ทำไมวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงมีมากกว่าหนึ่งวัน
วันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบางประเทศจำวันที่ญี่ปุ่นยอมรับการยอมจำนน บางประเทศจำวันที่จักรพรรดิประกาศต่อประชาชน และอีกหลายแหล่งยึดวันที่ลงนามอย่างเป็นทางการบนเรือ USS Missouri
พูดง่าย ๆ คือ สงครามไม่ได้จบลงจากเหตุการณ์เดียว แต่ค่อย ๆ ปิดฉากผ่านแรงกดดันหลายทาง ทั้งสมรภูมิแปซิฟิกที่สูญเสียหนัก ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ การเข้าร่วมสงครามของสหภาพโซเวียต และการยอมรับเงื่อนไขยอมจำนนของญี่ปุ่น
สรุปเร็ว
- 8 พฤษภาคม 1945: เยอรมนียอมจำนน สงครามในยุโรปยุติ
- 6 สิงหาคม 1945: สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา
- 8 สิงหาคม 1945: สหภาพโซเวียตประกาศสงครามกับญี่ปุ่น
- 9 สิงหาคม 1945: นางาซากิถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณู
- 14 สิงหาคม 1945: ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน ประกาศว่าญี่ปุ่นยอมรับเงื่อนไขยอมจำนน
- 15 สิงหาคม 1945: จักรพรรดิฮิโรฮิโตะประกาศต่อประชาชนญี่ปุ่น
- 2 กันยายน 1945: ญี่ปุ่นลงนามยอมจำนนอย่างเป็นทางการบนเรือ USS Missouri ในอ่าวโตเกียว
จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือคำว่า V-J Day หรือ Victory over Japan Day ไม่ได้ถูกนับเหมือนกันทุกประเทศ บางแห่งยึดวันที่ 14 สิงหาคม เพราะเป็นวันที่สหรัฐฯ ประกาศข่าวการยอมจำนนของญี่ปุ่น บางแห่งยึดวันที่ 15 สิงหาคม เพราะเป็นวันที่เสียงของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะถูกออกอากาศถึงประชาชนญี่ปุ่น ส่วนหลักฐานทางการของการยุติสงครามคือพิธีลงนามวันที่ 2 กันยายน 1945 บนเรือ USS Missouri
ก่อนจะไปถึงพิธีลงนาม สมรภูมิโอกินาวาคือหนึ่งในภาพที่ทำให้ผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรเห็นความหนักหน่วงของการบุกแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น เกาะโอกินาวาอยู่ทางใต้ของคิวชู และถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแปซิฟิก การสู้รบกินเวลาราว 3 เดือน มีทั้งการรบภาคพื้นดิน การโจมตีทางอากาศ และความสูญเสียของพลเรือนจำนวนมาก
ความรุนแรงที่โอกินาวาทำให้คำถามใหญ่ของฝ่ายสหรัฐฯ ชัดขึ้นกว่าเดิม ถ้าการบุกเกาะหนึ่งยังแลกด้วยชีวิตมากขนาดนี้ การบุกญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่จะหนักเพียงใด นี่คือฉากหลังสำคัญที่ทำให้เดือนสุดท้ายของสงครามเต็มไปด้วยการตัดสินใจระดับประวัติศาสตร์
ในยุโรป สงครามจบลงก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อเยอรมนียอมจำนนในเดือนพฤษภาคม 1945 แต่ชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรยังไม่สมบูรณ์ เพราะญี่ปุ่นยังสู้ต่อในแปซิฟิก สหรัฐฯ อังกฤษ จีน และต่อมาคือสหภาพโซเวียต จึงกดดันให้ญี่ปุ่นยอมรับเงื่อนไขจากปฏิญญาพอตสดัม
เหตุการณ์ที่เปลี่ยนจังหวะของสงครามอย่างมากคือระเบิดปรมาณู ฮิโรชิมาถูกโจมตีในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ด้วยระเบิด Little Boy จากนั้นวันที่ 9 สิงหาคม นางาซากิถูกโจมตีด้วยระเบิด Fat Man ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังถูกพูดถึงต่างกันตามช่วงเวลาและวิธีนับ เพราะมีทั้งผู้เสียชีวิตทันที ผู้บาดเจ็บที่เสียชีวิตภายหลัง และความเสียหายจากไฟไหม้กับอาคารที่พังถล่ม
อีกแรงกดดันใหญ่เกิดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 1945 เมื่อสหภาพโซเวียตประกาศสงครามกับญี่ปุ่น แล้วส่งกำลังเข้าสู่แมนจูเรียที่ญี่ปุ่นยึดครองอยู่ เหตุการณ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นถูกบีบพร้อมกันหลายด้าน ทั้งจากอาวุธใหม่ของสหรัฐฯ และจากการสูญเสียความหวังที่จะใช้โซเวียตเป็นตัวกลางเจรจา
วันที่ 14 สิงหาคม 1945 ประธานาธิบดีทรูแมนประกาศว่าญี่ปุ่นยอมรับเงื่อนไขยอมจำนน แต่ในเวลานั้นยังต้องรอพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ วันที่ 15 สิงหาคม จักรพรรดิฮิโรฮิโตะจึงออกอากาศถึงประชาชนญี่ปุ่น เป็นครั้งสำคัญที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากได้ยินพระสุรเสียงของจักรพรรดิผ่านวิทยุ
เมื่อข่าวการยอมจำนนแพร่ไปทั่วโลก หลายเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลอง ภาพที่ไทม์สแควร์ในนิวยอร์กกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของวันนั้น แต่ในเวลาต่อมา ภาพดังกล่าวถูกมองด้วยสายตาที่ซับซ้อนขึ้น เพราะหญิงในภาพไม่ได้รู้จักกับกะลาสี และไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
วันที่ 2 กันยายน 1945 คือจุดปิดฉากทางเอกสาร ตัวแทนญี่ปุ่นลงนามบนเรือ USS Missouri ในอ่าวโตเกียว โดยมีฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าร่วมพิธี เอกสารยอมจำนนระบุการยอมจำนนของกองบัญชาการจักรวรรดิญี่ปุ่นและกองกำลังภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่นอย่างไม่มีเงื่อนไข
หลังสงครามจบ ชีวิตของผู้คนไม่ได้กลับสู่ปกติทันที ทหารจำนวนมากยังต้องรอกลับบ้านเป็นเดือน ๆ ครอบครัวจำนวนมากต้องเริ่มต้นใหม่ และชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นกว่า 120,000 คนที่ถูกควบคุมตัวในสหรัฐฯ ระหว่างสงครามยังต้องเผชิญผลกระทบจากการถูกบังคับให้ออกจากบ้านและชุมชน
ยังมีอีกมุมที่ทำให้เรื่องนี้ถูกเล่าต่ออยู่เสมอ คือทหารญี่ปุ่นบางคนไม่เชื่อว่าสงครามจบแล้ว หนึ่งในกรณีที่เป็นที่รู้จักคือฮิโระโอะ โอโนดะ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในฟิลิปปินส์และยอมวางอาวุธในปี 1974 หลังได้รับคำยืนยันจากอดีตผู้บังคับบัญชาโดยตรง
สิ่งที่ควรจำแบบสั้น ๆ คือ สงครามโลกครั้งที่ 2 จบในทางปฏิบัติก่อน แล้วจึงจบในทางพิธีการภายหลัง วันที่ 14 และ 15 สิงหาคม 1945 คือวันที่โลกเริ่มรับรู้ว่าญี่ปุ่นยอมจำนน ส่วนวันที่ 2 กันยายน 1945 คือวันที่การยอมจำนนถูกลงนามอย่างเป็นทางการ
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เกร็ดประวัติศาสตร์เรื่อง “วันไหนคือวันจบสงคราม” แต่เป็นภาพของช่วงเปลี่ยนผ่านที่โลกเดินจากสงครามเข้าสู่สันติภาพอย่างช้า ๆ พร้อมร่องรอยของความสูญเสีย การตัดสินใจใหญ่ และผลกระทบที่ตามมายาวนานกว่าวันลงนามบนเอกสาร
แหล่งที่มา: National Archives, Harry S. Truman Library & Museum, The National WWII Museum, National Park Service
อ้างอิง: https://www.archives.gov/milestone-documents/surrender-of-japan, https://www.trumanlibrary.gov/library/public-papers/100/presidents-news-conference, https://www.nationalww2museum.org/war/topics/end-world-war-ii-1945, https://www.nps.gov/subjects/worldwarii/confinement.htm
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
เสียงที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ดังจนได้ยินข้ามทวีป และทำลายแก้วหูคนได้ในระยะไกล
สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก รันเวย์สั้นติดหน้าผา นักบินต้องเก่งระดับเทพ
วัสดุที่เบาที่สุดในโลก เบาจนวางบนกลีบดอกไม้ได้โดยดอกไม้ไม่ช้ำ
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 เมืองลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
"คุก" ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ขังอาชญากรตัวเป้ง ไม่มีใครเคยแหกคุกนี้ได้สำเร็จ
นามสกุลที่มีคนใช้เยอะที่สุดในโลก มีมากถึง 100 ล้านคน
ค่าสินสอดที่แพงที่สุดในไทย
3 เมืองลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก รันเวย์สั้นติดหน้าผา นักบินต้องเก่งระดับเทพ
นั่งรถไฟในต่างแดน ผ่านบ้านเมือง ความแตกต่างที่เหมือนในบ้านเรา แต่ไม่ใช่กลางทุ่งนาแต่มันคือป่าคอนกรีต (ญี่ปุ่น)
สัตว์ที่มี "ฟัน" เยอะที่สุดในโลก
เต่าที่มีอายุยืนที่สุดในโลก เต่ายักษ์วัยกว่า 190 ปี เจ้าของ สถิติโลกที่ยังมีชีวิตอยู่
นักเคลื่อนไหวจุดไฟเผาตัวเองหน้ายูเอ็น(นิวยอร์ก) ทนบาดแผลไม่ไหว ก่อนเสียชีวิตในที่สุด


