้ดีขึ้น
การเชื่อมโยง : เมื่อเรายังต้องใช้ความพยายามในการทำงานนั้นให้ลุล่วง แต่ไม่ต้องใช้พลังสมองมากเท่าตอนแรก เราเริ่มทํางานบางส่วนได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่
การทำโดยอัตโนมัติ : เมื่อเราเข้าสู่ “โหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ”หรือบางกรณีก็เรียกว่า “ภาวะลื่นไหล” เราไม่ต้องตั้งใจจดจ่อกับงานในทุกขั้นตอนและปล่อยให้ระบบอัตโนมัติรับหน้าที่แทน
แต่บางครั้งในช่วงระหว่าง 2 ขั้นตอนสุดท้ายเราก็จะเข้าสู่ภาวะคงตัว กล่าวคือ เราทํางานหนึ่ง ๆ บ่อยมากพอ ทว่าประสิทธิภาพการทำงานของเรากลับห่างไกลจากสิ่งที่เราหวังให้มันเป็น นี่คือสิ่งที่ไอรา กลาสส์ นักจัดรายการวิทยุเรียกว่า “ช่องโหว่เชิงสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่ยอมแพ้
“ในช่วง 2-3 ปีแรกคุณทำสิ่งต่าง ๆ แต่ผลงานก็ออกมาได้ไม่ดีนัก มันเหมือนจะใช้ได้และมีศักยภาพแต่ก็ยังไม่ดีพอ แม้รสนิยมของคุณซึ่งเป็นสิ่งที่พาคุณมาอยู่จุดนี้จะยังคงยอดเยี่ยม แต่มันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณผิดหวังกับงานของตัวเอง หลายคนไม่มีวันข้ามผ่านระยะนี้ไปได้ แล้วพวกเขาก็ยอมแพ้...ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงานหรือยังอยู่ในระยะนี้
ขอให้รู้ว่านี่เป็นเรื่องปกติ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณทำได้คือ การลงมือทำให้มาก ๆ รวมถึงกำหนดเส้นตายให้ตัวเองเพื่อเขียนให้ได้สัปดาห์ละ 1 เรื่อง แล้วคุณจะอุดช่องโหว่เชิงสร้างสรรค์นี้ได้ ผลงานของคุณจะออกมาดีสมกับความทะเยอทะยาน ผมใช้เวลาคิดหาวิธีข้ามผ่านระยะนี้นานกว่าคนอื่นที่รู้จัก มันต้องใช้เวลาสักพักและนั่นเป็นเรื่องปกติ คุณแค่ต้องพาตัวเองผ่านพ้นไปให้ได้”
ความแตกต่างระหว่างคนที่มุ่งมั่นสร้างผลงานให้ได้ตามมาตรฐานของตัวเองกับคนที่เลือกยอมแพ้ไม่ใช่การมีทักษะที่แปลกใหม่ แต่เป็นการมีความมุ่งมั่น (ซึ่งมักทำให้อึดอัดใจ) ที่จะเติบโตต่อไป ถ้าคุณไม่มีความปรารถนาหรือความสามารถที่จะพาตัวเองก้าวข้ามภาวะคงตัว การล้มเลิกทำสิ่งนั้น ๆ อาจทำให้คุณเห็นว่ายังมีสิ่งอื่นที่เหมาะกับคุณมากกว่า แต่ถ้าคุณมีความปรารถนาและความสามารถที่จะทำเช่นนั้น คุณก็ต้องกำจัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ลงมือทำพร้อมควบคุมตัวเอง และมุ่งมั่นต่อไปเรื่อย ๆ การก้าวข้ามอุปสรรคคือการที่คุณตระหนักว่าคุณไม่ได้เผชิญอุปสรรคตั้งแต่แรก คุณแค่หยุดถามตัวเองว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการหรือเปล่า”
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เศรษฐกิจฝืด คนขายของต้องปรับยังไงให้ลูกค้ากล้าจ่ายและร้านยังรอด
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
เพิ่งรู้ว่า Google เกือบไม่ได้ใช้ชื่อนี้! ย้อนดูชื่อแรกสุดที่ฟังดูไม่เหมือนเสิร์ชเอนจินระดับโลก
เลขเด็ด "พญาบึ้งดำ"วันที่ 16 มิถุนายน 2569
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
แกะรอย 6 เรื่องเล่า “อาถรรพ์ป่าปิด” ที่เทคโนโลยีก็ยังเอาชนะไม่ได้
เข้าคาเฟ่แล้วคิดไม่ออก สั่งเมนูไหนดีให้รอดทั้งกาแฟและขนม
ทองขึ้นลงแรง ก่อนซื้อทอง 1 บาทต้องดูอะไรให้คุ้มกว่าราคาขายออก
จอดรถหน้าบ้านยังไงให้ถูกใจสายมู ปี 2026 พร้อมจัดโรงรถให้โล่งและใช้คุ้ม
ทำไมเชียงใหม่ถึงถูกมองเป็นเมืองเทศกาล เที่ยวได้หลายฤดูกาลตลอดปี
ปลาทูนึ่งทำไมบางเจ้าต้มในน้ำเกลือ แต่ยังเรียกว่านึ่ง
อาหารเช้าควรกินแบบไหน ให้ร่างกายมีแรงและไม่หิวง่ายระหว่างวัน
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย




