เปิดเงื่อนไข-ขั้นตอน จดทะเบียน'รถพ่วงข้าง'ให้ถูกกฎหมาย
รถซาเล้งหรือรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ใช้ขายของและขนของในชุมชน สามารถเข้าสู่ระบบทะเบียน รย.12 ได้ หากตัวรถผ่านเงื่อนไขด้านโครงสร้าง ขนาด และอุปกรณ์ความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
เรื่องนี้สำคัญกับคนที่ใช้รถพ่วงข้างทำมาหากินโดยตรง เพราะเมื่อรถถูกบันทึกลักษณะให้ถูกต้องตามกฎหมาย การใช้งานบนถนนจะชัดเจนขึ้น ลดปัญหาเรื่องสภาพรถไม่ตรงทะเบียน และช่วยให้การตรวจสภาพมีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
รถพ่วงข้างแบบไหนมีโอกาสจดทะเบียนได้
หัวใจหลักอยู่ที่ตัวพ่วงต้องติดตั้งไว้ทางด้านซ้ายของรถจักรยานยนต์เท่านั้น จุดยึดต้องแน่น แข็งแรง ไม่โยกคลอน และไม่ทำให้รถเสียการทรงตัวง่ายขณะเลี้ยวหรือเบรก
อีกจุดที่เจ้าของรถมักมองข้ามคือทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ ตัวพ่วงหรือโครงที่ต่อเติมต้องไม่บังมุมมอง ไม่ยื่นเกะกะจนควบคุมรถยาก และระบบห้ามล้อต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
ขนาดรถที่ต้องจำให้ได้
ก่อนนำรถไปยื่นเรื่อง ควรวัดขนาดตัวพ่วงและความกว้างรวมให้เรียบร้อย เพราะเป็นหนึ่งในจุดที่มีผลต่อการพิจารณา
- ความสูงของตัวพ่วงข้างไม่เกิน 2 เมตร
- ความยาวของตัวพ่วงข้างไม่เกิน 1.75 เมตร
- ความกว้างของตัวพ่วงข้างไม่เกิน 1.10 เมตร
- ความกว้างรวมทั้งรถจักรยานยนต์และพ่วงข้างไม่เกิน 1.50 เมตร
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้รถไม่กินพื้นที่ถนนมากเกินไป และลดความเสี่ยงเวลาใช้งานในซอย ตลาด ชุมชน หรือถนนที่มีรถหลายประเภทวิ่งร่วมกัน
ไฟและอุปกรณ์สะท้อนแสงต้องพร้อม
รถพ่วงข้างไม่ได้มีแค่เรื่องโครงเหล็กหรือขนาดตัวถังเท่านั้น อุปกรณ์ที่ทำให้คนอื่นมองเห็นรถก็สำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด กลางคืน หรือเวลาฝนตก
สิ่งที่ควรมีให้ครบ ได้แก่ ไฟหน้าบริเวณพ่วงข้าง สีขาวหรือสีเหลือง ไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงด้านหลัง รวมถึงแผ่นสะท้อนแสงสีแดงที่ท้ายรถ เพื่อให้รถที่ตามหลังหรือสวนทางเห็นตำแหน่งของรถพ่วงข้างได้ชัดเจน
บางกรณีอาจติดป้ายสะท้อนแสงระบุว่า “รถพ่วงข้าง” ที่ท้ายรถ โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลืองและตัวอักษรสีดำ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระยะไกล แต่ไม่ควรติดป้ายหรือของตกแต่งจนบังไฟท้าย ไฟเบรก หรือแผ่นสะท้อนแสง
ขั้นตอนจดทะเบียนทำอย่างไร
เจ้าของรถต้องนำรถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งพ่วงข้างเรียบร้อยแล้ว ไปยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง พร้อมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ
เจ้าหน้าที่จะดูทั้งความแข็งแรงของจุดยึด ขนาดของตัวพ่วง ระบบห้ามล้อ ระบบไฟ อุปกรณ์สะท้อนแสง และความเหมาะสมในการใช้งานจริง หากผ่านการพิจารณา นายทะเบียนจะบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้เป็นประเภทรถจักรยานยนต์ รย.12 ลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ภาษีประจำปีเท่าไหร่
อัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอยู่ที่ปีละ 150 บาท แยกเป็นภาษีรถจักรยานยนต์ 100 บาท และภาษีตัวพ่วงข้าง 50 บาท
ตัวเลขนี้ทำให้เจ้าของรถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถพ่วงข้างขายของตามชุมชน ส่งของระยะใกล้ หรือใช้เป็นรถประกอบอาชีพประจำวัน
จุดที่ควรเช็กก่อนออกจากบ้าน
ก่อนนำรถไปสำนักงานขนส่ง ลองไล่ดู 5 จุดนี้ก่อน จะช่วยลดโอกาสเสียเวลา
- พ่วงข้างอยู่ด้านซ้ายของรถ
- จุดยึดแน่น ไม่สั่น ไม่เอียงผิดปกติ
- ขนาดตัวพ่วงไม่เกินเกณฑ์
- ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และแผ่นสะท้อนแสงใช้งานได้
- ผู้ขับขี่ยังมองทาง เลี้ยว และเบรกได้ปลอดภัย
รถพ่วงข้างเป็นพาหนะที่อยู่คู่กับตลาด ชุมชน และอาชีพรายวันของคนจำนวนมาก การนำรถเข้าสู่ระบบทะเบียนไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่ช่วยให้รถที่ใช้อยู่ทุกวันมีมาตรฐานชัดขึ้น ทั้งต่อเจ้าของรถและผู้ร่วมทางบนถนน
แหล่งที่มา: กรมการขนส่งทางบก, มติชนออนไลน์
อ้างอิง: https://www.matichon.co.th/politics/news_5745459
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
3 เส้นทางเดินเลียบหน้าผาที่อันตรายและน่าหวาดเสียวที่สุดในโลก
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม? วิวัฒนาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเกมกอล์ฟไปตลอดกาล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
หลังกำแพงน้ำแข็งขั้วโลกใต้ (แอนตาร์กติกา) มีเมืองลับแลจริงไหม
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
Facebook แอบฟังเราจริงไหม
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
"ปากปล่องภูเขาไฟโมโลกินิ" ที่เป็น 1 ใน 3 ปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
3 เส้นทางเดินเลียบหน้าผาที่อันตรายและน่าหวาดเสียวที่สุดในโลก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Facebook แอบฟังเราจริงไหม
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม? วิวัฒนาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเกมกอล์ฟไปตลอดกาล





